องค์กรธุรกิจมากาติ ที่รวบรวมภาคเอกชนหลักๆ สำคัญๆ ของฟิลิปปินส์เอาไว้ นำโดยประธานองค์กร นายรามอน เดล โรซาริโอ ย้ำว่า ภาคธุรกิจไม่มีแผนที่จะสามารถรองรับกับภาวะไฟฟ้าดับทั่วประเทศได้ หากเหตุการณ์นี้จะต้องเกิดขึ้นในปี 2558 นี้ และจะกระทบการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและการลงทุนของฟิลิปปินส์อย่างแน่นอน นายรามอนกล่าวว่า รัฐบาลควรมีมาตรการรองรับ และการแก้ปัญหาระยะยาวเช่น การสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ๆ
นายเดล โรซาริโอ้ ย้ำว่าการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ของเลขาธิการพลังงาน นายคาร์ลอส เจริโชเปติลล่า ณ ขณะนี้ เช่นการซื้อเครื่องปั่นไฟฟ้าขนาดใหญ่เพื่อมาบรรเทาอาการไฟฟ้าขาดแคลนในหลายๆพื้นที่ เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกจุดและสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ และแทนที่จะเป็นเช่นนั้นต่อไป นายเดลโรซาริโอ้ได้อ้างถึงกฎหมาย 71 ในบัญญัติกฎหมายปฏิรูปว่าด้วยเรื่องของพลังงาน ว่ารัฐบาลฟิลิปปินส์ควรเริ่มการผลิตพลังงานสำรองเพื่อรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
นายเดลโรซาริโอ้กล่าวว่า ขณะนี้กำลังมีความพยายามที่จะรวบรวมสมาชิกภายในองค์กรธุรกิจมากาติเพื่อสอบถามความเห็นว่าควรจะมีการผลิตพลังงานสำรองออกมาเท่าใด ถึงจะเพียงพอต่อเหตุการณ์ไฟฟ้าดับทั่วประเทศที่อาจจะเกิดขึ้น และภายในวันที่ 2 ตุลาคมนี้ ก็จะมีการออกร่างหนังสือเพื่อตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเกี่ยวกับพลังงานสำรองที่ว่านี้ โดยนายเดล โรซาริโอ้คาดการณ์ว่า พลังงานสำรองควรผลิตให้ได้ถึง 700 เมกะวัตต์ เพื่อเตรียมไว้สำหรับหน้าร้อนที่จะถึงในปีหน้า ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่เสี่ยงต่อไฟฟ้าดับทั่วประเทศมากที่สุด
นายเดลโรซาริโอ้ ทิ้งท้ายว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาระดับชาติที่กลุ่มธุรกิจเป็นกังวลมาหลายเดือนแล้ว และถ้าปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไข อาจจะส่งผลถึงภาพลักษณ์ของนโยบายด้านพลังงานของประธานาธิบดีอากิโน และสภาคองเกรสแน่นอน แต่ด้านคณะบริหารด้านพลังงานของฟิลิปปินส์โต้กลับว่า จากรายงานด้านแผนสำรองพลังงาน ก็อยากให้ทางภาคเอกชนวางใจว่า ฟิลิปปินส์จะไม่ขาดแคลนไฟฟ้าภายในปีหน้าอย่างแน่นอน