"น้ำสกัดจากมะกรูด" มีฤทธิ์กำจัดแมลงหวี่

รพ.สต.เสาธงชัยศึกษาพบ "น้ำสกัดจากมะกรูด" มีฤทธิ์กำจัดแมลงหวี่ ลดการแพร่โรคตาแดงในพื้นที่
ข่าว
น.ส.ภาวิณี ตั้งมั่น เจ้าพนักงานสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เสาธงชัย อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ นำเสนอผลงานวิชาการเรื่อง "มหัศจรรย์สมุนไพรกำจัดแมลงหวี่" ในงานประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุขประจำปี 2557 เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า พื้นที่ ต.เสาธงชัยมีลักษณะเป็นป่าและเขา จึงทำให้ฤดูร้อนของทุกปีจะพบแมลงหวี่เป็นจำนวนมาก ประกอบกับชาวบ้านนิยมทำไร่ทำสวนโดยใช้ปุ๋ยชีวภาพจากมูลไก่ จึงยิ่งทำให้มีแมลงหวี่เพิ่มมากขึ้น
ซึ่งนอกจากจะก่อความรำคาญแล้ว ยังเป็นพาหะก่อรโรคตาแดงให้แก่คนในพื้นที่ด้วย ซึ่งจากการเก็บข้อมูลโรคติดต่อของ รพ.สต.เสาธงชัยตลอด 3 ปีที่ผ่านมาพบว่า มีจำนวนผู้ป่วยโรคตาแดงเพิ่มขึ้นทุกปี เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของ รพ.สต.เสาธงชัยจึงคิดหาวิธีในการกำจัดแมลงหวี่ ซึ่งสุดท้ายเลือกใช้สมุนไพร 2 ชนิดในการทดลองกำจัดแมลงหวี่คือ มะกรูด และตะไคร้หอมผสมสะเดาขม น.ส.ภาวิณี กล่าวอีกว่า ที่เลือกสมุนไพรทั้งสองชนิดเนื่องจากมีข้อมูลว่าสามารถช่วยไล่แมลงได้ แต่ยังไม่มีการทดลองที่แน่ชัดว่าสามารถไล่หรือกำจัดแมลงหวี่โดยตรงได้หรือ ไม่ จึงนำสมุนไพรทั้งสองชนิดมาทำเป็นน้ำสกัดจากสมุนไพร
โดยนำลูกมะกรูดผ่าครึ่งใส่ลงในโหลสะอาด เทน้ำพอท่วมแล้วปิดผาให้สนิทหมักไว้ประมาณ 15 วัน จากนั้นนำมาใส่ขวดสเปรย์ ส่วนตะไคร้นั้นนำมาทุบให้ละเอียดใส่ในโหลสะอาดตามด้วยใบสะเดาผสมแล้วเทน้ำพอ ท่วมแล้วปิดฝาหมักไว้ 15 วันเช่นกัน แล้วจึงนำมาใส่ขวดสเปรย์ ใน การทดลองได้นำแมลงหวี่ใส่ลงในโหลจำนวน 2 โหล โดยกะประมาณจำนวนแมลงหวี่พอๆ กันทั้งสองโหล จากนั้นจึงนำน้ำสกัดจากมะกรูด และน้ำสกัดจากตะไคร้หอมผสมสะเดาขมฉีดพ่นลงไปในโหลที่มีแมลงหวี่อย่างละโหล สังเกตและบันทุกผลทุก 15 นาที เป็นเวลา 2 ชั่วโมง
"ผลปรากฏว่า โหลที่ฉีดด้วยน้ำสกัดจากมะกรูดแมลงหวี่ตายเกือบหมดโหล ส่วนแมลงหวี่ที่เหลือมีลักษณะอาการมึนๆ ขณะที่โหลที่ฉีดด้วยน้ำสกัดตะไคร้หอมผสมสะเดาขมแมลงหวี่ไม่มีการตาย จึงสรุปได้ว่าน้ำสกัดจากมะกรูดสามารถกำจัดแมลงหวี่ได้จริง ที่สำคัญใช้งบประมาณน้อย หาได้ง่ายตามท้องถิ่น และเป็นการใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน จึงช่วยลดความรำคาญจากแมลงหวี่
ซึ่งเป็นพาหะของโรคตาแดงด้วย ทั้งนี้ จะมีการศึกษาเพิ่มเติมว่าหากน้ำสกัดทั้งสองชนิดมีระดับความเข้มข้นเพิ่มมาก ขึ้นจะมีฤทธิ์ในการกำจัดแมลงหวี่ได้มากขึ้นหรือไม่ โดยจะลองศึกษาน้ำสกัดจากสมุนไพรทั้งสองชนิดเช่นเดิม โดยจะหมักน้ำสกัดทั้งสองชนิดให้นานกว่า 15 วัน" น.ส.ภาวิณี กล่าว