จับแล้วสามีฆ่าเผาเมีย-ลูก เดินทางกลับบ้าน
28 ก.ย. 2557 | wanchat

ชุมพร - เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวคนร้าย ฆ่าเผาเมีย-ลูก ที่จ.สมุทรสาคร ขณะเดินทางกลับบ้าน อ.พะโต๊ะ น้ำมันหมด 4 แยกปฐมพร สารภาพมีปากเสียงกับภรรยา ตำรวจยังไม่เชื่อให้การวกวน
ข่าว
28 ก.ย. 2557 | wanchat

ชุมพร - เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวคนร้าย ฆ่าเผาเมีย-ลูก ที่จ.สมุทรสาคร ขณะเดินทางกลับบ้าน อ.พะโต๊ะ น้ำมันหมด 4 แยกปฐมพร สารภาพมีปากเสียงกับภรรยา ตำรวจยังไม่เชื่อให้การวกวน
กรณีคนร้ายฆ่าโหด 2 หญิงสาว จุดไฟเผาจนไหม้เกรียมเป็นตอตะโกในรถปิกอัพ ภายในซอยเปลี่ยวข้างถนนพระราม 2 ขาเข้า กทม. ที่ อ.เมืองสมุทรสาคร ล่าสุด เผยผู้เสียชีวิตเป็นสาวชุมพรเจ้าของรถและลูกสาววัย 12 ปี คาดผู้ลงมืออาจเป็นสามี
เหตุมีอาการทางประสาทยืนยันว่า ผู้ตายคือ นางอรวรรณ รัตนะ อายุ 37 ปี เจ้าของรถ และลูกสาว ด.ญ.ทิพย์อักษร รัตนะ อายุ 12 ปีส่วนผู้ก่อเหตุคาดว่าจะเป็นสามี คือ นายราเมศ รัตนะ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/3 ม.7 ต.ปังหวาน อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร
ล่าสุดเวลา 09.00น.วันที่ 28 ก.ย.2557 พ.ต.อ.สุพจน์ บุญชูดวง ผกก.สภ.พะโต๊ะ เปิดเผย ผู้สื่อข่าว ว่าหลังจากที่ได้รับการประสานจากทางสมุทรสาคร ได้สั่งให้ชุกสายสืบได้เข้ามาในพื้นที่บ้านปังหวานโดยได้ให้เฝ้าทั้งปากทางทุกด้านที่เข้าหมู่บ้านได้ แต่ปรากกว่าไม่มีใครเข้าหมู่บ้านได้เลย
จนเมื่อวานนี้(27ก.ย.57)ได้รับการประสานจากทางมหาชัยโดยให้มีชุดสืบสวนมาที่บ้านปังหวานได้เข้าที่บ้านของนายราเมศ รัตนะปรากกว่าไม่มีผู้ต้องสงสัยโดยมีเพียงบรรดาญาติอาศัย พร้อมทั้งได้กล่าวให้บรรดาญาติทราบถึงสาเหตุและการมาของเจ้าหน้าทราบเพื่อให้ได้รู้ถึงการกระทำของนายราเมศ รัตนะจนทราบว่า
มีปัญหาทางด้านสมองเล็กน้อย แต่ได้ไปรับการรักษาจนปกติและนานมาแล้วและไม่ทราบว่ามีอาการกำเริมมาเมื่อไหร่เพราะไม่ได้รับการติดต่อและไปมาหาสู่กันนานแล้วนั้นเอง และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้ปล่อยวางได้มีการตั้งชุดเฉพาะกิจติดตามและเฝ้าเส้นทางเข้าออกบ้านหลังดังกล่าวเอาไว้เพื่อว่าคนร้ายหรือผู้ต้องสงสัยกลับมาบ้านเพื่อขอสนับสนุนการหลบหนีด้วยแล้ว
ต่อมาเวลา 10.00 น.วันเดียวกัน ได้รับการแจ้งข่าวจาก ด.ต.วัสวิน ศรีคง หัวหน้าสายตรวจ 191และชุด ตชตสายวังไผ่ว่ามีชายกระทำการพิรุธออกเที่ยวเดิน ดึงประตูรถยนต์ที่จอดไว้บริเวณใต้สะพานต่างระดับสี่แยกปฐมพร ให้ตรวจสอบด้วยเพราะอาจจะทำการขโมยรถยนต์ จึงเข้าทำการตรวจสอบและจับกุม ปรากฏว่าชายดังกล่าวใส่เสื้อลายนำเงินขาว พอถามว่าทำอะไรที่รถไม่สามารถพูดได้โดยแกล้งทำว่าพูดภาษาใบ้
จึงได้ตรวจตามร่างกายร่องรอยขีดข่วนตามตัว สงสัยจึงได้ประสานไปยัง พตท.วัชระ เผือกจันทร์ สวส. สภเมืองชุมพร เพื่อนำตัวไปสอบสวนที่ สภ.เมืองชุมพร พร้อมกันนั้นจึงได้แจ้งไปยัง ร.ต.ท. ปรัชญา เดชะ หัวหน้าสวป. ชุดไล่ล่าของ สภ.เมืองมหาชัยจังหวัดสมุทรสาครที่ได้ติดตามมาก่อนหน้านั้นที่ได้เดินทางไปยัง สภ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ที่ม.7 บ้านปังหวาน อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ก่อนหน้านั้นเพื่อสอบสวนและยืนยันว่าจริงตามหมายหรือไม่
เมื่อนำตัวมาสอยสวนที่สภ.เมืองชุมพรโดยมี พล.ต.ต สุทธินาถ สุดยอด ผบก.ภ.จว.ชุมพรร่วมสอบสวนพร้อมกับ ตำรวจชุมพรและสมุทรสาครด้วยในครั้งนี้ปรากกว่าเมื่อโดนสอบสอนมากจึงบอกว่าสามารถพูดได้
โดยเบื้องต้นเดินทางมาจากสมุทรสาคร ว่าได้ทำการขับรถจักยานยนต์ฮอนด้าเวปสีแดงทะเบียน ขขม 957 ระยองมาจากที่เกิดเหตุโดยใช้แกนลอนใส่น้ำมันมาด้วยโดยใส่ตระแกรงหน้ารถ จนน้ำมันมาหมดบริเวณ สี่แยกปฐมพร จึงได้ทำการขโมยรถจักรยานยนต์.อีกคันที่จอดเอาไว้ริมถนนเพชรเกษมบริเวณอาคารพาณิชย์หน้าตลาดนัดสี่แยกปฐมพร เป็นรถโนโวสีนำเงินขาว กรน.373ชุมพร เป็นสภาพที่เก่า
โดยรถมีป้ายผ่านเข้าออกค่ายเขตอุดมศักดิ์ชุมพรคาดว่าน่าจะเป็นจักรยายนต์ของทหารในค่ายแห่งนี้ จากนั้นขับมาถึงบริเวณแยกปฐมพรจึง ได้หารถยนต์โดยการเดินหาเพื่อขโมยรถยนต์ที่จอดใต้สะพาย เพื่อขับหลบหนีไปบ้านแม่ญาติพี่น้องที่พะโต๊ะ แต่มาโดนจับเสียก่อน
จากการสอบสวนนายราเมศ รัตนะ ผู้ต้องหา ปรากฏว่าให้การวกวนเหมือนสติไม่สมประกอบโดยพูดไปขอแต่บุหรี่จากพนักงานสอบสวน ตลอดเวลาโดยมีข้อแม้กับพนักงานสอบสวนตลอดเวลาว่าหากบอกต้องเอาบุหรี่มาให้สูบนะ แต่จับใจความได้ว่า สาเหตุที่ได้กระทำการในครั้งนี้นั้นเกิดความโมโหที่เมียไม่ยอดเดินทางเยี่ยมญาติ ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จึงเกิดปากเสียง ประกอบกับ ไม่ชำนาญเส้นทางสายดังกล่าวขับวนเวียนจนกระทั่งน้ำมันหมด
จากนั้นจึงได้นำโทรศัพท์ไปขายเพื่อนำเงินไปเติมน้ำมันจำนวน1,500บาท จึงได้ขับต่อไป แต่เมียยังไม่ยอมไปจะกลับบ้านไปนอนจึงเกิดความโมโหจึงได้มีปากเสียงกันในรถจนลูกเกิดความรำคาญ จึงโกรธจึงได้ขับรถเข้าในที่เกิดเหตุแล้วใช้มีดที่อยู่ในรถออกมาแทงภรรยา แต่ลูกได้เข้ามาขวาง จึงแทงโดนลูกเข้าที่ชายโครงหรือช่วงท้องไม่มั่นใจจึงวิ่งเข้ามาอุ้มลูกเพื่อที่จะนำไปไว้ในรถแต่ภรรยามาขวางจึงแย่งกันจึงหันมาแทงภรรยาจนตายจากนั้นจึงพาร่างภรรยาเข้าไปในรถและลูกไปไว้ในแคบ จึงพยายามเอารถกออกแต่รถติดหล่มพยายามจนไม่ขึ้นจึงความกลัวเลยเดินกลับมาเปิดฝาน้ำมันใช้ผ้าทีติดมากับรถจุดไฟเผา
ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากการให้การวกวนมากโดยล่าสุด พล.ต.ต. สุทธินาถ สุดยอด ได้สอบถามผู้ต้องรายนี้ว่ามีลูกมีกี่คน ครอบครัวอาชีพอะไรโดยนานราเมศ รัตนะ ได้ตอบอย่างดีว่า ลูก2 คนคนโตอายุ 17 ปี มีครอบครัวแล้วมีหลาน 1คน โดยลูกสาวไปอยู่บ้านลูกเขยที่หลังสวน ส่วนตัวเองอยู่ที่อ.พะโต๊ะ
ส่วนสาเหตุที่เกิดในครั้งนี้ ได้พาลูกสาวคนเล็ก เรียน ป.6 ด้วย ที่บ้านประกอบอาชีพทำสวนยางพารา 2 คนช่วยกันกรีดยาง แต่มายางพาราราคาตก มีความเครียดจึงไปหาชื้อยามาเสพบ้างเพื่อคลายเครียด สำหรับคนร้ายรายนี้เคยเข้าการบำบัดแล้ว1ครั้งเมื่อปี่55 แต่หายขาดไปนานจนบัตรที่เข้าบำบัดนั้นหายไปแล้ว จึงมากำเริบใหม่ที่ผ่านมานี้เอง