พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" ถึง?การแก้ปัญหาราคายางพาราว่า ได้เรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ หรือ กนย. ไปแล้วในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ และก็มีผู้แทนจากส่วนราชการต่าง ๆ และภาคเอกชนเข้าร่วมหารือ หาแนวทางการแก้ไขปัญหายางพารา โดยเฉพาะแนวทางการพัฒนายางพาราทั้งระบบ ซึ่งก็มีข้อเสนอมามากมายจากสมาคม จากภาคเอกชนด้วยต้องฟังหลาย ๆ ทางซึ่งทั้งหมดนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รวบรวมเสนอมาถึงการบริหารจัดการคลังยางของรัฐบาลด้วย ซึ่งจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อกลไกการตลาดในปัจจุบัน ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอต่อที่ประชุมใน 4 แนวทางด้วยกันก็คือ เร่งรัดการใช้ยางภายในประเทศให้มากขึ้น โดยนำยางมาใช้ในการสร้างถนน ทำอิฐบล็อก ทำพื้น ฝาย ผลิตภัณฑ์แปรรูป ที่นอนอะไรต่าง ๆ อีกมากมาย แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ว่า สถาบันวิจัยยางเพื่อไปเพิ่มมูลค่าการผลิตเรายังไม่สมบูรณ์
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า?ผมก็เร่งรัดไปให้มีการเร่งรัดในเรื่องของการจัดตั้งสถาบันวิจัยยางเพื่อไปทำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในประเทศเราถ้าเราไม่มีตรงนี้การรับรองคุณภาพก็ไม่เกิด เมื่อไม่เกิดไปทำอะไร เขาก็รับไม่ได้ เพราะฉะนั้น ไม่ได้แก้ไขมาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ระยะเวลาที่ผ่านมา ถ้าเรามีสถาบันอันนี้ขึ้นมาเราก็สามารถนำไปใช้โน่น ใช้นี่ได้ ไม่อย่างนั้นต่างชาติเขาก็ไม่นำไปใช้หรอกครับ ไม่มีใครรับรองให้เขา เรามีปริมาณแต่คุณภาพต้องดูให้ดี การตัดต้นยางเก่าอะไรนี่เป็นแนวทางเดิมอยู่แล้ว ประเด็นสำคัญก็คือต้นยางถ้าอายุเกิน 25 ปี เขาก็ต้องตัดทิ้ง อาจไปทำเฟอร์นิเจอร์อะไรก็ว่าไป อันไหนที่ยังอายุน้อยกว่า เดิมที่ผ่านมาก็ได้น้ำยางน้อยวันนี้ก็นำไปปรับปรุงกันเอาเอง ไปอัดแก๊สเข้าไปให้ได้น้ำยางเร็ว ๆ ก็เหมือนไปเร่งให้มีน้ำยางมาก ๆ วันหน้าก็อันตราย ต้นยางก็ไม่แข็งแรง
"เพราะฉะนั้น เราต้องช่วยกันลดทั้งอุปสงค์ อุปทาน รักษาระดับปริมาณยางทั้งในประเทศและการค้าขายกับต่างประเทศให้ได้ กำหนดราคาให้ได้ เพราะฉะนั้น ต้องไปสู่การโซนนิ่งในอนาคต ที่มีการพูดว่าจะมีการจ้างให้เลิกปลูกยาง ผมไม่เคยพูดอย่างนั้นเลย เดี๋ยวจะเข้าใจกันผิด ก็เพียงแต่ว่าใครอยากจะเปลี่ยนไปเป็นอาชีพอื่น ๆ รัฐบาลก็จะหาทางสนับสนุนให้ว่า อยากทำอะไรไปหาช่องทางที่เหมาะสม ราคาไม่ตกและก็เหมาะสมกับพื้นที่ก็เป็นทำนองนั้นมากกว่า ใครจะนำเงินไปจ้างใครให้เลิกทำอาชีพ เป็นไปไม่ได้ อย่างมากมาเยียวยาให้หรือสนับสนุนให้ไปทำใหม่ ทำอย่างอื่นแทน อะไรทำนองนี้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับท่าน บังคับท่านได้ที่ไหน เวลาบังคับก็มีเรื่องทุกที เพราะฉะนั้นถ้าท่านสมัครใจทำนี้ก็จะเกิดขึ้น ๆ และอนาคตก็จะยั่งยืน"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ในเรื่องของการผลักดันและเร่งรัดโครงการปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้สถาบันเกษตรกรรับซื้อยางจากเกษตรกรในราคาที่สูงขึ้น วันนี้มีนายทุนหรือพ่อค้าคนกลางไปซื้อไว้ วันนี้เราก็หาเงินมาอีกก้อนหนึ่งเพื่อสหกรณ์เกษตรกรนี้ มีเงินเพื่อจะไปซื้อในราคาที่สูงกว่าที่พ่อค้าคนกลางเขาซื้อ อย่างน้อยยังเป็นการยกระดับ ยกระดับให้ราคายางสูงขึ้นโดยทันที อันนี้ก็ดำเนินการอยู่แล้ว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ?ในขณะนี้ ก็จะเร่งรัดเม็ดเงินต่าง ๆ ออกให้ได้โดยเร็ว เรื่องการปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการ เพื่อไปเปลี่ยนเครื่องจักร เพื่อใช้ในการแปรรูปยางหรือผลิตภัณฑ์ยางอะไรก็แล้วแต่ หรือการจัดตั้งโรงงานที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ยางให้มากขึ้นจากในประเทศนี้ก็ไปร่วมมือกันตั้ง The Board of Investment of Thailand (BOI) ด้วย กระทรวงอุตสาหกรรมด้วยรวมทั้งหมดต้องทำให้เกิดให้ได้ ตั้งแต่การผลิตยางออกมาและการปรับปรุงคุณภาพ เพิ่มมูลค่า จากนั้นก็ไปสู่ในเรื่องการวิจัยยาง นำไปสู่การผลิตเป็นวัสดุต้นทุนอย่างอื่นและนำไปขายในราคาที่สูงกว่าเดิมและไปขายทั้งในประเทศและนอกประเทศถึงจะเกิด เหมือนประเทศอื่น ๆ เขาเกิด ประเทศเราก็แก้ปัญหามา พอขาดราคาตกนำเงินอุดหนุน ๆ ตลอด มันเกิดอะไรขึ้นมาได้หรือยัง ก็ไม่เกิดซักที ก็เป็นอย่างนี้เป็นสิบ ๆ ปีมาแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าไปบิดเบือนราคา ทำอย่างไรเราจะทำให้ราคายางสูงขึ้น เราก็ต้องไปคุย เช่น ในเรื่องของการสร้างตลาดการซื้อยาง ขายยางธรรมชาติ เชื่อมโยงมีการทำสัญญาเมื่อซื้อขายแล้วจะต้องส่งมอบสินค้าจริง ไม่ใช่สัญญาในกระดาษอย่างเดียวและก็เก็บสต็อกรวมเงินเอาไว้ อะไรแบบนี้เป็นเรื่องซับซ้อน เพราะฉะนั้นเกษตรกรชาวสวนยางผู้รับซื้อต้องคุยกัน รัฐบาลก็จะเข้าไปดูแลในส่วนนี้ให้
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า?ในด้านร่วมมือกับต่างประเทศ จะต้องกำหนดแนวทางจัดการเก็บสต็อกยางร่วมกัน ประเทศที่ผลิตยางใหญ่ ๆ ของโลกก็มีอยู่ไม่กี่ประเทศ เพราะฉะนั้นถ้าเราบริหารจัดการกันได้ ร่วมมือกันได้ราคายางก็สูงขึ้น เพราะอย่างไรก็ตามการใช้ยางยังคงต้องใช้อยู่ ในโลกนี้มีหลายอย่าง เพียงแต่ประเทศอื่น ๆ เขาผลิตยางออกมาและเขาทำไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสูง เรายังไปไม่ได้ตรงนั้นมากนักก็ต้องเร่งรัดตรงนั้นให้ได้พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น ในเรื่องของการหารือกัน เมื่อ 2 วันนี้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ขออนุมัติเดินทางไปต่างประเทศเพื่อจะไปพูดคุยกับ 3 ประเทศใหญ่ ๆ ในการผลิตยาง เดินทางไปแล้วนะครับว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหายางค้างสต็อก และขณะเดียวกันภายในของเรา เราก็จะเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือให้เกษตรกรจำนวน 2,520 บาทต่อไร่ ซึ่งค้างอยู่ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วก็คงต้องจ่ายให้ เพราะเป็นการอนุมัติผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาเรียบร้อยจะดำเนินการควบคู่ไปกับการปล่อยเงินกู้จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส.จำนวน 10,000 ล้านบาท เพื่อให้สถาบันเกษตรกรซื้อยางไว้เพื่อเก็บเป็นสต็อก และอีก 5,000 ล้านบาทให้กู้เพื่อเป็นทุนในการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากยางให้ทันสมัย อีก 15,000 ล้านบาท ให้กู้จาก ธนาคารออมสิน เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราจะเห็นว่ารัฐบาลแก้ในทุกมิติ ทุกเรื่อง หลาย ๆ เรื่องด้วยกันเกษตรกรก็กรุณาใจเย็นเล็กน้อย
"ท่านต้องไปพูดคุยให้รู้เรื่องและรวมกลุ่มให้ได้อย่างแท้จริงอย่าแยกเป็นหลายกลุ่มหลายฝ่ายพอพรุ่งนี้มาอีกพวกไม่มาเสร็จแล้วก็กลับไปก็บอกไม่เข้าใจกัน ไม่ได้ ท่านต้องรวมกันให้ได้ เพราะรัฐบาลมีรัฐบาลเดียว ท่านก็ต้องมีสมาคมที่พูดคุยกันให้เหมือนกับสมาคมเดียวได้ไหม ผมไม่รู้ ท่านต้องไปดำเนินการมา จะได้แก้ปัญหาได้ทีเดียวไม่อย่างนั้นก็พูดกันไปกันมาหลายเรื่อง หลายกลุ่มด้วยกัน"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว