ชุดสอบสวนลงพื้นที่เกาะเต่า
25 ก.ย. 2557 | wanchat

วันนี้ชุดสอบสวนลงพื้นที่ที่เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ความคืบหน้าเป็นอย่างไรบ้าง ไปติดตามกับคุณปรีชา เพาะพูล ผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี
ข่าว
25 ก.ย. 2557 | wanchat

วันนี้ชุดสอบสวนลงพื้นที่ที่เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ความคืบหน้าเป็นอย่างไรบ้าง ไปติดตามกับคุณปรีชา เพาะพูล ผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี
สุราษฎร์ธานี - ตำรวจเริ่มตั้งต้นควานหาพยานหลักฐานใหม่ หวังสาวถึงมือฆ่าสองนักท่องเที่ยวเมืองผู้ดี หลังเหลวมาสามรอบ ก่อนปูพรมส่งกำลังลุยทั้งทางบก-น้ำ ด้านผวจ.ลงเกาะเต่าเตรียมบูรณาการความปลอดภัย นำร่องติดกล้อง CCTVจุดเสี่ยงนับตั้งแต่วันเกิดเหตุจากเหตุฆาตกรรมนายเดวิด วิลเลียม กับ นส.ฮานนาห์ วิคตอเรีย อายุ 24 ปี 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษเสียชีวิตที่เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ย่างเข้าสู่วันที่ 11 แล้ว แต่ก็ไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ แม้ว่าทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้กำชับอย่างใกล้ชิดและได้ระดมกำลังตำรวจฝีมือดีลงพื้นที่ แต่ดูเหมือนยังไม่มีความคืบหน้ามากกว่าเดิมเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น.วันที่ 25 ก.ย. 57 ที่ศูนย์ปฏิบัติเฉพาะกิจคลี่คลายคดีฆ่า 2 นักท่องเที่ยวอังกฤษ ภาค 8 ส่วนหน้า (ศปก ภ8 สน เกาะเต่า ) พล.ต.ต สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รักษาราชการแทน ผู้บังคับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล (รรท ผบก สส บชน )ในฐานะหัวหน้าชุดคลี่คลายคดีนี้อีกชุดหนึ่ง ที่ได้รับคำสั่งจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ลงปฏิบัติภารกิจในพื้นที่เกาะเต่าตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมาทั้งนี้ พล.ต.สุวัฒน์ โดยได้สั่งการมอบหมายงานให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นชุดสืบสวนที่มีฝีมือดีอีกชุดหนึ่งลงพื้นที่ต่อเป็นวันที่3 เพื่อหาข่าวและแกะรอยอย่างละเอียด โดยเป็นการเก็บพยานหลักฐานที่รัดกุมและใช้ความรอบคอบมากขึ้น พร้อมรวบรวมข้อมูล ชุดสืบสวนที่ออกหาข่าวมาประมวลใหม่ พล ต ต สุวัฒน์ กล่าวว่า ผลการสืบสวนครั้งนี้เป็นที่พอใจมาก ได้พยานหลักฐานมาพอสมควร ซึ่งพยายามสืบสวนไปตามข้อมูลที่ได้มา ในส่วนของปัญหาอุปสรรคก็เหมือนกับเรื่องทั่วๆไปที่ได้มา ไม่อยากจะให้คิดว่าเป็นปัญหา ความยากง่ายของคดีนี้แตกต่างกันกับคดีอื่นๆ แต่อย่างน้อยขอให้มั่นใจว่าตำรวจทำเต็มที่และจะทำให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องการตรวจสอบดีเอ็นเอ.กำลังติดตามผล โดยการตรวจดีเอ็นเอ.นั้นส่วนหนึ่งต้อง คำนึงถึงพยานหลักฐานที่ได้มา ไม่ใช่จะตรวจใครก็ได้ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวแจ้งว่า การเริ่มต้นสืบสวนใหม่ ซึ่งครั้งนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นครั้งที่ 4 แล้วตั้งแต่วันเกิดเหตุ โดยสืบสวนครั้งแรกประเด็นคนร้ายพุ่งเป้าไปที่แรงงานต่างด้าว แนวทางการสืบสวนครั้งที่ 2 ทิ้งน้ำหนักไปที่คนต่างชาติด้วยกัน และครั้งที่ 3 ทิ้งน้ำหนักไปที่เจ้าของบาร์เบียร์และเจ้าของรีสอร์ทในพื้นที่เกาะเต่า แต่ก็ไม่สามารถที่เดินหน้าต่อไปได้ เมื่อพยานหลักฐานไม่ได้เชื่อมโยงถึงบุคคลดังกล่าวกระทั่ง ล่าสุดทางตำรวจต้องเริ่มนับ 1 ใหม่อีกรอบ โดยพุ่งเป้าไปที่ผู้ต้องสงสัยรายใหม่ และเชื่อมั่นว่าคนในพื้นที่เกาะเต่ามีส่วนเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่ตอนนี้ยังไม่ชี้ชัด ต้องประมวลพยานหลักฐานที่ได้มาให้รอบคอบมากที่สุด ซึ่งตอนนี้ทางตำรวจดำเนินการหลากหลายรูปแบบทั้งทางบก ทางทะเล รวมถึงพยานแวดล้อมตามสถานที่ต่าง ๆ โดยเชื่อว่าต้องจับกุมคนร้ายได้ในเร็ว ๆ นี้แน่นอน
ขณะเดียวกัน นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ ผวจ.สุราษฎร์ธานีได้เดินทางลงพื้นที่เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามความคืบหน้าการคลี่คลายคดี พร้อมให้กำลังใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองที่ช่วยระดมกำลังค้นหาพยานหลักฐาน นายฉัตรป้อง ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งกระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ได้เร่งรณรงค์และฟื้นฟูการท่องเที่ยวสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว โดยออกมาตรการระยะสั้นระยะยาว ซึ่งในระยะเร่งด่วนได้จัดส่ง อส.จำนวน 50 นายเข้าพื้นที่ดูแลบริการนักท่องเที่ยว และเร่งติดตั้งป้ายเตือนอันตรายในจุดเสี่ยง ติดตั้งกล้อง CCTV จัดตั้งอาสาสมัครดูแลความปลอดภัยชายหาดโดยมอบหมายให้มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานีเป็นผู้ส่งเสริมภาษาอังกฤษให้แก่อาสาสมัคร พัฒนาศูนย์บริการนักท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ พัฒนาภูมิทัศและติดไฟฟ้าในจุดเสี่ยงต่างๆให้ครอบคลุมทั้ง 3 เกาะ แต่ยอมรับว่ากระแสไฟฟ้าบนเกาะเต่ามีจำนวนจำกัดจึงไม่ควบคุมเรื่องความปลอดได้ 100 เปอร์เซ็นต์นายฉัตรป้อง กล่าวด้วยว่า จากกรณีสื่อต่างชาติเสนอข่าวว่า บนเกาะเต่ามีผู้มีอิทธิพลจำนวน 3 กลุ่มนั้น ขอชี้แจงว่าในพื้นที่เกาะเต่าไม่มีผู้มีอิทธิกลุ่มใดๆ หากมีให้แจ้งเบาะแสมายังตนเองได้ตลอดเวลา โดยพร้อมจะนำกำลังดำเนินการปราบปรามเอง และการที่สื่อต่างประเทศมีการนำเสนอข่าวออกไปอย่างนั้น น่าจะเป็นเรื่องการเข้าใจผิดและอาจได้ข้อมูลมาผิดๆ คงไม่มีเจตนาสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทย แต่ยอมรับว่าข่าวที่ออกมาย่อมส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว