น้ำป่าพัดโรงเพาะกล้าไม้ โครงการพระราชดำริฯ
25 ก.ย. 2557 | wanchat

อุตรดิตถ์ -น้ำป่าหลากท่วมโรงเพาะชำ โครงการพระราชดำริ จ.อุตรดิตถ์ เสียหายกว่า 40,000 ต้น หนักสุดในรอบ 20 ปี
ข่าว
25 ก.ย. 2557 | wanchat

อุตรดิตถ์ -น้ำป่าหลากท่วมโรงเพาะชำ โครงการพระราชดำริ จ.อุตรดิตถ์ เสียหายกว่า 40,000 ต้น หนักสุดในรอบ 20 ปี
วันที่ 25 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้านตำบลนางพญา เข้าช่วยเจ้าหน้าที่ หลังโรงเพาะชำตามโครงการพัฒนาป่าลำน้ำน่านฝั่ง ขวา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ ต.บางนางพญา อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ได้รับความเสียหายหลังจากถูกน้ำป่าไหล หลากท่วมโรงเพาะชำดังกล่าวเสียหาย กระแสน้ำไหลแรงและเชี่ยว พัดกล้าไม้ที่เพาะไว้ เพื่อแจกชาวบ้านกว่า 4 หมื่นกล้า สภาพโรงเพาะชำถูกดินโคลนทับถมเสียหายในรอบ 20 ปี ผ่านมาเกือบ 1 เดือนยังไม่ได้รับการช่วยเหลือนายประสาน เอียดสังข์ เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าโครงการพัฒนาป่าลำน้ำน่านฝั่งขวา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักสะสมนานกว่า 12 ชั่วโมง ท้องที่ ต.นางพญา ที่ตั้งของโครงการพัฒนาป่าลำน้ำน่านฝั่งขวา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ท่าปลา วัดปริมาณน้ำฝนได้ 139 มิลลิเมตร ส่งผลทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากตามลำห้วยและดินถล่มจากภูเขา กระแสน้ำไหลเชี่ยวและแรงมาก ต้นไม้ใหญ่หักโค่น ขวางทางน้ำ ไหลทะลักเข้าท่วม โรงเรือนเพาะชำ กล้าไม้ทั้งสิ้น 44 แปลง ๆละ 1,200 กล้า มีกล้าไม้ที่เจ้าหน้าที่เพาะใส่ถุงดำ จำนวน 11 ชนิด ประกอบด้วย มะหาด พะยูง ถ่อน แคบิด มะค่าโมง ประดู่ ยางนา เต่าร้าง มะไฟป่า สักทองและสะเดา รวมทำการปลูกเพาะเอาไว้ทั้งหมด 52,800 กล้าน้ำป่าได้พัดและดินโคลนทับถมโรงเพาะชำสงผลให้กล้าไม้เสียหายจำนวน 42,770 กล้า และสามารถฟื้นฟูกลับมาใช้ประโยชน์ได้เพียง 1 หมื่นกว่ากล้าเท่านั้นนายประสาน กล่าวว่า ได้รายงานความเสียหายทั้งหมดให้กับต้นสังกัด จนถึงปัจจุบันเกือบ 1 เดือนยังไม่มีการเข้ามาตรวจสอบความเสียหายจริงในพื้นที่และให้ความช่วยเหลือ มีเพียงเจ้าหน้าที่ของโครงการฯและชาวบ้านตำบลนางพญา ได้เข้าช่วยเหลือในการฟื้นสภาพโรงเพาะชำ แต่เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะความเสียหายจากน้ำป่าไหลหลากครั้งที่ รุนแรงในรอบ 20 ปีทั้งนี้โรงเพาะชำ โครงการพัฒนาป่าลำน้ำน่านฝั่ง ขวา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.นางพญา อ.ท่าปลา พื้นที่เพาะกล้าไม้ เพื่อให้การส่งเสริมเพาะพันธุ์กล้าไม้และแจกจ่ายให้กับราษฎรในโครงการนำไปปลูก กล้าไม้ที่ใช้จะต้องมีอายุถึง 2 ปี เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ลดการทำลายป่าไม้ ไม่ทำไร่เลื่อนลอย ไม่บุกรุกป่า จึงวิงวอนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูและเยียวยา