โฮจิมินห์ซิตี้ถือเป็นเมืองที่เจริญที่สุดของเวียดนาม และเป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศ ถ้าเทียบกับของไทยแล้วก็คือกรุงเทพมหานครนี่แหละครับ เพียงแต่ไม่ใช่เมืองหลวงของประเทศเท่านั้น ดังนั้น การขนส่งสาธารณะที่นี่จึงมีตัวเลือกให้เลือกหลายประเภท ตั้งแต่ราคาถูกอย่างรถเมล์ปรับอากาศที่มีราคาเพียง 7 บาท 50 สตางค์ตลอดสายมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถสามล้อสัญลักษณ์ของประเทศอย่างซิกโล่ ไปจนถึงรถแท็กซี่มิเตอร์ครับ
สำหรับชาวต่างชาติแล้ว รถเมล์อาจจะดูไม่คุ้นเคยและอาจทำให้หลงทางยิ่งกว่าเดิม มอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ไม่ปลอดภัยในประเทศที่การจราจรดูน่าหวาดเสียวแบบนี้ ส่วนซิกโล่ก็ช้าเกินไป นั่งชมเมืองเพียงครั้งเดียวก็คงเบื่อแล้ว ดังนั้น ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับยานพาหนะของนักท่องเที่ยวก็คงหนีไม่พ้นรถแท็กซี่ครับ เพราะรูปลักษณ์เหมือนกับของไทย หาได้ง่าย มีแอร์เย็นสบาย มีมิเตอร์ และที่สำคัญ ราคาแทบไม่แตกต่างกับแท็กซี่บ้านเราเลยครับรถแท็กซี่ที่โฮจิมินห์ซิตี้มีด้วยกันหลายบริษัทครับ แต่ที่พบเห็นได้บ่อยและได้รับความนิยมมากที่สึดเป็นของบริษัทวีน่าซัน ซึ่งมีเอกลักษณ์รถคันสีขาว มีแถบสีเขียวและแดง และมีเบอร์โทรศัพท์หมายเลข 38 27 27 27 ติดอยู่ครับ โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 2 แบบครับ ได้แก่ แบบ 4 ที่นั่งแบบแท็กซี่ของไทย กับแท็กซี่คันใหญ่หน่อยที่จะมีที่นั่งทั่งหมด 3 แถว ส่วนเรื่องราคานั้นถ้าคันเล็กอย่างที่ผมขึ้นนี้เริ่มต้นที่ 12,000 ดอง หรือ 18 บาท เพิ่มขึ้นกิโลเมตรละ 12,000 ดอง และขยับราคาทีละ 3,000 ดองครับ ส่วนคันใหญ่แตกต่างกันเล็กน้อย เริ่มต้นที่ 16,000 ดอง หรือราว 25 ครับ แต่ถึงแม้ราคาเริ่มต้นจะถูกกว่าของไทย แต่ราคาเพิ่มขึ้นถี่กว่า จนเมื่อถึงจุดหมายปลายทางจริงๆ ราคาก็พอๆ กับที่กรุงเทพฯ ครับ
แต่ท่านผู้ชมเองก็ต้องสังเกตดีดีด้วยนะครับ เพราะหลายครั้งที่นักท่องเที่ยวถูกหลอก ถูกโกงค่าโดยสารเพราะขึ้นรถผิด โดยรถแท็กซี่ผีเหล่านี้จะทำรถเลียนแบบบริษัทวีน่าซันจนแทบจะแยกไม่ออกเลยครับ ดังนั้น ผมขอแนะนำให้ท่านผู้ชมทำตามคำแนะนำดังนี้ครับ
หนึ่ง สังเกตรถแท็กซี่ว่าสะกดชื่อบริษัทถูกหรือไม่ เบอร์โทรศัพท์ข้างรถถูกหรือไม่ มีมิเตอร์หรือไม่ ทางที่ดี พยายามอย่าเรียกแท็กซี่ที่จอดรอตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ อยู่แล้ว ควรเรียกแท็กซี่ที่วิ่งไปมาตามท้องถนนมากกว่าครับ
สอง สอดส่ายสายตามองมิเตอร์บ่อยๆ ว่าราคาขยับขึ้นเร็วผิดปกติหรือไม่ และหลายครั้งที่ผู้โดยสารเรียกไปสถานที่ใกล้ๆ แต่กลับใช้เวลานานกว่าเดิมเพราะคนขับพาอ้อม กรณีแบบนี้ผมแนะนำให้เปิดจีพีเอสตรวจสอบดูทางโทรศัพท์มือถือได้ครับ
สาม เมื่อถึงเวลาจ่ายค่าโดยสาร ให้มีสติดูเงิน กระเป๋าสตางค์ และสิ่งของสำคัญให้ดีว่าไม่มีตกหล่น หากถูกโกงค่าโดยสารจริงๆ ให้พยายามเถียงและจ่ายเท่าที่เราคิดว่าเหมาะสมไปเลย ซึ่งแน่นอนว่าคนขับก็จะขึ้นเสียงใส่และทำหน้าไม่พอใจ แต่ท้ายที่สุดแล้วคนขับก็ไม่กล้าทำอะไรนักท่องเที่ยว ถ้าอยู่ในสถานที่ที่ไม่เปลี่ยวนะครับ
และสี่ ตอนจ่ายขอให้ดูธนบัตรในมือของคนขับให้ดี เพราะเขาอาจสลับเอาธนบัตรที่มีมูลค่าน้อยกว่าออกมาแทน แล้วหาว่าเรายังจ่ายค่าโดยสารไม่ครบได้ครับ ดังนั้น ขอให้มั่นใจว่าเราจ่ายถูกแล้ว และกล้าเผชิญหน้ากับความถูกต้องครับ
นอกจากนี้ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อูเบอร์ แอพพลิเคชั่นใช้เรียกแท็กซี่สัญชาติอเมริกันที่โด่งดังไปทั่วโลกได้เริ่มให้บริการในโฮจิมินห์ซิตี้แล้วครับ โดยผู้ใช้เพียงแค่เปิดแอพ เลือกรถ เลือกสถานที่ที่จะให้รถมารับ จากนั้นรอเพียง 10-15 นาที รถก็มาถึงแล้ว และแอพยังมีรูปของคนขับให้ดูด้วย ทำให้การเรียกใช้บริการแท็กซี่สำหรับนักท่องเที่ยวมีความสะดวกและปลอดภัยยิ่งกว่าเดิม ส่วนค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 5000 ดอง หรือเพียง 7 บาทกว่าๆ เท่านั้น บวกเพิ่มอีกนาทีละ 600 ดอง และ 1 หมื่นดองต่อ 1 กิโลเมตรครับ อย่างไรก็ตามตอนนี้แท็กซี่ของอูเบอร์ยังถือว่ามีข้อจำกัดอยู่ เพราะรับชำระทางบัตรเครดิตเท่านั้นครับ
และเมื่อไม่นานมานี้มีข่าวว่า ในอนาคตแท็กซี่ทุกคันในโอจิมินห์ซิตี้จะต้องติดตั้งเครื่องออกใบเสร็จตามนโยบายของรัฐบาลภายในวันที่ 1 กรกฎาคมอีก 2 ปีข้างหน้าครับ โดยในใบเสร็จจะประกอบไปด้วยเส้นทางที่ไป ระยะทาง เลขทะเบียน และชื่อของคนขับ ดังนั้น นอกจากผู้โดยสารจะรู้สึกมั่นใจในความปลอดภัยมากขึ้นแล้ว หากผู้โดยสารลืมของเอาไว้ในรถ ก็สามารถหาทางติดต่อกลับได้ในเวลาอันรวดเร็ว หรือในกรณีที่ถูกโกงค่าโดยสาร ก็สามารถเอาใบเสร็จไปเป็นหลักฐานในการร้องเรียนได้ครับ
แท็กซี่ เป็นอีกหนึ่งตัวแทนของประเทศที่หลายคนมองข้ามครับ เพราะเกือบทุกครั้งที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางไปไหน พวกเขาก็มักจะเลือกใช้บริการแท็กซี่ และแน่นอนว่าพวกเขาต้องเดินทางทุกวัน วันละหลายรอบ ดังนั้น หากคนขับนิสัยไม่ดี พูดจาไม่สุภาพ หรือโกงค่าโดยสารนักท่องเที่ยวแล้ว ก็คงไม่ผิดอะไร ที่พวกเขาจะเอาไปบอกต่อ เล่ากันปากต่อปาก จนกระทบกับชื่อเสียงของประเทศในที่สุดครับผมเองจึงอยากให้ท่านผู้ชมที่ได้ทำความรู้จักกับแท็กซี่ที่เวียดนามแล้ว ลองย้อนกลับมาดูรถแท็กซี่หรือรถตุ๊กๆ ที่กรุงเทพฯ บ้าง คุณผู้ชมคิดว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะพูดถึงแท็กซี่บ้านเราว่าอย่างไรบ้างครับ