เนชั่นทีวี

ข่าว

สี่นักแสวงบุญ หลงป่าข้ามคืน ส่งข้อความขอความช่วยเหลือ

09 ก.ย. 2557 |

สี่นักแสวงบุญ หลงป่าข้ามคืน ส่งข้อความขอความช่วยเหลือ

นักแสวงบุญหลงป่าต้องดื่มน้ำขวดเดียวประทัง 4 ชีวิต ตลอดทั้งคืน รุ่งเช้าเดินหาทางออกจนพบจุดสัญญาณโทรศัพท์ ส่งข้อความขอความช่วยเหลือ

วันที่ 9 ก.ย.  ภายหลัง นายพิเชษฐ สุขสบาย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผายล ต.จันทร์เพ็ญ อ.เต่างอย จ.สกลนคร  ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือ ในวันที่ 8 ก.ย. ว่า   มีนักแสวงบุญ รวม  4 คน เดินทางไปทำบุญที่สำนักสงฆ์ภูด่านขาม  ต.หลุบเลา อ.ภูพาน จ.สกลนคร  จากนั้นมีการเดินเท้าตามเส้นทางเข้าไปในป่า 5 กิโลเมตร เพื่อไปยังสำนักสงฆ์ภูเพาะบรรพต ต.กกปลาซิว อ.ภูพาน จ.สกลนคร ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูผายล บนยอดเขาเมื่อทำบุญเสร็จแล้ว  ระหว่างเดินทางกลับลงมาจากยอดเขา เกิดพลัดหลงเข้าในในเขตป่าลึกอุทยานแห่งชาติภูผายล เทือกเขาภูพาน ซึ่งมีพื้นที่ 517,650 ไร่ โดยไม่สามารถออกมาจากป่าได้
ต่อมา นายพิเชษฐ ได้ขอกำลังทหาร ตำรวจ ชาวบ้านที่ชำนาญทางในพื้นที่ รวมกว่า 100 คน ออกตามมา โดยวางกำลังออกเป็น 4 ชุด เพื่อค้นหาทั่วบริเวณโดยรอบพื้นที่ กว่า 30 ตารางกิโลเมตร   จนกระทั่งเวลา 14.00 น. วันที่ 9 ก.ย.เจ้าหน้าที่ได้นำหมายเลขโทรศัพท์ 1 ในนักแสวงบุญ ที่ติดต่อขอความช่วยเหลือผ่านญาติ นำมาติดต่อจนสามารถติดต่อได้
จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ให้สัญญาณด้วยการยิงปืน และพยายามเดินหากัน กระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถพบเจอตัวผู้พลัดหลงทั้งหมด  ซึ่งอยู่ห่างจากเส้นทางหลักไปทางทิศตะวันออก จากวัดป่าภูเพาะบรรพต 5 กิโลเมตรโดยแต่ละคนอยู่ในสภาพอิดโรย เนื่องจากติดอยู่ในป่าเป็นเวลา 1 คืน ทราบชื่อ ผู้พลัดหลงทั้ง 4 คน คือนางสาวสถิตย์ สายแก้ว อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 219/29 ม.5 ต.หนองโค๊ก อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ พยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลราษีไศล
นางบุญสถิตย์ นามวงศ์ อายุ 67 ปี อยู่ บ้านเลขที่ 1586/16 ถ.รอบเมืองธาตุ ต.เมืองใต้ อ.เมือง จ.ศีรสะเกษ นายบุญเลิศ นามวงศ์ อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1586/16 ถ.รอบเมืองธาตุ ต.เมืองใต้ อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ และนางอุไรลักษณ์ (ขอสงวนนามสกุล ) อายุ 41 ปี เป็นเภสัชกรประจำโรงพยาบาลจังหวัดเลย นางสาวสถิตย์ สายแก้ว เปิดเผยว่า  เดินทางมาแสงวบุญเพื่อกราบพระสงฆ์ที่เคารพนับถือ จุดแรกเดินทางด้วยรถยนต์ ไปยังวัดภูด่านขาม  จากนั้นเดินป่า  า ขึ้นเขาไปวัดป่าภูเพาะบรรพต มีระยะทางห่างกัน 6 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 40 นาที มีนายบุญเลิศ เป็นคนนำทาง หลังปฏิบัติธรรมจนกระทั่งเวลา 16.00 น.ของวันที่ 8 จึงกราบลาและเดินทางกลับเส้นทางเดิม 
แต่ด้วยช่วงเวลาพลบค่ำ  ประกอบกับเป็นป่ารกทึบจึงทำให้หลงเส้นทางออกจากเส้นทางหลัก เข้าไปยังป่าลึกหาทางออกไม่ได้ กระทั่งรู้ตัวกันแล้วว่าหลงทาง จึงตัดสินใจหยุดอยู่กับที่ และพยามติดต่อโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ แต่ก็ยังไม่ได้ เนื่องจากไม่มีสัญญาณ จนกระทั่งค่ำ  ต่างคนต่างตั้งสติและนั่งหันหลังให้กัน เพื่อป้องกันสัตว์ป่ามาทำร้าย เนื่องจากไม่ได้มีอะไรติดตัวไปนอกเหนือจากน้ำ ขวดเดียวที่ต้องใช้ประทังชีวิต 4 คน ตลอดทั้งคืน ตั้งสติโดยการสวดมนต์ และตกลงกันว่ารุ่งเช้าจะหาเส้นทางเดินทางออกจากป่า เพราะนายบุญเลิศ ให้ความมั่นใจว่าจะพาออกจากป่าได้
พอรุ่งเช้าวันนี้ ทุกคนตัดสินใจเดินทางต่อเพื่อหาเส้นทางออกจากป่า แต่ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ก็ไม่สามารถหาเส้นทางออกจากป่าได้ จึงเปลี่ยนจากการเดินหาเส้นทางออกจากป่า เป็นหาสัญญาณโทรศัพท์แทน เพราะทุกคนหมดแรงที่จะเดินทางได้อีก จึงได้ส่งข้อความทางโทรศัพท์ ไปให้บุตรชายของนายบุญเลิศ จนมีการประสานให้ได้รับการช่วยเหลือ

ข่าวล่าสุด