พ.ต.ต.เตชินท์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากได้รับรายงานจากสายลับว่า บ้านดังกล่าวเป็นที่พักยาเสพติดและจำหน่ายให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ย่านฝั่งธน หลังจากจับตามาเป็นระยะหนึ่ง ก่อนที่จะประสานเจ้าหน้าที่ทหารพร้อมกำลังแสดงตัว เข้าทำการตรวจค้นบ้านทาวน์เฮ้าส์สูง 3 ชั้น จากการตรวจสอบบริเวณห้องนอนของ น.ส.มณีรัตน์ ในตู้เสื้อผ้าพบกล่องรองเท้ากระดาษสีน้ำตาลเมื่อเปิดออกก็พบยาบ้า 3,770เม็ด แบ่งแยกบรรจุอยู่ในถุงสีน้ำเงินถุงละ 200 เม็ด เพื่อพร้อมจำหน่าย และยาไอซ์จำนวน 94.98 กรัม ที่บรรจุซองพลาสติกแล้วบางส่วนเป็นกรัมเพื่อจำหน่าย เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางพร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหามาสอบสวนยัง สน.บางมด
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า จำหน่ายยาบ้าและยาไอซ์มานานหลายปีแล้ว โดยยาบ้าและยาไอซ์ของกลางทั้งหมดนั้น มีเด็กมาส่งให้ที่บ้าน ทราบเพียงว่ามีคนในเรือนจำเป็นผู้สั่งการ แต่ไม่แน่ใจว่ามาจากเรือนจำที่ใด และไม่ทราบชื่อผู้ส่ง เพราะจะเปลี่ยนหน้ามาตลอดไม่ซ้ำเวลานัดส่งมอบสิ้นค้า
"ยาบ้าและยาไอซ์ที่เอามาขายนั้น ทำไปเพื่อปากท้องของครอบครัว มีหลานชายที่ต้องดูแลอีก 2 คน ถ้าไม่ทำก็ไม่มีรายได้มาเลี้ยงปากท้อง อีกทั้งรูปแบบการรับยาเสพติดสามารถรับมาขายก่อน และเมื่อขายหมด จึงจะให้เด็กแถวบ้านโอนเงินค่ายาบ้าและยาไอซ์ให้ทีหลัง ทำให้ยังมีเวลาหมุนเงิน" น.ส.นารีรัตน์ กล่าวด้วยสีหน้าปลงๆ
พ.ต.อ.มานพ กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติ ทราบว่า น.ส.นารีรัตน์ เคยถูกจับเกี่ยวกับยาเสพติดแล้ว 3 ครั้ง แต่ยังกลับมาจำหน่ายอีก จนถูกจับในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะทำการขยายผลเพื่อติดตามผู้ที่บงการค้ายาเสพติด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา มีเสพติดประเภทที่ 1 (ยาบ้าและยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป