รัฐ-เอกชน ร่วมใจต่อต้านการคอร์รัปชัน
06 ก.ย. 2557 | wanchat

ประชาชน นิสิต นักศึกษา จากภาครัฐและเอกชนจากหลากหลายองค์กร พร้อมใจกันร่วมงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่น ปฏิญาณตนต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ให้หมดไปจากประเทศไทย
ข่าว
06 ก.ย. 2557 | wanchat

ประชาชน นิสิต นักศึกษา จากภาครัฐและเอกชนจากหลากหลายองค์กร พร้อมใจกันร่วมงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่น ปฏิญาณตนต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ให้หมดไปจากประเทศไทย
การจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่นที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ในคอนเซ็ปต์ "HAND IN HAND "ปฏิรูปการต่อสู้ เพื่อชัยชนะ อย่างยั่งยืน" ครั้งนี้ จัดขึ้นโดยองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเป็นประธาน โดยถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่มาจากผลพวงของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลังจากที่ผ่านมา ประชาชนไทยส่วนใหญ่รับไม่ได้กับการที่นักการเมืองทุจริต คอร์รัปชั่น สร้างความเสียหายให้แก่ประเทศ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีคนล่าสุดในฐานะประธานเปิดงาน บอกว่า ขณะนี้ รัฐบาลและคสช.ได้กำหนดให้เรื่องการปฏิรูปต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชั่น เป็นวาระแห่งชาติแล้ว ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมช่วยกันแก้ไข เพราะที่ผ่านมา ปัญหาความรุนแรงดังกล่าว ส่งผลเสียต่อประเทศ ทำให้ต่างชาติขาดความเชื่อถือในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานของรัฐและเอกชนในไทย
ด้านประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น ประเทศไทย ประมนต์ สุธีวงศ์ บอกว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา กระแสสังคมต้องต่อสู้อย่างหนักกับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้น โดยแนวทางแก้ไขดังกล่าว ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาให้ตรงจุด จึงจะเกิดผลดีที่สุด ขณะที่ประธานสภาอุตสาหกรรม สุพันธุ์ มงคลสุธี ก็ให้ความคิดเห็นที่น่าสนใจจากการเข้าร่วมงานครั้งนี้ว่า 3 เหตุหลัก ๆ ของการคอร์รัปชั่นภาคเอกชน ได้แก่ 1. เพื่อความคล่องตัว 2.เพื่อให้ได้งานหรือสัมปทานจากภาครัฐ และ 3.อยากทุจริตเลี่ยงการธุรกิจให้เป็นไปตามกฎหมาย ทั้งนี้ แนวทางสำคัญที่รัฐบาลใหม่ควรเร่งแก้ไขคือ ต้องจริงจังกับการปฏิรูปต่อต้านไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าว ใครกระทำผิดก็ควรมีบทลงโทษให้หนักและชัดเจนเพื่อป้องกันและเป็นตัวอย่างไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีกความตั้งใจแน่วแน่ต่อการต่อต้านคอร์รัปชั่นที่ค่อย ๆ ปรับการปฏิรูปของรัฐบาลใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่ภาครัฐและเอกชนส่วนใหญ่ต่างเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยจะก้าวหน้าไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น หาก นักการเมือง ข้าราชการ และภาคเอกชน ต่างร่วมแรง และ ตั้งใจจริง ช่วยกันขจัดปัญหาทุจริตที่ฝังรากลึกมายาวนานให้หมดสิ้นไป