ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายวิชา มหาคุณ กรรมการและโฆษก ป.ป.ช. ในฐานะกรรมการผู้รับผิดชอบสำนวนไต่สวนโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงถึงกรณีอัยการสูงสุด (อสส.) ยังสั่งไม่ฟ้องคดีรับจำนำข้าว และมีคำสั่งให้ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง อสส.กับ ป.ป.ช.เพื่อพิจารณาหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมว่า
ป.ป.ช.ไม่รู้สึกแปลกใจเรื่องที่ อสส.ระบุว่า พยานหลักฐานยังไม่เพียงพอหรืออะไรต่างๆ เพราะท่านยังไม่เห็นข้อมูลที่อยู่ในมือของเราในการเชื่อมโยงให้เห็นความชัดเจน อย่างไรก็ตาม เรารู้สึกเห็นใจท่าน อสส. เพราะขณะนี้สถานะท่านง่อนแง่นมาก จะเห็นได้เลยว่า ท่าน อสส.คนก่อนก็ถูกปลดกลางอากาศทางโทรทัศน์ ตอนเวลา 2 ทุ่ม อย่างนี้น่าเห็นใจหรือไม่
ดังนั้น อย่าไปรุกเร้าท่าน อสส.มากเลย เพราะน่าเห็นใจจริงๆ ความจำเป็น จำใจ หรืออะไรต่ออะไรที่เกิดขึ้นนั้น เราในฐานะที่เป็นองค์กรในกระบวนการยุติธรรมด้วยก็ต้องขอแสดงมุทิตาจิต อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ป.ป.ช.ไม่ได้ส่งหลักฐานอ่อนไปให้ อสส.
นายวิชา กล่าวว่ากรณีอ สส.แถลงข่าวเรื่องข้อไม่สมบูรณ์ในพยานหลักฐานคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ใน 3 ประเด็นคือ1.นายกฯมีอำนาจยับยั้งโครงการที่เป็นนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาแล้วหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่เก่ามากแล้ว และหลักฐานมีครบถ้วน แต่คงจะคุยกันรู้เรื่องในคณะทำงานร่วม แต่สำหรับประเด็นนี้ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เคยเสนอแล้ว
2.ที่ อสส.ตั้งข้อสังเกตว่า รวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วนหรือไม่อย่างไรนั้น เราได้มีการสอบพยานจนครบถ้วนแล้ว และทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ได้เสนอให้สอบเพิ่ม แต่ป.ป.ช.มีความเห็นไปแล้วว่า เมื่อเสนอมาก็รับไว้ แต่พิจารณาเห็นว่าไม่เกี่ยวข้องเพียงพอที่จะต้องสอบพยานเพิ่มแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เรายังไม่ได้รับข้อมูลจาก อสส. อย่างเป็นทางการ แต่เป็นการออกมาตอบโต้หลังจาก อสส.แถลงข่าวผ่านสื่อเท่านั้น ซึ่งเราคงต้องรอให้อสส.ส่งมาอย่างเป็นทางการอีกที แต่อยากเรียนว่าถ้า อสส.ได้เห็นหลักฐานที่จะส่งตามไปอีกนี้ ท่านอาจไม่ทำคดีต่อ แต่เป็นลมล้มคว่ำไปเอง เพราะมันเหลือกำลังรับจริงๆ เพราะประเทศนี้เมืองนี้มันสุดยอดแล้ว
และ 3.สำหรับงานวิจัยโครงการรับจำนำข้าวของทีดีอาร์ไอนั้น ความจริงมีอยู่ในพยานหลักฐานที่มาเบิกความกันไว้หมดแล้ว และ อสส.เป็นหน่วยงานที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมด้วยกัน หากสงสัยอะไร เราเคยมีข้อตกลงกันว่าถ้ามีข้อมูลอะไรยังไม่ครบถ้วนก็ขอมาได้ ไม่จำเป็นต้องมาตั้งคณะทำงานร่วม แต่ด้วยความเห็นอกเห็นใจ ทั้งตน นายประสาท พงษ์ศิวาภัย และกรรมการ ป.ป.ช. ทุกคน พูดตรงๆ ว่า เราสวดมนต์ทุกวันให้ อสส.อยู่รอดปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ถ้าตกลงกันได้อยากให้ อสส.ฟ้อง แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ป.ป.ช.จะต้องดำเนินการเอง เพราะกฎหมายเขียนไว้ชัดเจนแต่ดูจากที่ อสส.แถลงข่าว ดูเหมือนจะถอดใจแล้ว แต่ผมคิดว่า ท่านเป็นรุ่นน้องที่ผมเชื่อถือ คงจะไม่ถอดใจง่ายๆ หรอก ดังนั้น ผมจะรอรายละเอียดที่ อสส.จะส่งมาให้แล้วตั้งคณะทำงานร่วม ถึงแม้ว่า ป.ป.ช.อยากจะฟ้องร้องเองมากแค่ไหน แต่ก็ต้องใช้วิธีที่จะทำงานให้ราบรื่น นายวิชา กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไม ป.ป.ช.จึงส่งเอกสารหลักฐานที่เป็นผลวิจัยของทีดีอาร์ไอไปเพียงแค่ปกเท่านั้น นายวิชา กล่าวว่า ป.ป.ช.ได้แจ้ง อสส.ไปแล้วว่าหลักฐานมีอยู่ทุกอย่างถ้าต้องการให้มาขอ เพราะส่วนใหญ่เป็นพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับการเริ่มต้นสอบ โดยเป็นพยานบุคคลที่ได้ให้ถ้อยคำเอาไว้อย่างครบถ้วน แต่ อสส.ไม่ได้ติดต่อมาเลย ทั้งที่เราได้สอบถามไปแล้วว่าเป็นอย่างไรบ้าง ขอบอกว่าเราไม่ได้ตรวจวิทยานิพนธ์
ถ้า อสส.อยากอ่านในรายละเอียดจะเอาไปนอนอ่านเล่นนั้นได้เลย เมื่อถามว่า การส่งไปแต่ปกแสดงว่า ป.ป.ช.กลัวว่าเอกสารหลักฐานจะมีจำนวนมากเกินไปหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ไม่ใช่ไปแต่ปกก่อน แต่แสดงให้เห็นว่ามันเป็นของจริง โดยพยานหลักฐานได้เบิกความเอาไว้ครบถ้วนแล้ว มีรายละเอียดชัดเจนว่าเขาได้ทำการวิจัยไว้อย่างไรบ้าง
เมื่อถามว่า การระบุว่า อสส.กำลังง่อนแง่นนั้น เพราะ อสส.กำลังถูกแทรกแซงโดยการเมืองใช่หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ตนไม่ได้ระบุเช่นนั้น แต่บอกเพียงว่ารู้สึกสงสารและเห็นใจ อสส.ที่เข้ามาทำงานแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว คนเดิมไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเช่นกัน ลองคิดดูอกเขาอกเรา ด้วยความเห็นอกเห็นใจเราต้องหยุดนึกดูถึงสภาพบุคคลที่อยู่ดีๆ คนที่มีหมวกสูงสุดขององค์กรถูกปลดกลางอากาศ แล้วอีกคนหนึ่งเข้ามาแทนก็ยังอยู่ในฐานะที่ไม่แน่นอน ยังไม่รู้ตัวเลย ดังนั้น ต้องเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ