จากกรณีชาวพัทยาจำนวนหนึ่งได้ออกมาโพสต์ข้อความในโซเชียล มีเดีย ต่างๆ ขอ"ทวงคืน" จุดชมวิวบริเวณอ่าวเมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมเรียกร้องให้เจ้าของคอนโดหรู Water Front Suites & amp;Resi dence Pattaya รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างสูงระฟ้าที่บดบังทัศนียภาพความสวยงามของตัวอ่าว นั้น ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวจากทั้งจากฝ่ายที่เป็นเจ้าของโครงการ และฝ่ายที่เป็นผู้ดูแลเมืองพัทยา ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตคุ้มครองสิ่งแวดล้อม
วันนี้ (18 ส.ค.57) เฟสบุ๊คของที่ว่าการอำเภอบางละมุง https://www.facebook.com/BanglamungDistrict ได้โพสต์ข้อความว่า จากการแถลงข่าวของนายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา กรณีโครงการโคดอนฯ หรู Waterfont แหลมบาลีฮาย ณ ศาลาว่าการเมืองพัทยา สรุปใจความได้ว่า ทางผู้สร้างได้ขออนุญาตก่อสร้างกับทางเมืองพัทยาอย่างถูกต้องตามกฏหมาย ซึ่งทางเมืองพัทยาได้เห็นชอบให้ก่อสร้างอาคารดังกล่าว แต่ปัจจุบัน ทางโครงการดังกล่าวได้ก่อสร้างอาคารผิดไปจากรูปแบบที่ได้ยื่นขออนุญาตก่อสร้างไว้ มีการต่อเติมจากแบบที่ขอฯ ไว้
"ทางเมืองพัทยาจึงได้ประกาศให้ทางโครงการ Tulip Group ระงับการก่อสร้าง ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2557 ให้ระยะเวลา 45 วัน ให้ทำเรื่องแก้ไขแบบปรับปรุงโครงสร้างอาคาร ถ้าไม่มีการดำเนินการแก้ไข ทางเมืองพัทยาจะให้หยุดการก่อสร้างโครงการดังกล่าวทั้งหมดทันที" เฟสบุ๊คของที่ว่าการอำเภอบางละมุง โพสต์ข้อความ
ขณะเดียวกัน บริษัท Tulip Group Thailand เจ้าของคอนโสูงที่ตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์ ได้ออกแถลงการณ์ผ่านทางเฟสบุ๊คของบริษัทฯ ยืนยันโครงการฯถูกต้องตามกฎหมาย ช่วยสร้างงานให้คนท้องถิ่นมากกว่า 1,000 คน
Tulip Group ระบุในแถลงการณ์ว่า มีความภาคภูมิใจที่เป็นผู้พัฒนาโครงการโรงแรม และคอนโดมิเนียมในเมืองพัทยา โครงการต่างๆของเราสร้างงานให้กับคนท้องที่ซึ่งเป็นคนไทยมากกว่าพันคน เมืองพัทยาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภาคตะวันออกก็ว่าได้ และหากเมืองท่องเที่ยวนี้ มีโรงแรมและคอนโดมิเนียมระดับ 5 ดาว แน่นอนว่านักท่องเที่ยวจากทั่วโลกจะต้องแวะเวียนมาเยี่ยมเยียน นักท่องเที่ยวเหล่านี้จะนำรายได้เข้าสู่เมือง จะช่วยสนับสนุนธุรกิจของคนไทยที่นี่ และยังทำให้มีการสร้างงานเพิ่มขึ้นอีกด้วย
แถลงการณ์ยังระบุว่า ขณะนี้มีการตั้งประเด็นบนสื่อสังคมออนไลน์และเว็บไซท์ต่างๆเกี่ยวกับโครงการ Waterfront ณ แหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ เราจึงขอชี้แจงว่า โครงการของเราถูกต้องตามกฎหมาย 100% เรามีใบอนุญาต EIA (รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม) และ ใบอนุญาตการก่อสร้างอาคารอย่างถูกต้องจากทั้งทางเมืองพัทยาและ จากสำนักวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (สวผ.)
โครงการ Waterfront ช่วยพัฒนาภูมิทัศน์โดยรอบของแหลมบาลีฮาย การก่อสร้างจะแล้วเสร็จกลางปีหน้า และจะเป็นโครงการที่สวยงามสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเมืองพัทยา โครงการนี้ยังสร้างงานให้กับคนไทยอีกหลายอัตราและจะยกมาตรฐานเมืองพัทยาไปสู่ระดับสากล
"พวกเราเสียใจที่มีคนกลุ่มหนึ่งลุกขึ้นมาต่อต้านโครงการนี้ว่าไม่เหมาะสมกับเมืองพัทยา พวกเรามีความตั้งใจจริงที่จะเป็นฟันเฟืองหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาเมืองพัทยาให้น่าอยู่ทั้งสำหรับคนไทย และนักท่องเที่ยวทุกคน" แถลงการณ์ระบุ
ทั้งนี้ Water Front Suites & amp;Resi dence Pattaya เป็นโครงการคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ สูง 50 ชั้น อยู่ริมเชิงเขา สทร.5 พัทยา กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงยิ่งในโลกโซเชียล มีเดีย ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นโครงการก่อสร้างที่ห่างจากทะเลในระยะห่างไม่เกิน 100 เมตร และตัวอาคารอาจมีส่วนสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้
ก่อนหน้านี้ แฟนเพจเฟสบุ๊คของ "เรารักด่านพัทยา" ได้โพสต์ภาพตึกสูงบดบังทัศนียภาพ บริเวณจุดชมวิวเขาพระตำหนัก (บนเขาสทร.5 หน้าอนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์) ขณะที่กลุ่ม PattayaWatchdog ได้เปิดรณรงค์ในเว็บไซต์ www.change.org/th ส่งเรื่องร้องเรียนถึง คสช. และขอรวบรวมรายชื่อบุคคลที่ต้องการให้ปรับปรุงการก่อสร้าง โครงการคอนโดมิเนียมฯ เพื่อไม่ให้บังทัศนียภาพของอ่าวเมืองพัทยา ล่าสุดมีผู้ลงชื่อประมาณ 500 ราย
เมืองพัทยา ได้รับการประกาศจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้อยู่ในเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ปี พ.ศ.2553 การปลูกสิ่งก่อสร้างต่างๆ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งในประกาศดังกล่าว กำหนดไว้ว่า พื้นที่ที่วัดจากระดับน้ำทะเลปานกลางเข้าไปในแผ่นดินเป็นระยะ 100 เมตร ให้มีได้เฉพาะอาคารที่สูงได้ไม่เกิน 14 เมตร และพื้นที่ที่มีความลาดชันร้อยละ 20-35 นั้น อาคารที่สร้างได้จะต้องมีความสูงไม่เกิน 12 เมตร ขนาดแปลงที่ดินมีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า 120 ตารางวา