ตำรวจเร่งเก็บหลักฐานคดีอุ้มบุญ
10 ส.ค. 2557 | wanchat

ตร.เร่งเก็บหลักฐานคดีอุ้มบุญ เรียกสอบญี่ปุ่นพ่อเด็กอุ้มบุญสัปดาห์หน้า สบส.คาดเด็กอุ้มบุญอีก100 รายน่าจะทำคลินิกเดียวกับน้องแกมมี่
ข่าว
10 ส.ค. 2557 | wanchat

ตร.เร่งเก็บหลักฐานคดีอุ้มบุญ เรียกสอบญี่ปุ่นพ่อเด็กอุ้มบุญสัปดาห์หน้า สบส.คาดเด็กอุ้มบุญอีก100 รายน่าจะทำคลินิกเดียวกับน้องแกมมี่
จากกรณีที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมตำรวจ กก.ดส. ,ปคม. และตำรวจ สน.ลาดพร้าว เข้าตรวจคอนโดมิเนียมหรู ซอยลาดพร้าว 130 ก่อนพบเด็ก 9 คนที่เกิดจากแม่อุ้มบุญชาวไทย โดยใช้เชื้อจากพ่อชาวญี่ปุ่นเพียงคนเดียว พร้อมพี่เลี้ยงคอยดูเเลเด็กอีก 9 คน รวมทั้งพบหญิงตั้งครรภ์อีก 1 คน เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา ก่อนมีการขยายผลหาขบวนการทำการตรวจค้นสถานพยาบาล คลินิก ในพื้นที่ กทม. นั้นล่าสุดที่ กก.ดส. เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 10 สิงหาคม พ.ต.อ.นภันวุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.ดส. เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางตำรวจ กก.ดส.ยังไม่มีการตรวจสอบสถานพยาบาล หรือคลินิกเพิ่มเติมแต่อย่างใด เนื่องจากต้องรอข้อมูลการสอบปากคำเพิ่มเติมของพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ก่อน โดยจะต้องสอบปากคำเพิ่มจากผู้เกี่ยวข้อง รวมไปถึงแม่เด็กอุ้มบุญทั้ง 9 รายว่า มีสถานพยาบาล หรือคลินิกใดเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ เพื่อให้พนักงานสอบนำข้อมูลดังกล่าวส่งให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ทำการตรวจสอบเพิ่มเติม ว่าคลินิกที่ได้รับรายชื่อมานั้น มีความเกี่ยวโยงกับคดีดังกล่าวหรือไม่ ส่วนจะเป็นคลินิกที่ทำไอวีเอฟ(การช่วยการเจริญพันธุ์โดยการปฏิสนธินอกร่างกาย) ที่เป็นคลินิกเถื่อนดำเนินการลักษณะช่วยอุ้มบุญนั้น คาดว่าน่าจะมีมากกว่า 10 แห่ง แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งให้ไปตรวจสอบสถานที่เข้าข่ายลักษณะดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อน และไม่ขอเปิดเผยข้อมูลเชิงลึก เนื่องจากอาจทำให้เสียรูปคดี รายงานข่าวแจ้งว่า ส่วนการตรวจสอบข้อมูลจากเอกสารโรงพยาบาลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องนั้น ขณะนี้ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบข้อมูลโรงพยาบาล บริเวณย่านสาธร และย่านสีลมแล้ว เบื้องต้นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวข้องหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทางพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว จะเป็นนำเอกสารทั้งหมดไปทำการตรวจสอบอีกครั้งต่อไป
สบส.คาดเด็กอุ้มบุญเชื้อสายออสเตรเลียอีกกว่า 100 รายตามที่รมว.ต่างประเทศออสเตรเลียระบุ น่าจะทำอุ้มบุญที่คลินิกเดียวกับน้องแกมมี่ หลังเข้าตรวจสอบคลินิกดังกล่าวก่อนหน้านี้พบมีประวัติการทำกว่า 100 ครั้ง สบส.อยู่ระหว่างคัดแยกกรณีที่ทำผิดกฎหมาย-ใครลงมือ จากกรณีที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือทวิภาคีกับนางจูลี บิชอป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย ในระหว่างการร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนครั้งที่ 47 ณ ประเทศเมียนมาร์ ว่ามีการหารือถึงกรณีที่ชาวออสเตรเบียเข้ามาจ้างคนไทยอุ้มบุญ โดยระบุว่ายังมีกรณีที่ชาวออสเตรเลียได้เข้ามาจ้างคนไทยอุ้มบุญ ซึ่งเด็กยังอยู่ในท้องแม่อุ้มบุญอีกประมาณ 100 รายนั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม นพ.ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล ผู้อำนวยการกองกฏหมาย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าการระบุถึงจำนวนการทำอุ้มบุญที่มีกว่า 100 รายที่ยังอยู่ในท้องแม่อุ้มบุญดังกล่าวนั้น อาจเป็นการทำอุ้มบุญจากคลินิกแห่งเดียวกับที่ทำการอุ้มบุญน้องแกมมี่ เนื่องจากการเข้าตรวจสอบคลินิกดังกล่าวของสบส.ก่อนหน้านี้ พบประวัติการทำลักษณะเดียวกับน้องแกมมี่ และกรณีอื่นๆ อีก รวมกว่า 100 ราย ขณะนี้สบส.อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล เพื่อคัดแยกว่า กรณีใดเข้าข่ายการกระทำที่ผิด และใครคือผู้กระทำผิดบ้าง หากพบเป็นสถานพยาบาลกระทำผิด ก็จะไม่มีการละเว้น หรือ หากเป็นแพทย์ ก็จะจัดส่งประวัติแพทย์ ผู้กระทำผิดให้กับทางแพทยสภา ดำเนินการด้านจริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ นพ.ภัทรพล กล่าวถึงกรณีมีการโฆษณาการขายไข่ และสเปิร์ม รวมถึงสามารถเลือกหน้าตาได้ว่า หากเป็นการโฆษณาที่เกิดในสถานพยาบาล หรือ เว็บไซต์โดยมีการระบุ ชื่อ สถานพยาบาล สบส.สามารถดำเนินการ อาผิดได้ ตาม พรบ.สถานพยาบาล 2541 มาตรา 38 ที่มีการโฆษณาโอ้อวดเกินจริง หรือ กระทำอันเป็นเท็จ จะมี โทษปรับ 2 หมื่นบาท ส่วนที่เป็นการโฆษณาในเว็บไซค์ หรือ เฟซบุ๊คโดยไม่ได้แจ้งชื่อ สถานพยาบาล จะเป็นอำนาจ ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.)ที่จะดำเนินการกวดขันจับกุม สำหรับกรณีที่ระบุว่าพบแหล่งรับทำอุ้มบุญ ที่หมู่บ้าน ในซอยลาดพร้าว 87 นั้น ยังต้องมีการดำเนินการตรวจสอบก่อน หากลักลอบเปิดเป็นคลินิกจริงก็จะดำเนินคดีต่อไป ความคืบหน้ากรณีสาวไทยรับจ้างตั้งครรภ์หรืออุ้มบุญให้กับชาวต่างชาติจนตกเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลกขณะนี้ 2 ราย โดยเฉพาะในรายของหนุ่มชาวญี่ปุ่นชื่อ นายมิตสึโตกิ ชิเกตะ อายุ 24 ปี ทายาทมหาเศรษฐีญี่ปุ่น รวยติดอันดับโลก ที่จ้างหญิงไทยอุ้มท้องเด็กถึง 9 ราย ล่าสุดมีข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า นายมิตสึโตกิ จ้างแม่อุ้มท้องเด็กถึง 13 คน โดยนำเด็กออกจากประเทศไทยไปแล้ว 3 คนนั้น ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00น. วันที่ 10 ส.ค. พ.ต.อ.วิทวัฒน์ ชินคำ ผกก.สน.ลาดพร้าว เปิดเผยว่า ภายหลังจากการเข้าประชุมที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ที่ผ่านมา ตนได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบห้องพักในคอนโดซอยลาดพร้าว 130 ซึ่งเป็นห้องที่พบเด็กอุ้มบุญพร้อมกับพี่เลี้ยง ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.ลาดพร้าว เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบเพิ่มเติม ภายหลังจากการลงพื้นที่ตรวจสอบไปแล้วเมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.วิทวัฒน์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการเรียกสอบพยานนั้น ได้มีการเรียกสอบปากคำพยานไปแล้วในบางส่วน ส่วนมารดาของเด็กอยู่ระหว่างการประสานติดตามตัวมาสอบสวน ขณะที่ตัวนายมิตสึโตกิ พ่อของเด็กอุ้มบุญ ตำรวจได้ประสานกับทนายความส่วนตัวเพื่อติดต่อให้นายมิตสึโตกิ มาให้รายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับเด็กอุ้มบุญกับพนักงานสอบสวนภายในสัปดาห์หน้า หลังจากนี้หากพบพยานเพิ่มเติม หรือผู้ที่เกี่ยวข้องก็จะเชิญมาสอบสวนเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ ยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติมอีกว่าผู้ใดเป็นเจ้าของผู้ดูแลห้องพักดังกล่าว เพื่อติดตามตัวมาสอบสวนอย่างละเอียดต่อไปรัฐบาลออสเตรเลีย ยืนยันกับ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ว่าไม่สนับสนุนการทำผิดกฎหมายและขอให้ไทยเร่งดำเนินการกรณีที่ชาวออสเตรเลียจ้างคนไทยอุ้มบุญที่มีอีกราว 100 รายตามหลักมนุษยธรรม ขณะที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เตรียมเอาผิดจรรยาบรรณกับสถานพยาบาล ที่ทำอุ้มบุญให้ชายชาวญี่ปุ่นและจะฟ้องคดีอาญาในวันพุธ