เนชั่นทีวี

ข่าว

สธ.เตรียมเอาผิดอาญาแพทย์และโรงพยาบาลที่ทำอุ้มบุญ

10 ส.ค. 2557 | lastman

สธ.เตรียมเอาผิดอาญาแพทย์และโรงพยาบาลที่ทำอุ้มบุญ

กระทรวงสาธารณสุข เตรียมผิดแพทย์ ร.พ. ที่ทำอุ้มบุญ ต่อแพทยสภา ส่วนอาญาแจ้ง ตร.13 ส.ค.นี้ จ่อบุกจับคลินิกอุ้มบุญต่อ

อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ กระทรวงสาธารณสุข พูดถึง ความคืบหน้ากรณีการอุ้มบุญ ล่าสุด ทางกรมสนับสนุนฯ ได้แจ้งเรื่องเอาผิดคลินิก สถานพยาบาล และแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับกรณีการอุ้มบุญของชายชาวญี่ปุ่นไปกับแพทยสภาแล้ว ในเรื่องทางจรรยาบรรณการแพทย์ ส่วนการเปรียบเทียบปรับคลินิก หรือสถานพยาบาลที่กระทำการอุ้มบุญก็ได้ทำการเอาผิดไปแล้ว ตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาลแล้วเช่นกัน และการเอาผิดทางคดีอาญานั้น ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดต่อตำรวจอีกครั้งในวันที่ 13 สิงหาคม นี้ ที่ สน.ลุมพินี
อธิบดีกรมสนับสนุนฯ บอกว่าขณะนี้ สถานพยาบาล หรือ ร.พ.ที่สามารถทำการอุ้มบุญ หรือการทำเจริญพันธุ์ ทั่วประเทศมีทั้งหมด 45 แห่ง ทั้งรัฐและเอกชนที่ขึ้นทะเบียนไว้ และมีจำนวนแพทย์ที่ขึ้นทะเบียน 240 กว่าคน ก็ต้องไปดูอีกครั้งว่า ใครบ้างที่ทำผิดหรือไม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในการอุ้มบุญยังมีเบาะแสอีกหลายแห่งที่กระทำการเช่นนี้ ซึ่งทางกรมฯ จะได้ทำการบุกจับกุมต่อไป
สำหรับแนวทางการสืบสวนคดีเด็กอุ้มบุญ 9 รายนั้น มีรายงานว่า ในเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่พบว่า มีเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญมี 13 ราย ซึ่งพาออกนอกประเทศไปแล้วจำนวนหนึ่ง โดยใช้สูติบัตรเป็นสัญชาติ ญี่ปุ่น โดยมี นาย ชิเกตะ มิตซูโตกิ เป็นผู้แสดงตนเป็นบิดา ซึ่งก่อนหน้านี้
ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้รับการประสานจาก ทางสถานฑูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยให้เฝ้าจับตาบุคคลรายหนึ่งใช้พาสปอร์ตประเทศญี่ปุ่นโดยแสดงตัวว่าเป็นหญิงโดยกำเนิด แต่ข้อเท็จจริงแล้ว เป็นชายที่แปลงเพศแล้ว และมีความสนิทสนมกับนายมิตซูโตกิ และอาจเกี่ยวข้องกับการนำเด็กทารกออกนอกประเทศ โดยล่าสุดปรากฏภาพหญิงสาวรายหนึ่ง ที่เดินทางพร้อมกับนาย มิตซูโตกิ โดยใช้ชื่อว่า อันโนะ ยูกะ อายุ 27 ปี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจคนเข้าเมือง ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ เชื่อว่าบุคคลดังกล่าวน่าจะเป็นผู้ที่แสดงตัวเป็นแม่เด็ก
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า จากการเข้าตรวจค้นคลินิก ออลไ ววีเอฟ เมื่อวันก่อนได้ข้อมูลจากผู้รับอุ้มบุญรายหนึ่ง ที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ ได้เปิดเผยว่า ได้เข้าไปรับบริการในสถานพยาบาลดังกล่าว ส่วนการฝากครรภ์นั้นเด็กทั้ง 9 ราย เป็นการตั้งครรภ์ โดยการฉีดน้ำเชื้อของชายชาวญี่ปุ่นและไข่ของหญิงที่หามาใส่เข้าไปในมดลูก จนกระทั่งตั้งครรภ์ ซึ่งยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าการจัดหานั้น มีทนายความของ นายมิตซูโตกิ เกี่ยวข้องหรือไม่ ซึ่งการจัดหาในครั้งนี้น่าจะมีการกำหนดคุณสมบัติไว้อย่างชัดเจน ตั้งแต่ก่อนการทำอุ้มบุญ อาทิ เรื่องเพศ อายุ ลักษณะของสีผิว

ข่าวล่าสุด