เนชั่นทีวี

ข่าว

สอบปากคำแม่อุ้มบุญ เตรียมเอาผิดคลินิค

09 ส.ค. 2557 | wanchat

สอบปากคำแม่อุ้มบุญ เตรียมเอาผิดคลินิค

ตำรวจสอบปากคำแม่อุ้มบุญไปแล้ว 3 ราย เชื่อได้ว่ากรณีนี้ มีการกระทำในลักษณะเป็นขบวนการ เตรียมเอาผิดคลินิคทำอุ้มบุญ


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ส.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ รองผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบก.น.4 พ.ต.อ.ปัญญา ปิ่นสุข รองผบก.ปคม. พ.ต.อ.ชยานนท์ มีสติ รองผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.ดส. พ.ต.อ.วิทวัส ชินคำ ผกก.สน.ลาดพร้าว พ.ต.อ.สง่า กรรภิรมย์ ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.อ.อภิมุข กานตยากร ผกก.ฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองขาออก ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายชาตรี พินใย นิติกรชำนาญการพิเศษ กระทรวงสาธารณสุข ตัวแทนจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีพบเด็กทารกอุ้มบุญ 9 คน หญิงสาวตั้งครรภ์อีก 1 คน และส่งกลับประเทศไปแล้ว 3 คน โดยเป็นลูกของนายมิตสึโตกิ ชิเงตะ อายุ 24 ปี ภายหลังจากตรวจสอบแล้วพบว่าไปดำเนินการที่คลินิกเวชกรรมเฉพาะทางสูตินรีเวชชื่อออลไอวีเอฟ เป็นสถานที่ทำทารกอุ้มบุญดังกล่าว โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
พล.ต.ต.ชยุต เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า วันนี้เป็นการประชุมเพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานกรณีที่มีเรื่องอุ้มบุญเด็กทารกเกิดขึ้นพื้นที่สน.ลาดพร้าวนั้น การประชุมก็จะมีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่วนของกรมสนับสนุนการบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข มาร่วมดำเนินการกันตรงนี้ ยืนยันว่าผลการปฏิบัติก็ได้ผลทุกส่วน เมื่อวานนี้ในส่วนของการตรวจค้นคลินิกย่านเพลินจิต ถือเป็นข้อบ่งชี้หรือข้อพิรุธแน่ชัดว่า มีการปิดคลินิกและเก็บเอกสารหลบหนีไป จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เอกสารบางส่วนที่เป็นประโยชน์ตรวจสอบได้ จากการที่มีการประชุมสรุปแล้วว่า เป็นการกระทำที่เปิดกระบวนการ โดยมีการตระเตรียมการ
พล.ต.ต.ชยุต กล่าวต่อว่า ซึ่งในข้อกฎหมายเกี่ยวกับการอุ้มบุญนั้น ยังไม่ได้มีการรองรับ จึงเป็นต้องใช้กฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการ แต่มีความผิด พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ตรงนี้จะขยายผลที่มีความผิดที่เกี่ยวข้องต่อไป ยืนยันว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการดำเนินการอย่างเต็มที่ตามกรอบของกฎหมาย โดยจะเร่งรัดดำเนินการคลี่คลายความสงสัยต่างๆ และมอบหมายงานในส่วนต่างๆ และจะมาสรุปเพื่อดำเนินการส่วนอื่นทั้งบุคคลเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยจะใช้กฎหมายและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหยุดยั้งขบวนการตรงนี้ ซึ่งขณะนี้มีผลกระทบต่อการกระทำอย่างดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่กระทำเด็กทารกอุ้มบุญดังกล่าวโดยมิชอบ เบื้องต้นมีการกระทำผิดโดยมิชอบตามประกาศแพทยสภา ส่วนความผิดอื่นๆ ก็ตามมา หากเป็นความผิดตามคดีอาญาก็จะดำเนินการโดยเด็ดขาดทุกราย
เมื่อถามว่ามีโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องกี่แห่งที่จะต้องดำเนินคดี พล.ต.ต.ชยุต กล่าวว่า ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานว่า โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลใดบ้างที่เกี่ยวข้อง คาดว่าคงจะมีอยู่หลายที่ ประการแรกจะต้องขอความร่วมมือ เพราะหลายที่อาจจะเป็นส่วนของการทำคลอด ส่วนการทำอย่างอื่นนั้น อาจจะมีมากกว่านี้ก็ได้ ส่วนมีมากกว่า 5 แห่งหรือไม่ คาดว่าน่าจะมากกว่านั้น ยังไม่สามารถบอกได้ส่วนใหญ่จะเป็นเอกชนหรือรัฐบาล เพราะยังไม่มีข้อมูลปรากฏ
เมื่อถามถึงการตั้งประเด็นการสืบสวนสอบสวนนั้นมีสาเหตุอย่างไรบ้าง พล.ต.ต.ชยุต กล่าวว่า ขณะนี้ยังเป็นคำถามอยู่ว่าเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญตรงนี้ ผู้เกี่ยวข้องจะนำไปทำอะไร ตรงนี้ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลอยู่ ส่วนที่ถามว่าเมื่อเป็นขบวนการแล้วจะเข้าข่ายการค้ามนุษย์หรือไม่ กรณีการค้ามนุษย์ต้องเรียนว่า อาจจะเป็นความเข้าใจผิด เพราะประเด็นเรื่องการค้ามนุษย์ถ้าดูตามกฎหมายจะเกี่ยวข้องกับเรื่องเพศเป็นหลัก เรื่องการใช้แรงงาน การบังคับคนเป็นทาส กรณีดังกล่าวที่จะเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ที่มีการขายคนไปนั้น ยังไม่ใช่ ความผิดเรื่องของการค้ามนุษย์ขณะนี้ยังไม่ใช่ คำจัดกัดความตรงนั้น ยังไม่ขาด
เมื่อถามว่า ชายชาวญี่ปุ่นที่อาการทางจิตหรือไม่กรณีที่ทำการอุ้มบุญเด็กทารกทั้งหมดนั้น พล.ต.ต.ชยุต กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบ เนื่องจากไม่พบตัวชายชาวญี่ปุ่นดังกล่าว ส่วนข้อมูลการรักษาในสถานพยาบาลต่างด้วยนั้น ยังไม่ได้รับรายงานข้อมูลดังกล่าว ซึ่งการประสานติดตามตัวหรือการเดินทางเข้าออก รวมถึงตัวแม่เด็กนั้น ขณะนี้ ยังอยู่ระหว่างการประสานติดตามตัว ซึ่งคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด อาทิ แม่ที่เลี้ยงดู พี่เลี้ยงเด็ก ในขบวนการยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยมีแค่พยานเพียงบางส่วนที่ได้ทำการสอบถามเท่านั้น อย่างไรก็ตาม คดีจะเริ่มแล้ว โดยทางกรมสนับสนุนบริการสุภาพ จะกล่าวหาดำเนินคดีกรณีสถานพยาบาลก่อน เป็นการดำเนินคดีอาญา
เมื่อถามว่า เด็กทารกทั้งหมดที่เกี่ยวข้องมีมากกว่า 9 คน หรือไม่ พล.ต.ต.ชยุต กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบมีมากกว่า 9 คนอย่างแน่นอน รายละเอียดหากได้ข้อมูลชัดเจนแล้วจะบอกอีกครั้ง ส่วนบริเวณห้องพักเจ้าของห้องที่ถูกต้องนั้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบที่ชัดเจน
ด้านนายชาตรี พินใย นิติกรชำนาญการพิเศษ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐานเตรียมแจ้งข้อหา เจ้าของคลินิกย่านเพลินจิต ในความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล 2541  หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบบริเวณ ชั้น 12 เอ ความผิดฐาน ยินยอมให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมกระทำการไม่ได้มาตรฐานตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์   มีโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท ส่วนชั้น 15  ในอาคารเดียวกันนั้น มีความผิดเข้าข่าย ข้อหาประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท โดยจะเดินทางไปแจ้งความในวันที่ 13-14 ส.ค. สน.ลุมพินี  เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของคลินิกดังกล่าว
เมื่อถามว่า มีผู้เกี่ยวข้องรายอื่นอีกหรือไม่ นายชาตรี กล่าว่า เบื้องต้นคาดว่าน่าจะมีผู้เกี่ยวข้องอีกประมาณ 5  ราย ซึ่งจะ ต้องรวบรวมหลักฐานเอาผิดอีกครั้ง  สำหรับสถานพยาบาลและคลินิกของรัฐและเอกชน ที่ ได้รับอนุญาต มีทั้งหมด 45 แห่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนที่พบว่ามีการกระทำผิดลักลอบให้บริการ ขณะนี้พบ 12 แห่งและเข้าไปตรวจค้นแล้ว 1 แห่ง หลังจากนี้จะต้องรวบรวมหลักฐานเอาผิดทั้งหมด นอกจากนี้จะต้องตรวจสอบ ด้วยว่าภายหลังจากได้รับเชื้อแม่เด็กทั้ง 9  คนไปฝากครรภ์ที่ใด ซึ่งจะต้องสอบสวนอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีแพทย์บางรายที่ลักลอบให้บริการเนื่องจากมีรายได้ดีถึงรายละกว่า 1  ล้านบาท ซึ่งหากเทียบกับค่าปรับ หรือการดำเนินคดีแล้วนับว่าแตกต่างกันมาก ทำให้แพทย์บางรายยอมเสี่ยง

ข่าวล่าสุด