รัฐมนตรีสาธารณสุขไลบีเรียเปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตในไลบีเรีย เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว โดยจนถึงวันที่ 2 สิงหาคมนั้น มีผู้เสียชีวิตแล้วถึง 268 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านั้นถึง 130 ราย โดย 37 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข ขณะที่มีผู้ติดเชื้ออีก 2,497 คน
บรรดาญาติของเหยื่ออีโบล่าในไลบีเรีย ต่างไม่สนใจคำสั่งของรัฐบาล และพากันทิ้งศพที่ติดเชื้อไว้ตามถนน ขณะที่บรรดารัฐบาลในแอฟริกาตะวันตก กำลังพยายามหามาตรการที่เข้มงวดมาบังคับใช้ เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสมรณะ ที่คร่าชีวิตประชาชนไปแล้ว 887คน ที่ไนจีเรีย ซึ่งบันทึกผู้ติดเชื้อคนแรกเมื่อเดือนกรกฎาคม ทางการในกรุงลากอส ระบุว่ามีคน 8 คน ที่ติดต่อกับแพ็ททริค ซอว์เยอร์ ชาวอเมริกันที่เสียชีวิตเพราะไวรัสอีโบล่า ได้แสดงอาการของโรคออกมาแล้ว
ในกรุงมอนโรวา ของไลบีเรีย พบว่า ญาติของเหยื่ออีโบล่า พากันลากศพออกไปทิ้งตามถนนที่สกปรกแทนที่จะยอมให้บ้านเป็นสถานที่กักโรคตามคำสั่งของรัฐบาล นายลูอิส บราวน์รัฐมนตรีข่าวสาร ระบุว่า มีบางคนตระหนกตกใจต่อกฎเกณฑ์ใหม่ ๆ ในการกำจัดการแพร่เชื้อที่บ้านของเหยื่ออีโบล่า รวมถึงติดตามร่องรอยไปยังบ้านเพื่้อนและญาติของพวกเขาด้วยขณะที่ปัจจุบัน มีผู้ติดเชื้อไม่ถึงครึ่ง ที่รอดชีวิตจากโรคร้ายนี้ และชาวแอฟริกันจำนวนมาก ก็เชื่อด้วยว่า การรักษาตัวในแผนกผู้ติดเชื้ออีโบล่าของโรงพยาบาล เป็นการเข้าไปสู่กับดักที่นำไปสู่ความตาย
นายบราวน์ บอกว่า ญาติเหยื่อได้ลากศพออกจากบ้านไปทิ้งไว้ตามถนน ทำให้พวกเขาเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส แม้ว่าทางการจะบอกให้ทิ้งศพไว้ในบ้านและจะไปจัดการให้เองก็ตาม ซึ่งตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ ได้มีการเผาศพผู้ติดเชื้อไปเป็นจำนวนมาก.สายการบริติช แอร์เวย์ส ระบุว่า ได้ระงับเที่ยวบินขาเข้าและออกจากไลบีเรีย และเซียร่าเลโอน จนถึงสิ้นเดือนนี้ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยของสาธารณชน ส่วนเยอรมนีฝรั่งเศสและสหรัฐ ได้จับมือกันให้คำแนะนำว่าไม่ควรเดินทางไปยังกินี ไลบีเรีย และเซียร่าเลโอน เนื่องจากยังไม่มีแนวโน้มว่าการระบาดของโรคจะยุติลงง่าย ๆ