เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 17 ก.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผกก.สส.บก.น.6 พ.ต.อ.พรชัย จุณณวัตต์ ผกก.สน.จักรวรรดิ พ.ต.ท.ศาสตรา อ่อนรัศมี รอง ผกก.สส.บก.น.6 พ.ต.ท.บุญฤทธิ์ เสียงใส และ พ.ต.ท.สมศักดิ์ พรสง่ากุล สว.สส.บก.น.6 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ประกอบด้วย นายธณพล ฟูเกียรตินิยม อายุ 53 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ และนายวิจิตร กอเลิศสุชัย อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ข้อหา "ร่วมกันใช้บัตรอิเลคทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่เกี่ยวกับบัตรอิเลคทรอนิกส์ที่ผู้อื่นออกให้ผู้มีสิทธิ์ใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระสินค้า ค่าบริการ หรือหนี้อื่นๆแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกเงินสด"
พล.ต.ต.ชาญเทพ กล่าวว่า แก๊งคนร้ายข้ามชาติใช้บัตรอิเลคทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยการโอนเงิน และซื้อสินค้าจากบัตรเครดิตนั้น จากการตรวจสอบมีความผิดปกติในการรูดซื้อสินค้า และมีข้อมูลหลายรายการที่น่าสงสัย ทางเจ้าหน้าที่จึงติดตามตัวบุคคลดังกล่าวมาเพื่อดำเนินคดี
ด้าน พ.ต.อ.ฤชากร กล่าวว่า "เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสกรณีการทำธุรกรรมทางการเงินผิดปกติ จึงติดตามกลุ่มบุคคลต้องสยสัยดังกล่าว พบว่ามีการสั่งซื้อทองคำผ่านทางหน้าเว็ปร้านทองเล่งหงส์ ถนนเยาวราช โดยใช้ชื่อหรือไอดีการสั่งซื้อแค่คนเดียว แต่กรอกข้อมูลบัตรเครดิต 57 รายการ ซึ่งแต่ละรายการมีข้อมูลไม่เหมือนกัน ทางเจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจสอบ และคาดว่าจะมีการทุจริตเกิดขึ้น โดยเมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา นายธณพล ได้มาติดต่อที่ร้านทองเล่งหงส์ และนำเอกสารการสั่งซื้อทองคำ ที่ระบุว่าจะขายทองคำให้ จำนวน 8 รายการ รวมทั้งการยืนยันให้ซื้อทองจากร้านทองดังกล่าว เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบเอกสาร พบว่าเป็นเอกสารที่ปริ้นมาจากหน้าเว็ปไซด์ และเอกสารที่ปริ้นมาจากอีเมล์ แต่ไม่มีสำเนาบัตรเครดิต และสำเนาพาสปอร์ตของเจ้าของบัตรเครดิต
ด้าน พ.ต.อ.ฤชากร กล่าวต่อว่า ขณะที่สอบสวนนายธณพล อยู่นั้น ได้มีโทรศัพท์จากนายวิจิตร สอบถามถึงทองคำดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวนายวิจิตร มาสอบถามพิ่มเติม โดยทั้งคู่อ้างว่าได้รับข้อมูลบัตรเครดิตมาจากชายชาวต่างชาติ และหญิงไทยไม่ทราบชื่อ ย่านนานา โดยระบุว่าให้ทั้งสองติดต่อซื้อสินค้าทางอิเตอร์เน็ต และจะมีขบวนการจัดซื้อของตามลำดับ จากการสอบสวนข้อมูลบัตรเครดิตต่างๆ เจ้าของบัตรเครดิตทั้งหมดอาศัยอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และไม่ทราบว่ามีการธุรกรรมบัตรเกิดขึ้น เพราะบัตรเครดิตบางส่วนถูกอายัติ ถูกขโมย และแจ้งสูญหายไว้ คาดว่าจะมีการกระทำเช่นนี้เป็นเครือข่าย โดยการแบ่งหน้าที่การทำงาน อาทิ การจัดหาข้อมูลต่างๆ และการนำสินค้าไปจำหน่าย เพื่อเป็นการฟอกเงินให้มาอยู่ในระบบตามปกติ
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าการติดต่อซื้อทอง และไปรับทองนั้น ตนไม่รู้เรื่อง เพียงแค่มารับทองแทนเพื่อนเท่านั้น