นายตระกูล มีชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เผยถึงรูปแบบการบริหารราชการหลังจากการประกาศใช้ธรรมนูญฉบับชั่วคราว โดยคสช. จะยังมีบทบาทดูแลความมั่นคง ขณะที่รัฐบาลจะมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินว่า ประเด็นดังกล่าวถือเป็นธรรมชาติ เพราะที่ผ่านมา เช่น สมัยรัฐบาลของนายธานินทร์ กรัยวิเชียร ได้มีคณะทหารเข้ามาปกป้อง แต่ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เป็นปัญหาช่วงนั้น เพราะการเข้าไปล้วงลูก และแทรกแซงการการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลพลเรือน ส่วนในยุคปัจจุบันตนเข้าใจแนวยุทธศาสตร์ของพล.อ.ประยุทธ์ ว่า เพื่อให้บทบาทที่คสช. ต่อการปกป้องวัตถุประสงค์ของการเข้ายึดอำนาจ สานต่อภารกิจที่ได้ประกาศไว้ในระยะแรก หลังจากถ่ายโอนอำนาจไปยังรัฐบาลที่มาตามบทบัญญัติของธรรมนูญชั่วคราว แม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยตนเองหรือไม่ โดยแนวทางที่เกิดขึ้นตนมองว่าคณะทหารได้มีการศึกษาบทเรียนการรัฐประหารในอดีตและเลือกนำข้อดีมาปฏิบัติ
นายตระกูล กล่าวด้วยว่าสำหรับแนวทางการปฏิรูป ภายใต้สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปร.) หรือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นั้นเชื่อว่าคสช. จะไม่ปล่อยให้ดำเนินการใด ๆ ที่ไม่ตรงกับยุทธศาสตร์การทำงาน ที่พล.อ.ประยุทธ์ ได้ระบุถึงยุทธศาสตร์ 9 ข้อตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 อาทิ สร้างความเป็นธรรมในสังคม, การพัฒนาคนเข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน, การสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ดังนั้นในประเด็นการจัดผู้แทนเพื่อไปสมัครเป็นสปช. ตามแผนระยะที่ 2 นั้นที่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าบุคคลใดจะเป็นผู้ดำเนินการคัดเลือก แต่พอเข้าใจได้ว่าถ้ากระบวนการขับเคลื่อนแนวทางตามยุทธศาสตร์ไปยังสปร.หรือสนช. แล้วจะต้องกำหนดแนวทางและให้ได้ผลตามยุทธศาสตร์ทั้ง 9 ข้อ รวมถึงค่านิยมหลักของคนไทย ทั้ง 12 ข้อ อย่างไรก็ตามตนมองว่าแนวทางขับเคลื่อนดังกล่าวจะอาศัยเพียงกลไกข้าราชการประจำเท่านั้นคงไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ ดังนั้นควรให้ภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม เพราะยุทธศาสตร์ 9 ข้อ หรือ ค่านิยม 12 ข้อนั้น หัวใจสำคัญอยู่ที่ประชาชน
ผมมองว่าการปฏิวัติวัฒนธรรม หรือ ค่านิยม 1 โหลนั้นเป็นสิ่งที่ยาก และไม่สามารถทำให้สำเร็จภายใน 1 ปีแน่นอน เพราะผมจำได้ว่าค่านิยมหลักนั้นผมได้เรียนมาตั้งแต่สมัย พ.ศ.2500 ในส่วนของหน้าที่พลเมือง แต่หากพล.อ.ประยุทธ์ จะกลับนำมาสร้างใหม่สิ่งสำคัญต้องเริ่มจากพื้นฐานคือสถาบันครอบครัวที่แข็งแกร่ง แต่ปัจจุบันมีปัจจัยอื่นที่ต้องนำมาพิจารณาร่วม เช่น กระแสทุนนิยม, ค่านิยมสมัยใหม่ นอกจากนั้นแล้วต้องคำนึงถึงความสำคัญของภาคประชาชนในบทบาทตรวจสอบ ไม่ว่าในอนาคตบุคคลใดจะเข้ามาเป็นฝ่ายบริหาร ต้องวางรากฐานเรื่องดังกล่าวไว้อย่างไม่จำกัดสิทธิ์ นายตระกูล กล่าว