ป.ป.ช.เล็งให้ ขรก.-นักการเมือง ยื่นทรัพย์สิน ธุรกรรมเงินสด
03 ก.ค. 2557 | wanchat

ป.ป.ช.เล็งให้ข้าราชการ-นักการเมืองที่ต้องยื่นทรัพย์สิน ธุรกรรมเงินสดเคลื่อนไหวครึ่งล้าน และอสังหาฯ 1 ล้านขึ้นไปต้องรายงานทรัพย์สิน-หนี้สิน ไม่เว้นระหว่างอยู่ในตำแหน่ง
ข่าว
03 ก.ค. 2557 | wanchat

ป.ป.ช.เล็งให้ข้าราชการ-นักการเมืองที่ต้องยื่นทรัพย์สิน ธุรกรรมเงินสดเคลื่อนไหวครึ่งล้าน และอสังหาฯ 1 ล้านขึ้นไปต้องรายงานทรัพย์สิน-หนี้สิน ไม่เว้นระหว่างอยู่ในตำแหน่ง
ที่คณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) สนามบินน้ำ ป.ป.ช จัดการประชุมผู้บริหารจากสถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการ ป.ป.ช จำนวน 80 ท่าน โดยมีนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม ซึ่งหลังจากนั้นจะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่อง การใช้อำนาจของคณะกรรมการธุรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของคณะกรรมการ ป.ป.ช
นายปานเทพ กล่าวว่า เนื่องจากทางป.ป.ช.กำลังจะออกประกาศหรือคำสั่งเกี่ยวกับธุรกรรมการฟอกเงิน ที่จะปรับลดมูลค่าในธุรกรรมการเงินต่างๆ ที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องรายงานบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน จากเดิมตามกฎหมายป.ป.ง.ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินนั้นระบุว่า เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทำธุรกรรมการเงินตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไปจะต้องแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน แต่สิ่งที่ป.ป.ช.กำลังจะประกาศนั้นจะเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่จะต้องรายงานทรัยพ์สินลง โดยผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีการทำธุรกรรมการเงินตั้งแต่ 5 แสนบาทขึ้นไป และธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องรายงานการทำธุรกรรมดังกล่าวกับป.ป.ช.และป.ป.ง.
นายปานเทพ กล่าวต่อว่า เวลายื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น จะยื่นก่อนรับตำแหน่งและเมื่อพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งหากมีธุรกรรมเกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ก็ตรวจสอบไม่ได้ แต่ต่อไปนี้ต้องตรวจสอบได้ จึงจะทำให้ประสิทธิภาพในการตรวจสอบของป.ป.ช.นั้นดีขึ้น ดังนั้นก่อนร่างประกาศจะถูกประกาศใช้จริง จึงต้องมีการพูดคุยหารือกับผู้บริหารสถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า มีความคิดเห็นหรือมีข้อเสนอแนะอย่างไร
ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการ คณะกรรมการ ป.ป.ช กล่าวว่า การประชุมนี้มีทุกปีเพื่อสร้างความร่วมมือการทำงานระหว่างสถาบันทางการเงิน เพราะทางป.ป.ช ไม่สามารถทำงานได้เพียงคนเดียว และในแต่ละปีก็จะมีการพิจารณาประเด็นที่จะหารือร่วมกัน โดยในปีนี้มีประเด็นเกี่ยวกับกฎหมาย มาตรา 37/ 2 ของ พ.ร.บ ป.ป.ช พ.ศ 2554 เพื่อให้ ป.ป.ช มีอำนาจเหมือนคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน ในการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของนักการเมืองหรือบุคคลที่ต้องยื่นบัญชีต่อ ป.ป.ช ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นของ ร่างประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช เรื่องกำหนดจำนวนเงินและมูลค่าทรัพย์สินในการทำธุรกรรมที่ต้องรายงานต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช พ.ศ..... ทั้งนี้หากผู้บริหารทางการเงิน เห็นด้วยจะมีการพิจารณานำร่างดังกล่าวเข้าที่ประชุม คณะกรรมการ ป.ป.ช และจัดทำเป็นประกาศออกมาใช้
นายวรวิทย์ กล่าวถึง ข้อดีของร่างประกาศดังกล่าว คือ สามารถตรวจสอบความผิดปกติของธุรกรรมการทางการเงินของนักการเมืองหรือผู้ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิม
ขณะเดียวกันในส่วนของตัวแทนผู้บริหารทางการเงินและผู้ที่เกี่ยวข้อง กล่าวว่า ต้องการให้มีการปรับปรุงแก้ไขร่างดังกล่าว ในเรื่องของ การพิจารณาเกณฑ์เกี่ยวกับจำนวนเงินสดที่จะตรวจสอบ เกณฑ์ระยะเวลาการตรวจสอบ เพราะหากเป็นไปตามร่างดังกล่าวขั้นตอนการตรวจสอบจะหนักต่อผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ต้องการให้หลักเกณฑ์การตรวจสอบเหมือนกับ ป.ป.ง เช่น เงินสดที่จะตรวจสอบมากกว่า 2,000,000 บาท จะได้เชื่อมโยงกับทาง ป.ป.งได้
นายวรวิทย์ กล่าวภายหลังการรับฟัง ว่า จะนำความคิดเห็นในวันนี้ไปปรับปรุงแก้ไขร่างดังกล่าวอีกครั้งและจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการทำงานร่วมกันเพื่อปรัปปรุงร่างดังกล่าวให้ สมบูรณ์และสามารถประกาศใช้ได้