"สมยศ"ย้ำ บังคับใช้กฎหมายเท่าเทียม
02 ก.ค. 2557 | wanchat

2 ก.ค.57 - รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติย้ำ บังคับใช้กฎหมายเท่าเทียม ทั้งกลุ่มหนุน-ต้าน คสช. ยันไม่ 2 มาตรฐาน
ข่าว
02 ก.ค. 2557 | wanchat

2 ก.ค.57 - รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติย้ำ บังคับใช้กฎหมายเท่าเทียม ทั้งกลุ่มหนุน-ต้าน คสช. ยันไม่ 2 มาตรฐาน
วันที่ 2 กรกฎาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ( ตร.)พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.)ด้านความมั่นคง (มค.)กล่าวถึงกรณีที่มีการกังขาวิพากษ์วิจารณ์ว่าตำรวจและทหารปฏิบัติกับผู้ชุมนุมที่มีความเห็นแตกต่างกันอย่างไม่เท่าเทียมกันและเลือกปฏิบัติว่า ล่าสุดทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ได้กำชับอีกครั้งว่าให้ทหารและตำรวจปฏิบัติกับผู้ต่อต้านและเห็นต่างทุกกลุ่มทุกฝ่ายให้เท่าเทียมกัน ไม่เลือกปฏิบัติ โดยให้หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง และต้องบังคับใช้กฎหมายจากเบาไปหาหนัก โดยวิธีที่เคยพูดไปหลายครั้งแล้วคือให้บันทึกภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวผู้ชุมนุมหรือผู้แสดงการต่อต้านแล้วเชิญตัวมาพบเพื่อพูดคุยและปรับความเข้าใจ ปรับทัศนคติเพื่อให้เกิดความเข้าใจ หากจำเป็นที่จะต้องจับกุมตัวก็ไม่ให้จับกุมในพื้นที่ชุมนุมเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าซึ่งจะทำให้เกิดความรู้สึกทางลบต่อสังคม และต่อสื่อต่างๆโดยเฉพาะสื่อต่างประเทศและตกเป็นเป้าในการโจมตีได้
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ได้สั่งกำชับตำรวจและทหารที่เข้าไปปฏิบัติการในพื้นที่ทุกครั้ง ให้ปฏิบัติต่อผู้แสดงออกทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมอย่างเช่นกรณีที่มีกลุ่มผู้สนับสนุน คสช.ไปยื่นหนังสือและดอกไม้ที่สถานทูตออสเตรเลีย กับกลุ่มคัดค้านไปนั่งรับประทานแซนวิชที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาฯ ก็สั่งการให้เจ้าหน้าปฏิบัติต่อทั้ง2กลุ่มในมาตรฐานเดียวกัน สำหรับคนที่ยังเป็นเยาวชนและนักศึกษาก็ได้เชิญตัวมาทำความเข้าใจพร้อมเชิญผู้ปกครองมาร่วมทำความเข้าใจมีการตักเตือนผู้ปกครองด้วย ทั้งนี้หากคนใดยังทำพฤติกรรมเดิมๆซ้ำอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออนาคต ต่อด้านการศึกษาของเยาวชนคนนั้นด้วย ทั้งนี้จากการพูดคุยกับเยาวชนและผู้ปกครองก็เข้าใจเป็นอย่างดี เชื่อว่าคงไม่ทำพฤติกรรมดังกล่าวซ้ำ แต่หากใครยังทำพฤติกรรมซ้ำก็จำเป็นต้องจับกุมดำเนินคดี
รองผบ.ตร.กล่าวถึงการโพสต์ข้อความต่อต้านคสช.ในอินเตอร์เน็ต หรือโซเชียลมีเดีย ว่า หากพบข้อความเนื้อหาที่รุนแรงส่อในทางยุยง ส่งเสริมให้เกิดความแตกแยก ขั้นแรกจะตักเตือนก่อน แต่หากเตือนแล้วยังฝ่าฝืนก็ต้องถูกดำนเนินคดีตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา116 ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต(1) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย(2) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ(3) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน7ปี)