เช้าวันนี้ผู้แทนพรรคเสรีประชาธิปไตยหรือ LDP ของนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ รัฐบาล และพรรคนิวโคเมโตะ พรรคร่วมรัฐบาล ตกลงเห็นพ้องร่วมกันในการตีความ รัฐธรรมนูญใหม่ในมาตรา 9 ที่ห้ามญี่ปุ่นส่งกองกำลังป้องกันตนเองไปร่วมภารกิจแก้ไขข้อพิพาทระหว่างประเทศ
แผนปฏิรูปนโยบายความมั่นคงใหม่สรุปว่าจะสามารถตีความใหม่ได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใฝ่สันติ ที่สหรัฐเป็นผู้ร่าง หลังญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง เปิดทางให้ใช้กองกำลังเท่าที่จำเป็นเพื่อป้องกันตนเองในสถานการณ์บางอย่าง ซึ่งน่าจะรวมถึงเมื่อมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับญี่ปุ่นถูกโจมตี และมีสัญญาณอันตรายว่าความอยู่รอดของชาติญี่ปุ่นและสิทธิของชาวญี่ปุ่นถูกคุกคามด้วย
และในการประชุมคณะรัฐมนตรีเต็มคณะภายในวันนี้จะมีการอนุมัติแผนปฏิรูป จากนั้นนายกรัฐมนตรีจะแถลงชี้แจงเหตุผลของการตัดสินใจ
แต่ชาวญี่ปุ่นหลายพันเดินขบวนประท้วงในกรุงโตเกียวเมื่อวาน เพื่อคัดค้านการเปลี่ยนแปลงการตีความรัฐธรรมนูญฉบับที่มีเนื้อหาป้องกันไม่ให้กองทัพญี่ปุ่นเข้าสู่สงครามในต่างประเทศอีก นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อปี 2497 ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบอกว่าครั้งนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่สิ้นสุดสงคราม
ผู้จัดการชุมนุม บอกว่า มีผู้ร่วมเดินขบวนราว 10,000 คน บางคนถือป้ายมีข้อความว่า "ไม่ต้องการเห็นลูกหลานและทหารของเราต้องไปตายอีก" และ "ปกป้องรัฐธรรมนูญ" พนักงานบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่ง บอกว่า ถ้าจะเปลี่ยนแปลงการตีความรัฐธรรมนูญใหม่ ก็ควรจะให้ประชาชนได้มีโอกาสลงประชามติ นอกจากนี้เมื่อวันอาทิตย์ มีชายคนหนึ่งจุดไฟเผาตัวเอง บนอาคารสูงบริเวณสี่แยกแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว เพื่อประท้วงการปฏิรูปรัฐธรรมนูญด้วย
ส่วนผลสำรวจความคิดเห็น ที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์โดยหนังสือพิมพ์ธุรกิจ นิคเคอิ ระบุว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง ไม่สนับสนุนแผนแก้ไขรัฐธรรมนูญรักสงบที่จะฟื้นฟูบทบาทกองทัพญี่ปุ่น ให้สามารถนำทัพออกไปร่วมรบกับประเทศพันธมิตรได้ ส่วนพวกที่เห็นด้วยมีจำนวน 34 เปอร์เซ็นต์ และที่เหลือยังไม่ได้ตัดสินใจ