เนชั่นทีวี

ข่าว

"สมยศ" โต้ "จักรภพ" ไม่จำเป็นต้องสร้างหลักฐานคดีอาวุธปืน

30 มิ.ย. 2557 |

"สมยศ" โต้ "จักรภพ" ไม่จำเป็นต้องสร้างหลักฐานคดีอาวุธปืน

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.)ด้านความมั่นคง กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีเกี่ยวข้องกับอาวุธสงคราม ว่า กรณีการขออนุมัติออกหมายจับนายจักรภพ เพ็ญแข สืบเนื่องจากการจับกุมอาวุธปืนในพื้นที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาให้การซัดทอดว่านายจักรภพ มีส่วนรู้เห็นกับการนำมาซึ่งอาวุธ รู้เห็นการจัดหาอาวุธ

ซึ่งเกี่ยวข้องอย่างไรอยู่ในสำนวนคดี ซึ่งกรณีที่นายจักรภพออกมาโวยวายว่าตำรวจและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)สร้างหลักฐานขึ้นมาเพื่อดำเนินการใช้สนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้น บอกเลยว่าไม่จำเป็นต้องใช้ตรงนี้เพราะนายจักรภพนั้นมีความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 215-216 ในกรณีนำมวลชนแนวร่วมประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการ(นปก.) ปิดล้อมบ้านพักพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองค์มนตรี เมื่อวันที่ 22กรกฎาคม 2550ซึ่งคดีนี้สามารถดำเนินการส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้อยู่แล้ว
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ล่าสุดพล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผบ.ตร.ออกคำสั่งแต่งตั้งพนักงานงานสอบสวนคดีอาวุธปืนทั้งหมด โดยมี ตนเป็นหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ที่จะมีการนำสำนวนคดีอาวุธปืน อาวุธสงครามที่เกิดขั้น ทั้งนครบาล ภูธรภาค 1, 2, 4,และ 6 เข้าไว้ด้วยกันทั้งหมด ซึ่งจะโยงใยให้เห็นว่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร อย่างไรก็ตามวันนี้( 30 ม.ย.)ตำรวจได้ตรวจยึดอาวุธสงครามได้ส่วนหนึ่ง ซึ่งนายภคภูมิ หรือสมศักดิ์ หรือจ่าโก โกศินานนท์ 1ใน 8ผู้ต้องหาคดีอาวุธสงครามตามหมายจับศาลจังหวัดทหารบกสระบุรี ซึ่งถูกตำรวจควบคุมตัวได้แล้ว ให้การว่ามีอาวุธปืนซุกซ่อนไว้ที่ ตำบลคลอง 5 จ.ปทุมธานี
รายงานข่าวแจ้งว่า คณะพนักงานสอบสวนคดีอาวุธปืน อาวุธสงคราม กำลังรวบรวมความเชื่อมโยงคดีที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเบื้องต้นมีพยานหลักฐานเชื่อได้ว่านายจักรภพ มีความเกี่ยวข้องกับขอนแก่นโมเดล ทั้งนี้กฎหมายอาญามาตรา 215 ผู้ใดมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิด การวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือ ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้กระทำความผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ บรรดาผู้ที่กระทำความ ผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้กระทำความผิดเป็นหัวหน้า หรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการ กระทำความผิดนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 216 เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความผิด ตาม มาตรา 215 ให้เลิกไป ผู้ใดไม่เลิก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน สามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข่าวล่าสุด