หลังจากนายวิทยา มากนคร เจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 ตรัง พร้อมผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบวาฬมาติดแอ่งน้ำตื้นบริเวณอ่าวโต๊ะมัย หมู่ที่ 5 บ้านหลังเขา ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง จึงเดินทางด้วยเรือไฟเบอร์ฝ่าคลื่นลมแรงเข้าไปตรวจสอบพบเป็นวาฬคูลเวียร์ ยาว 4 เมตรเศษ างกายซูบผอม น้ำหนักเหลือน้อยประมาณ 700 กิโลกรัม อายุไม่เกิน 10 ปี โดยมีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวช่วยกันอุ้มประคองตัวไว้เพื่อป้องกันไม่ให้วาฬดิ้นรนช่วยเหลือตัวเอง เพื่อเอาชีวิตรอด หลังเข้ามาติดแอ่งน้ำตื้นบริเวณดังกล่าวตั้งแต่ช่วงเที่ยงของวันที่ 28 มิถุนายน
จนกระทั่งพลบค่ำเมื่อน้ำเริ่มขึ้นสูงทางเจ้าหน้าที่จากศูนย์อนุรักษ์ฯ รวมทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวขาวต่างชาติช่วยกันนำเสื้อชูชีพสวมให้ที่ลำตัว และเหนือส่วนหางรวม 3 จุด แล้วนำตัวผูกให้ติดกับเรือไฟเบอร์ของเจ้าหน้าที่จากนั้นต้องการจะลากพาไปไว้ในบริเวณพื้นที่น้ำนิ่ง เพื่อรอเจ้าหน้าที่สัตว์แพทย์จากศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน (ภูเก็ต) ที่เดินทางมาทำการตรวจสุขภาพและดูแลรักษาอาการบาดเจ็บก่อนปล่อยตัวลงสู่ทะเลลึก แต่เมื่อเรือไฟเบอร์ของเจ้าหน้าที่นำร่างวาฬออกไปได้บริเวณหน้าอ่าวเล็กน้อยประกอบกับน้ำทะเลกำลังขึ้นสูงและมืดมาก มีโขดหินน้อยใหญ่จำนวนมาก วาฬก็ได้ดิ้นรน เพื่อเอาชีวิตรอด จนท้องเรือกระแทกกับโขดหินทำให้เรือเสียหายเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ไม่สามารถบังคับเรือได้ จึงจำเป็นต้องปลดเสื้อชูชีพและปล่อยวาฬเป็นอิสระ จากนั้นได้กลับเข้าฝั่งเพื่อรอติดตามต่อไป
ต่อมาเมื่อเช้าวันนี้ 29 มิถุนายน เจ้าหน้าที่สัตว์แพทย์จากศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน (ภูเก็ต) พร้อมชาวบ้าน และผู้สื่อข่าวได้ออกสำรวจพื้นที่บริเวณชายหาดอ่าวโต๊ะมัยและพื้นที่ใกล้เคียง เพราะเกรงวาฬจะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองจนปลอดภัยได้ ก็พบว่าวาฬได้ไปเกยตื้นตายในพื้นที่อ่าวดินแดง ห่างจากอ่าวโต๊ะมัยไปประมาณ 400 เมตร เจ้าหน้าที่รวมทั้งชาวบ้านและผู้สื่อข่าวรวมจำนวน 5 คน ได้ช่วยกันผลักดันซากให้กลับเข้าริมฝั่งมากที่สุด เพื่อนำเชือกมาผูกมัดซากไว้ รอการผ่าพิสูจน์เอาเนื้อเยื่อ เพื่อไปพิสูจน์ชนิดพันธุ์ อายุ และหาสาเหตุการตายอย่างละเอียดต่อไป แต่เนื่องจากในภาคเช้าวันนี้ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างแรง และเกิดพายคลื่นลมแรง จึงไม่สามารถผ่าเก็บเนื้อเยื่อได้ ต้องรอหลังน้ำลดในช่วงบ่าย จึงทำการผ่าพิสูจน์ได้
สัตวแพทย์หญิง ราชาวดี จันทรา ทีมสัตวแพทย์จากศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลฝั่งอันดามันจ.ภูเก็ต กล่าวว่า เบื้องต้นพบเป็นปลาวาฬคูลเวียร์ เพศผู้ อายุประมาณ 10 ปี น้ำหนักกว่า 700 กิโลกรัม ความยาว 4 เมตรครึ่ง สภาพผอมโซและมีบาดแผลตามลำตัวหลายแผล คาดน่าจะเจ็บป่วยมาก่อนหน้านี้และเป็นวาฬวัยผสมพันธุ์ ประกอบกับมีคลื่นลมแรงทำให้ถูกคลื่นซัดขึ้นฝั่ง ตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายวานนี้(28 มิ.ย) เวลาประมาณ 16.00 น. แต่ยังไม่ตายชาวบ้านจึงช่วยกันผลักออกสู่ทะเลได้ในช่วงน้ำขึ้นเวลาประมาณ 20.00 น. คืนที่ผ่านมา ท่ามกลางคลื่นที่สูง 3-4 เมตร จนกระทั่งช่วงสายวันนี้(29 มิ.ย) ทีมสัตวแพทย์ ชาวบ้านและผู้สื่อข่าวออกเดินสำรวจรอบเกาะลิบง จึงพบวาฬตัวดังกล่าวขึ้นมาเกยตื้นตายบริเวณอ่าวดินแดงห่างจุดที่พบครั้งแรกประมาณ 400 เมตร นับเป็นวาฬน้ำลึกที่อาศัยหากินปลาตัวเล็กและปลาหมึก ในบริเวณไหล่ทวีป หรือแถวบริเวณทะเลอันดามันด้านนอก พบเป็นตัวแรกในท้องทะเลตรัง และเป็นตัวที่ 2 ที่พบในฝั่งทะเลอันดามัน โดยตัวแรกพบที่ จ.สตูลเมื่อปี 2542
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์การตายของวาฬคูลเวียร์ แต่ชาวบ้านไม่เชื่อว่าจะเป็นลางบอกเหตุร้าย ซึ่งทีมสัตวแพทย์ฯได้ทำการผ่าเพื่อนำชิ้นเนื้อไปตรวจสอบหาสาเหตุการณ์ตายอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนซากวาฬใช้วิธีฝังกลบภายในหมู่บ้าน