เนชั่นทีวี

ข่าว

ลำดับเหตุการณ์ คดีเหมืองทองคำเมืองเลย

03 มิ.ย. 2557 | wanchat

ลำดับเหตุการณ์ คดีเหมืองทองคำเมืองเลย

3 มิ.ย.57 - สำหรับเหตุการณ์ความคุกรุ่นของเหมืองทองคำ ของบริษัททุ่งคำจำกัด ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลยนั้น เริ่มมีปัญหาอย่างเห็นได้ชัดในช่วงเดือนกันยายน 2556 ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้นำไปสู่ความรุนแรงและการฟ้องร้องดำเนินคดี

โดยหลังการทำบุญภูทับฟ้า ต่อชะตาภูซำป่าบอน หาบคอนภูเหล็ก เมื่อต้นเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวบ้านพร้อมใจกันลุกขึ้นสู้อย่างจริงจัง เพราะไม่สามารถปล่อยให้บริษัทประกอบธุรกิจโดยไม่ได้สนใจชุมชนอีกต่อไป จากนั้นเมื่อวันที่ 7 กันยายน ได้มีการก่อกำแพงอิฐ กำแพงใจปิดกั้นเส้นทางที่เชื่อมต่อระหว่างเหมืองทองคำ กับถนนภายในหมู่บ้าน เพราะไม่ยอมให้เหมืองขนแร่ออกมาและขนสารเคมีเข้าไป วันรุ่งขึ้น บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ได้จัดเวทีพับลิค สโคปปิง ทำให้เกิดการปะทะกันระหว่างกองกำลังตำรวจ 1,000 นาย ปิดกั้นไม่ให้ชาวบ้านต.ทุ่งเขาหลวงที่ได้รับผลกระทบจากเหมืองทองคำเข้าร่วมเวที ทำให้เกิดการปะทะกันระหว่างตำรวจและนักศึกษาพร้อมชาวบ้านที่อยากเข้าฟัง 
อีก 2 วันต่อมา บริษัททุ่งคำแจ้งความกับชาวบ้านว่าบุกรุก  ทำให้เสียหาย เสียทรัพย์  ทำให้พนักงานเข้าไปทำงานในเหมืองไม่ได้ พร้อมระบุว่าชาวบ้านพูดจาข่มขู่ทำให้พนักงานหวาดกลัว พร้อมทั้งบอกว่าชาวบ้านขุดทำลายผิวถนนทำให้ท่อระบายน้ำของบริษัทได้รับความเสียหาย และบริษัทได้ยื่นฟ้องชาวบ้านเป็นการฟ้องแพ่งเรียกร้องเงิน 50 ล้านบาท และเพิ่มอีก 10 ล้านทุกวันตั้งแต่วันที่ยื่นฟ้องคือวันที่ 10 กันยายน ซึ่งคดีนี้เลขที่คดีดำ 859/2556 ข้อหาละเมิด
จากนั้นเหตุการณ์ในหมู่บ้านค่อนข้างรุนแรง และในวันที่ 19 กันยายน ได้มีชายชุดดำมาทำลายกำแพงที่ถูกสร้างเอาไว้พังราบเป็นหน้ากลอง แต่วันที่ 22 กันยายน ชาวบ้านได้วางท่อและสร้างกำแพงขึ้นมาใหม่เป็นครั้งที่ 2 เพื่อปกป้องชุมชน คราวนี้ 27 กันยายน และกำแพงใจครั้งที่ 2 นี้ทำให้บริษัททุ่งคำ ฟ้องอาญากับชาวบ้านอีก  7 คน เลขที่คดีดำ 4217/2556 ข้อหาบุกรุก  ทำให้เสียทรัพย์ 
11 ตุลาคม อบต.เขาหลวง ได้ทำลายกำแพงลงด้วยการใช้รถไถ ซึ่งมีกองกำลังตำรวจมาด้วย โดยระบุว่าเป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะต้องจัดการ อำนวยความสะดวกในการใช้รถใช้ถนน ซึ่งบริษัททุ่งคำได้ไปฟ้องผู้ว่าราชการจังหวัดและบีบให้อบต.จัดการ และในวันเดียวกันนั้นเองชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างกำแพงขึ้นมาอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งคงทนและถาวรมากกว่า 2 ครั้งที่ผ่านมา และวันรุ่งขึ้น ชาวบ้านแจ้งความเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของกำแพงที่ถูกทำลาย และ 13 ตุลาคม หลังชาวบ้านแจ้งความ ก็มีการขู่วางระเบิด 2 จุดในหมู่บ้าน โดยเอากล่องคล้ายระเบิดวางไว้หน้าบ้าน สุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ แกนนำชาวบ้านและบริเวณใกล้กำแพง 1 จุด
และวันที่ 18 ตุลาคม บริษัททุ่งคำได้ฟ้องแพ่งชาวบ้านอีก 70 ล้าน เลขที่คดีดำ 974/2556 ข้อหาละเมิด 22 ตุลาคม บริษัทฟ้องอาญาชาวบ้านอีก 7 คน เลขที่คดีดำ 4542/2556 ข้อหาบุกรุก และ 25 พฤศจิกายน ชาวบ้านเอาคืนด้วยการยื่นฟ้องศาลปกครอง โดยมีชาวบ้าน 322 คน ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้องศาลปกครองกลาง 4 หน่วยงานรัฐ ได้แก่ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย และสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) ที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ และกระทำการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้เพิกถอนใบประทานบัตรเลขที่ 26971/15558, 26972/15559, 26968/15574, 26969/15575 และ 26970/15576  ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด และขอให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบโลหกรรม ที่ 1/2552 และคำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบโลหกรรม คำขอที่ 1/2555 ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด รวมทั้งเพิกถอนหนังสือยินยอมให้เข้าใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน / หน่วยงานผู้ถูกฟ้องคดี ขอขยายเวลายื่นคำให้การมายังศาล เป็นวันที่ 21 มีนาคม 2557
จากนั้นชีวิตชาวบ้านที่หมู่บ้านนี้ก็เปลี่ยนไป จากการเป็นชาวบ้านธรรมดา ที่หาเช้ากินค่ำกลายเป็นจำเลยถูกฟ้องร้องคนละ 120 ล้านบาท จากบริษัทจำกัดมหาชน และเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งในวงการการต่อสู้เพื่อปกป้องชุมชน ซึ่งชาวบ้านได้ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อปกป้องทรัพยากรของตนเองและเหตุการณ์ได้ดำเนินเรื่อยมาจนถึงคืนวันที่ 15 พฤษภาคม ต่อเช้าวันที่ 16 พฤษภาคม 2557 

ข่าวล่าสุด