รอง ผบ.ตร.ติวเข้มนครบาล คุมม็อบค้านกฎอัยการศึก
02 มิ.ย. 2557 | wanchat

นครบาล 2 มิ.ย.57 - พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร.ติวเข้มนครบาล คุมม็อบค้านกฎอัยการศึก ย้ำทำผิดจับส่งศาลทหารทุกราย
ข่าว
02 มิ.ย. 2557 | wanchat

นครบาล 2 มิ.ย.57 - พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร.ติวเข้มนครบาล คุมม็อบค้านกฎอัยการศึก ย้ำทำผิดจับส่งศาลทหารทุกราย
นครบาล- เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 มิ.ย. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร.ดูแลงานด้าความมั่นคง พร้อมด้วย พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.กำกับดูแลงานด้านความมั่นคง และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยพื้นที่ กทม. ประชุมประเมินสถานการณ์ชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้คัดค้านการประกาศกฎอัยการศึก พร้อมวางแผนปฏิบัติร่วมกันระหว่างตำรวจและทหาร จัดวางกำลังดูแลความสงบเรียบร้อยในจุดต่างๆ ที่คาดว่าจะรวมตัวเคลื่อนไหวในเย็นวันนี้โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งในห้องประชุมชั้น 2 ศูนย์ปฏิบัติการรักษาความสงบเรียบร้อย กองบัญชาการตำรวจนครบาล
พล.ต.อ.สมยศ พร้อมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ร่วมกันแถลงข่าวว่า การดูแลความสงบเรียบร้อยของตำรวจเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับแม่ทัพภาคที่ 1 คือ บังคับใช้กฎอัยศึกอย่างเคร่งครัดหากพบผู้ฝ่าฝืนผู้ชุมนุมต่อต้านการคัดค้านขัดต่อกฎอัยการศึกจะจับกุมทุกกรณีและส่งตัวให้ทหารเป็นฝ่ายคัดกรองดำเนินคดีต่อไป ส่วนบุคคลที่มีการออกหมายจับในพื้นที่ สน.พญาไท และนายเอกภพ เหลือรา หรือ "ตั้ง อาชีวะ" อายุ 22 ปี นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุดนั้นได้เร่งรัดดำเนินการจับกุมให้ได้โดยเร็วแล้วโดย หน.คสช.กำชับให้จับกุมบุคคลที่หมิ่นเบื้องสูงมาดำเนินคดีทุกคน ขณะเดียวกันขอชี้แจงว่า ตามประกาศ คสช.ฉบับ 49/2557 เรื่องความผิดสำหรับการสนับสนุนการชุมนุมทางการเมืองซึ่งมีความว่า โดยที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลชุมนุมทางการเมืองฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติข้างต้น โดยมีบุคคลกระทำการอันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ผู้กระทำความผิด โดยการอนุญาตให้ใช้สถานที่ หรือสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการชุมนุมทางการเมือง เช่น เครื่องขยายเสียง เต็นท์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า หรือการกระทำโดยประการอื่น ให้ผู้กระทำการในลักษณะดังกล่าวระงับหรือยุติกระทำการทันที มิเช่นนั้น ผู้กระทำการดังกล่าวอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายในฐานะผู้สนับสนุนผู้กระทำความผิด ซึ่งต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้ตามประกาศข้างต้น และอาจถูกริบทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดดังกล่าวด้วย
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวต่อว่า สำหรับผลปฏิบัติงานของตำรวจในการดูแลความสงบเรียบร้อยสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มต่อต้านประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่ กทม.เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุรุนแรง ไม่ส่งผลกระทบต่อการจราจร เพราะปริมาณรถน้อย เนื่องจากมีการประกาศแจ้งเตือนให้หลีกเลี่ยงเส้นทางจราจรจุดที่มีการชมนุมแล้ว ทำให้ผู้ใช้ถนนไปใช้เส้นทางอื่นแทนทำให้รถน้อยคล่องตัวดี ส่วนกำลังตำรวจที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในจุดต่างๆนั้น มีการปรับลดไปตามสถานการณ์โดยตำรวจและทหารจะประเมินสถานการณ์ร่วมกัน แต่ยังคงมีชุดตำรวจสืบสวนนอกเครื่องแบบและชุดเคลื่อนที่เร็วเตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลากรณีฉุกเฉินรองรับผุ้ชุมนุมเคลื่อนไหวที่มีการเปลี่ยนจุดนัดหมายตลอดเวลา
ด้าน พล.ต.ต.อำนวย กล่าวย้ำว่า การรวมตัวกันมากกว่า 5 คนขึ้นไป เคลื่อนไหวคัดค้านต่อต้านในขณะนี้ไม่สามารถทำได้ เพราะรัฐธรรมนูญได้ถูกยกเลิกไปแล้ว อย่ามาอ้างเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่สามารถทำได้ เพราะเป็นความผิดหากผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกจับกุมดำเนินคดีในศาลทหารทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว พล.ต.อ.สมยศ พร้อมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ทั้งหมดได้เดินทางไปเยี่ยมเจ้าหน้าที่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากกรณีถูกผู้ขับขี่ขับรถชนด่านตรวจในท้องที่ สน.ธรรมศาลา ซึ่งถูกส่งเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ ตึก มวก.ชั้น 6 ห้องพิเศษ 7 ในทันที พร้อมมอบกระเช้าดอกไม้ให้กำลังใจและยืนยันดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเฉียบขาด