อุ้ม 25 แกนนำค้านเหมืองทองกลางดึก ซ้อมน่วม
16 พ.ค. 2557 | wanchat

เลย - อุ้ม 25 แกนนำค้านเหมืองทองคำ ซ้อมน่วมกลางดึก ก่อนบริษัททุ่งคำจำกัด จะทยอยนำรถบรรทุกขนแร่ออกจากเหมือง ชาวบ้านทยอยเข้าแจ้งความตำรวจแล้ว
ข่าว
16 พ.ค. 2557 | wanchat

เลย - อุ้ม 25 แกนนำค้านเหมืองทองคำ ซ้อมน่วมกลางดึก ก่อนบริษัททุ่งคำจำกัด จะทยอยนำรถบรรทุกขนแร่ออกจากเหมือง ชาวบ้านทยอยเข้าแจ้งความตำรวจแล้ว
เมื่อเวลา 04.30 น.วันที่ 16 พ.ค. ได้มีชาวบ้าน ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย จำนวน 20 คน ถูกปล่อยตัวออกมาในสภาพที่ถูกซ้อม อาหารสาหัส โดยบางคนหัวแตก คิ้วแตก บางคนถูกไม้ทุบตีตามร่างกาย หลังจากที่เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีชายชุดดำติดอาวุธอย่างต่ำ 100 ?คน จับชาวบ้านและแกนนำชาวบ้านจำนวน ?25 คน เป็นตัวประกัน ระหว่างที่รถขนแร่ของบริษัททุ่งคำ จำกัด ได้พยายามขนแร่ออกจากพื้นที่เหมืองทองคำของบริษัททุ่งคำ จำกัด ตั้งอยู่ที่ บ้านนาหนองบง ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย โดยในระหว่างที่มีการควบคุมตัวชาวบ้านและแกนนำชาวบ้านไปนั้น กลุ่มชายฉกรรจ์ได้มีการยิงปืนขู่เป็นระยะ? นายสุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ แกนนำกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดที่ถูกจับกุมตัวไปด้วย และถูกทำร้ายหัวแตก คิ้วแตก และถูกของแข็งทุบตามร่างกาย เปิดเผยว่า ตนถูกจับตัวไปตั้งแต่เวลา 22.00 น.ของวันที่ 15 พ.ค. และถูกทำร้าย ถูกเตะ ถูกต่อย และถูกไม้ตีไปทั้งตัว ทำให้หัวแตก คิ้วแตก และขณะถูกจับตัวไว้นั้น ได้มีการมัดมือมัดเท้าและใช้ปืนขู่ พร้อมกับมีแกนนำของชายฉกรรจ์ซึ่งเป็นอดีตนายทหารยศพลโท ได้เรียกตนไปคุยด้วย บอกให้เปิดทางเพื่อให้รถขนแร่ออกจากเหมือง ซึ่งก่อนหน้านี้ชาวบ้านได้คัดค้านและปิดทางเข้าออกเพราะไม่ต้องการให้รถขนแร่ออกจากเหมืองได้ โดยระหว่างที่พวกเขาได้จับชาวบ้านเอาไว้นั้น ได้มีการเอารถ 18 ล้อ ขนแร่ออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่องประมาณ 13 คัน และเมื่อเช้านี้ชาวบ้านได้ไปสำรวจพื้นที่พบปลอกกระสุน 9 มม. อย่างน้อย 3 ปลอก และ กำลังเข้าแจ้งความกับตำรวจที่สภ.วังสะพุง . สำหรับปัญหาความรุนแรงในพื้นที่เหมืองทองคำ ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลยนั้น เกิดจากชาวบ้านในนาม ?กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด? ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย คัดค้านการดำเนินการเหมืองแร่ทองคำ ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ซึ่งได้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ และส่งผลกระทบต่อสุขภาพและวิถีชีวิตของคนในชุมชนรอบเหมืองอย่างน้อย 6 หมู่บ้านมาโดยตลอด ทั้งเสียงดังจากการะเบิดภูเขา ฝุ่นฟุ้งกระจาย และที่สำคัญก็คือการปนเปื้อนของสารเคมี เช่น ไซยาไนด์ และโลหะหนักหลายชนิด เป็นเหตุให้แหล่งน้ำพืชผักปลาอาหารไม่สามารถนำมาใช้ดื่มหรือรับประทานได้ ผู้คนต้องล้มป่วยและเสียชีวิตหลายราย? โดยบริษัททุ่งคำ จำกัด ได้รับประทานบัตรการทำเหมืองแร่ ตั้งแต่ปี 2538 ในพื้นที่ ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย จำนวน 6 แปลง เป็นพื้นที่รวมประมาณ 1,300 ไร่ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่อีก 106 แปลง รวมนับหมื่นไร่ในบริเวณจังหวัดเลย ที่บริษัทได้รับอาชญาบัตรพิเศษสำรวจและผลิตแร่ทองคำ โดยมีการทยอยยื่นขอประทานบัตรอย่างต่อเนื่องมาจนปี 2549 บริษัทฯ ได้ดำเนินการโรงแต่งแร่และโรงประกอบโลหะกรรม ซึ่งมีบ่อเก็บกักหางแร่ที่มีไซยาไนด์ตั้งอยู่บนภูทับฟ้า ที่ก่อมลพิษต่อชุมชน และเป็นภูเขาที่ถูกทำลายลงไปมากที่สุดจากการทำเหมืองจนไม่เหลือความเป็นภูเขาแล้ว ถึงแม้ว่ามติคณะรัฐมนตรีวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554 จะระบุชัดว่า ?ให้กระทรวงอุตสาหกรรมชะลอการขยายพื้นที่ใหม่หรือการขอประทานบัตร ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด แปลงที่ 104/2538 และแปลงอื่น ๆ ไว้ก่อนจนกว่าจะได้ข้อสรุปของสาเหตุการเกิดสารปนเปื้อน ผลการประเมินความคุ้มค่าของฐานทรัพยากรธรรมชาติและค่าภาคหลวงแร่กับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน และผลการประเมินผลด้านสุขภาพ หรือ HIA? ?แล้วก็ตาม แต่ข้อเรียกร้องของชาวบ้านให้หน่วยงานรัฐปฏิบัติตามมติ ครม. กลับไม่มีผลอย่างใดเลย ผู้ประกอบการเมินเฉยต่อมติครม. ทำเป็นมองไม่เห็นความทุกข์ยากชาวบ้านในพื้นที่ และไม่ฟังเสียงคัดค้านของสาธารณชนภายนอก ยังคงเดินหน้าขออนุญาตขยายเหมืองโดยมีหน่วยงานรัฐเป็นผู้สนับสนุน ซึ่งเริ่มจากกระบวนการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและกำหนดขอบเขตแนวทางการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ Pubic Scoping (ค.1) ในขั้นตอนการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ EHIA เพื่อเปิดพื้นที่ประทานบัตรเหมืองแร่ทองคำของ บริษัททุ่งคำ จำกัด แปลงที่ 76/2539 ในตำบลนาโป่ง อ.เมือง จ.เลย เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2556 ที่วัดโพนทอง ต.นาโป่ง อ.เมืองเลย โดยกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดได้เดินทางไปขอเข้าร่วมเวทีดังกล่าว แต่ไม่สามารถเข้าร่วมได้ เนื่องจากมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครอง พร้อมทั้งผู้จัดงานขัดขวางไม่อนุญาต
? เหตุการณ์ปิดกั้นการเข้าร่วมเวทีของชาวบ้านในลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก หากแต่ซ้ำรอยเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2555 ที่จัดขึ้นบริเวณศาลากลางจังหวัดเลย ด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจและฝ่ายปกครองรวมกว่า 2,000 นาย กันไม่ให้ชาวบ้านกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดเข้าร่วมเวที Pubic Scoping (ค.1) เพื่อประกอบการขอขยายเหมืองทองที่ภูเหล็ก (แปลง 104/2538) ที่อยู่ติดกับแปลงที่มีการทำเหมืองอยู่แล้วในปัจจุบัน และทั้งสองแปลงที่บริษัทฯ กำลังขอขยายพื้นที่อยู่นี้ จะนำสินแร่มาเข้าโรงประกอบโลหะกรรมที่ภูทับฟ้า ซึ่งจะทำให้คุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชาวบ้านแย่ลงไปอีก
เมื่อมีเหมืองในชุมชนแต่คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนกลับไม่ได้ดีขึ้นเลยตามคำแอบอ้างว่าจะมีความเจริญ ขณะเดียวกันหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่ในการกำกับดูแล อนุมัติอนุญาต ก็คอยเอื้ออำนวยผลประโยชน์ให้กับนายทุน ปล่อยให้ชาวบ้านต้องเผชิญกับชะตากรรม และการกดขี่อย่างไม่เป็นธรรม
เมื่อหมดหวังกับการพึ่งพาอำนาจรัฐและการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปกป้องชุมชนจากการคุกคามของนายทุนที่เข้ามาปล้นเอาทรัพยากรท้องถิ่นแล้ว การต่อสู้ด้วยสันติวิธีของชาวบ้านกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด ?6 หมู่บ้านในตำบลเขาหลวง จึงพึ่งตนเองด้วยการทำประชาคมหมู่บ้าน เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2556 และประกาศใช้ ?ระเบียบชุมชน ว่าด้วยการใช้ถนนชุมชนและการควบคุมน้ำหนักบรรทุก? โดยมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการห้ามรถบรรทุกเกิน 15 ตัน และการขนสารเคมีอันตรายในถนนชุมชน พร้อมกันนี้ก็ได้ก่อกำแพงปิดถนนทางเข้าเหมือง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ทางการต่อสู้ แสดงถึงเจตจำนงที่จะปกป้องแผ่นดินเกิดด้วยสิทธิและอำนาจหน้าที่ของชุมชน
แต่ทว่านายทุนก็ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือจัดการกับชาวบ้านอีก ด้วยการแจ้งความดำเนินคดีต่อแกนนำกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการทำเหมืองทองของบริษัททุ่งคำต่อศาลจังหวัดเลย ในคดีแพ่งจำนวน 14 คน ข้อหาละเมิดใช้สิทธิเกินส่วน จากกรณีก่อกำแพงปิดกั้นเส้นทางเข้า-ออกเหมือง โดยอ้างว่าบริษัทได้รับความเสียหายจากการประกอบธุรกิจพร้อมเรียกค่าเสียหายจำนวน 50 ล้านบาท และค่าเสียหายในอนาคตอีกวันละ 10 ล้านบาทนับจากวันที่ยื่นฟ้องร้อง!
แต่ไม่จบเพียงเท่านี้ เหตุการณ์ในพื้นที่ระหว่างนายทุนเหมืองกับชาวบ้านยิ่งเขม็งเกลียวมากขึ้น เนื่องจากเมื่อคืนกลางดึกของวันที่ 19 กันยายน 56 ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 20 คน พร้อมอาวุธปืนครบมือ ได้ลุยเข้าไปทุบทำลายกำแพงที่ชาวบ้านกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดได้สร้างขึ้นจนย่อยยับ ซึ่งนั่นย่อมแสดงให้เห็นว่าเหมืองกับชุมชนไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้เลย อีกทั้งยังเป็นการส่งสัญญาณถึงเหตุการณ์ความรุนแรงที่อาจจะมีขึ้นในอนาคตก็เป็นได้
และช่วงปีต้น 2557 ?ความพยายามของบริษัทที่จะขนเอาแร่ออกจากเหมือง แต่ไม่สามารถขนออกไปได้ เพราะชาวบ้านได้สร้างกำแพงปิดกั้นทางเดินรถ ทำให้นำมาสู่ความรุนแรงหลายระลอก โดยมีการนำเอาชายฉกรรจ์ไปปิดล้อมหมู่บ้าน และ ตรึงกำลังรอบกำแพงที่ชาวบ้านก่อสร้าง แม้แต่การใช้กำลังของตำรวจให้เข้าไปทุบทำลาย แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ จนล่าสุดเมื่อกลางดึกวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมาได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 100 คน เข้าไปปิดล้อมและล็อคตัวชาวบ้านที่เป็นแกนนำ และเฝ้าเวรยามอยู่บริเวณกำแพง และ ชาวบ้านบางส่วนที่กลับจากกรีดยาง เพื่อไปกักตัวไว้และให้รถบรรทุกเหมืองแร่ออกจากพื้นที่