เนชั่นทีวี

ข่าว

ตู้เงินด่วนวุ่นกดเงินหายจากบัญชี แต่เงินไม่ออก

07 พ.ค. 2557 | wanchat

ตู้เงินด่วนวุ่นกดเงินหายจากบัญชี แต่เงินไม่ออก

ฉะเชิงเทรา -เงินด่วนรวงข้าวทำวุ่น หลังชาวบ้านกดเงินหายจากบัญชีแต่เงินไม่ออกตู้

ฉะเชิงเทรา - ตู้กดเงินด่วนธนาคารรวงข้าวในสถานีบริการน้ำมันชื่อดังทำวุ่น หลังชาวบ้านแวะกดเงินสดไม่ได้เงินออกตู้ แต่เงินกลับหายออกไปจากบัญชีแทน ทำเดือดร้อนกันระนาว โดยหลายรายระบุหวั่นแกงค์สกิมเมอร์ หรือกลุ่มมิจฉาชีพแฝงฉกเงิน ด้านธนาคารแนะนำผ่านตำรวจให้ไปร้องทุกข์ เข้าแจ้งความกับร้อยเวรก่อน ระบุพร้อมชดใช้เงินส่วนที่สูญหาย เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 6 พ.ค. ร.ต.อ.นครินทร์ ฮกลิ้ม ร้อยเวรงานป้องกันและปราบ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้เข้าทำการตรวจสอบที่เหตุกรณีมีชาวบ้านหลายราย โทรศัพท์ร้องทุกข์ไปยังหมายเลข 191 ศูนย์วิทยุแปดริ้วว่า ตู้บริการเงินด่วน (ATM) ของธนาคารกสิกรไทยภายในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. (จิฟฟี่) ด้านหน้าปากทางเข้าวัดชมโพธยาราม ริมถนนบางปะกง-ฉะเชิงเทรา ด้านฝั่งขาเข้าขัดข้อง  หลังจากมีผู้คนที่สัญจรผ่านเข้าไปกดเงินด่วนที่ตู้แล้วเงินไม่ออก แต่เงินกลับหายออกไปจากบัญชี สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านเป็นจำนวนมากหลายราย เนื่องจากเป็นสถานีบริการน้ำมันที่มีชื่อเสียงดังกล่าว (ปั้มเจ็ทเดิม) มีผู้คนนิยมเข้าไปใช้บริการเป็นจำนวนมาก เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบกลุ่มผู้เสียหายจำนวน 4 ราย ยังคงยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ยังที่บริเวณหน้าตู้บริการเงินด่วน แต่ก่อนหน้านี้ได้มีชาวบ้านหลายรายได้เดินทางกลับออกไปก่อนบ้างแล้ว จากการสอบถาม นายสมเดช กำแพงดี อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87/22 ม.9 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนได้แวะเข้ามากดเงินจากตู้เงินด่วนดังกล่าว จำนวน 1 พันบาท เพื่อที่จะเอาเงินมาเดิมน้ำมันจากภายในปั้ม แต่เมื่อทำรายการกดเงินเสร็จเรียบร้อยแล้ว เงินกลับไม่ยอมออกมา นอกจากนี้ระบบบริการแจ้งเตือนผ่านเอสเอ็มเอสยังแจ้งยอดจำนวนเงินส่วนที่หายไปด้วยว่ามีการทำรายการกดเงินออกไปแล้ว พร้อมทั้งยังแจ้งยอดเงินคงเหลือให้เห็นอีกด้วยว่า มีเงินคงเหลืออยู่ในบัญชีเพียง 200 บาท หลังจากนั้นจึงได้โทรศัพท์แจ้งไปยังสายด่วน กสิกรไทย 028888888 ผ่านระบบคอนเซ็นเตอร์ แต่กลับได้รับคำตอบจากทางเจ้าหน้าที่ว่า จะทำการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวให้ ภายในเวลา 7 วัน ซึ่งตนเองคิดว่ามันช้าเกินไป จึงได้โทรศัพท์ร้องทุกข์ไปยังหมายเลข 191 ซึ่งโชคดีที่เงินในบัญชีมีไม่มาก เนื่องจากได้ทำการโอนเงินออกจากบัญชีไปให้ภรรยาทางบ้านจำนวนกว่า 1หมื่นบาทก่อนหน้าแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายสมเดช กล่าว ขณะที่ นายวันชัย เด่นทวีวานิช อายุ 34 ปี ชาว จ.นครสวรรค์ คนขับรถบรรทุกพ่วงขนส่งปูนซีเมนต์ กล่าวว่า ตนได้ขับรถรับปูนซีเมนต์มาจากบริษัททีพีไอ ต้นทางจาก จ.สระบุรี ไปส่งยังในเขตพื้นที่ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี แต่ขากลับเชื้อเพลิงในรถกำลังจะหมด จึงได้แจ้งไปยังเจ้าของบริษัทรถบรรทุกให้โอนเงินมาให้เติมเชื้อเพลิงเพิ่มผ่านทางบัญชีธนาคารกสิกรไทย จากนั้นจึงได้แวะเข้ามากดเงินจากตู้ดังกล่าว แต่เมื่อทำรายการแล้วเงินก็ไม่ออกมา จากนั้นจึงยังคงยืนรออยู่ที่บริเวณใกล้เคียงหน้าปั้มน้ำมันดังกล่าว และเห็นว่ามีคนเข้ามากดเงินภายหลังจากตนเอง แต่เขากลับได้เงินออกไปจึงไม่รู้ว่าผู้ที่เข้ามากดเงินออกไปนั้นเป็นแกงค์มิจฉาชีพ ที่เฝ้าคอยจับตาดูเหยื่อที่เข้ามากดเงิน แล้วสวมรอยเข้ามาฉกเงินที่คนกดแล้วไม่ออกแต่ค้างคาตู้อยู่ไปหรือไม่ จึงได้โทรศัพท์ไปแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายวันชัย กล่าว ด้าน น.ส.กมลรัตน์ เชี่ยงสถุ่ง อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 113 ม.9 ต.หนองคู อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ นักศึกษาที่มาทำงานพิเศษหารายได้ช่วงปิดภาคเรียน กล่าวว่า มารดาได้โอนเงินสำรองมาให้ใช้จ่ายระหว่างมาทำงานจำนวน 1 พันบาท แต่เมื่อมากดเงินแล้วกลับไม่มีเงินออก จึงทำให้ขณะนี้มีเงินคงเหลือติดตัวอยู่แค่เพียง 100 บาท เท่านั้น จึงยังต้องรอดูว่าทางเจ้าหน้าที่ว่าจะดำเนินการช่วยเหลือ หรือแก้ไขปัญหาอย่างไรได้บ้าง น.ส.กมลรัตน์ กล่าว ร.ต.อ.นครินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้ทางธนาคารได้ส่งช่างให้เข้ามาทำการตรวจสอบตู้บริการเงินด่วนแล้ว และจะทำการปิดระบบเครื่อง เพื่องดการให้บริการไปก่อน ส่วนผู้เสียหายนั้นได้แนะนำให้ไปเข้าพบ ร.ต.ท.ธีราวัชระ ช่วยสุข พนักงานสอบสวนเพื่อเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำไว้เป็นหลักฐาน โดยที่ทางธนาคารกสิกรไทยสาขาฉะเชิงเทรานั้น ได้แจ้งว่ายินดีที่จะรับผิดชอบ และชดใช้เงินของผู้เข้ามาใช้บริการที่สูญหายไประหว่างการทำรายการให้ โดยขอให้ผู้เสียหายนั้นเก็บหลักฐานในการทำรายการเอาไว้ และไปติดต่อกับทางธนาคารเพื่อขอรับเงินคืนต่อไป ร.ต.อ.นครินทร์ กล่าว  ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังเกิดเหตุนั้น ได้มีผู้ที่เข้ามาใช้บริการหลายราย ไม่ยินยอมเข้าไปแจ้งความร้องทุกข์กับทางพนักงานสอบสวน เพราะเห็นว่าเงินจำนวนที่สูญหายไปนั้นเป็นจำนวนไม่มาก โดยบางรายนั้นได้เร่งรีบที่จะไปทำธุระส่วนตัว ขณะที่บางรายนั้นยังมีข้อจำกัดรอบด้านอีกหลายประการ เช่น กรณีของคนขับรถบรรทุกพ่วงนั้น ไม่สามารถที่จะนำรถขนาดใหญ่เดินทางเข้าไปยังในเขตตัวเมือง หรือที่ สภ.เมือง ได้ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่คับแคบ และยุ่งยากเกินกว่าที่จะนำรถบรรทุกเข้าไปได้ จึงทำให้ไม่สามารถที่จะเดินทางเข้าไปแจ้งความร้องทุกข์ได้

ข่าวล่าสุด