กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว 6.3 ริกเตอร์ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ในเบี้องต้นตรวจสอบพบมีพื้นที่เสียหาย 3 จังหวัด รวม 7 อำเภอ ผู้เสียชีวิต 1 ราย ผู้บาดเจ็บ 23 ราย บ้านเรือนประชาชน ถนน โบราณสถาน และสถานที่ราชการได้รับความเสียหาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบฯ พร้อมสั่งการ ศปภ.เขต และ ปภ.จังหวัดภาคเหนือร่วมกับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เตรียมพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ เครื่องจักร สนับสนุนการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวความรุนแรง 6.3 ริกเตอร์ ความลึก 7 กิโลเมตร ซึ่งมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลทรายขาว อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เมื่อวันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม 2557 เวลา 18.08 น. ส่งผลให้พื้นที่ภาคเหนือรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ในหลายจังหวัด ในเบื้องต้นตรวจสอบพบมีพื้นที่ได้รับความเสียหาย 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน โดยจังหวัดเชียงราย 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่ลาว อำเภอพาน อำเภอเมืองเชียงราย อำเภอแม่สรวย อำเภอ เวียงชัย อาคาร บ้านเรือนประชาชนรวม 4 ตำบล 51 หมู่บ้าน ถนน 2 สาย และวัด 3 แห่ง โรงแรม 1 แห่ง โรงพยาบาล 1 แห่ง ผู้เสียชีวิต 1 ราย ผู้บาดเจ็บ 23 ราย จังหวัดพะเยา 1 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่ใจ อาคารโรงเรียนแม่ใจวิทยาคมเกิดรอยร้าว จังหวัดเชียงใหม่ 1 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยห้างเซ็นทรัล พลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต เสาร้าวเสียหายเล็กน้อย ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบและสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม สำหรับการให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น ปภ. ได้ประสานจังหวัดเชียงรายจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินส่วนหน้า พร้อมให้ศูนย์ป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย เขต 15 เชียงราย จัดเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) และเครื่องมือกู้ภัย รถไฟฟ้าส่องสว่าง รถกู้ภัย สนับสนุน การปฏิบัติงานในพื้นที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้นแล้ว นายฉัตรชัย กล่าวต่อไปว่า ภายหลังจากเกิดแผ่นดินไหวจนถึงช่วงเวลา 08.00 น. ของวันนี้ (6 พ.ค.57) ได้เกิดอาฟเตอร์ช๊อกขนาด 3.0 5.9 ริกเตอร์ตามมากว่า 100 ครั้ง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ติดตามสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำรวจความเสียหายในระดับพื้นที่ โดยแยกเป็นรายอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน ประเมินความเสียหายและจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ พร้อมประสานกรมบัญชีกลางพิจารณาขยายวงเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวแล้ว สำหรับจังหวัดที่ได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (แผ่นดินไหว) และวงเงินไม่เพียงพอ สามารถแจ้งมายัง ปภ. เพื่อประสานกรมบัญชีกลางพิจารณาขยายวงเงินต่อไป ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสานหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ภาคเหนือ ได้แก่ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 8 กำแพงเพชร เขต 9 พิษณุโลก เขต 10 ลำปาง เขต 15 เชียงราย และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ 14 จังหวัด จัดเจ้าหน้าที่ติดตาม เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เตรียมพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร สนับสนุนการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย สำรวจตรวจสอบผลกระทบ แจ้งเตือนและเตรียมพร้อมอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย นอกจากนี้ ปภ.ได้ประสานการดำเนินงานกับกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนในพื้นที่อย่าตื่นตระหนก อย่าหลงเชื่อข่าวลือ และปฏิบัติตามคำแจ้งเตือนของหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด หากประชาชนได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง