ที่ประชุมมหาเถรสมาคม มีมติให้มีการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และเจริญจิตภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันฉัตรมงคล โดยจะมีการจัดเจริญพระพุทธมนต์พร้อมกันกว่า 30,000 วัดทั่วประเทศ และทั่วโลกในวันที่ 7 พ.ค.นี้ เวลา 16.00น. โดยมีศูนย์กลางในการจัดพิธีดังกล่าวที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว กรุงเทพฯ ซึ่งจะมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเป็นประธาน และมีพระสังฆาธิการทุกระดับในเขตกรุงเทพฯรวมกว่า 500 รูปร่วมพิธี พระพรหมเมธี กล่าวด้วยว่า การเจริญพระพุทธมนต์ด้วยการสวดพระปริตร เชื่อกันว่าจะช่วยป้องกันเภทภัยต่างๆได้ และในขณะที่ประเทศไทยกำลังอยู่ในภาวะที่เกิดการทะเลาะกัน หากประชาชนมาร่วมเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตภาวนา จะทำให้เกิดสติ และจะสามารถหาทางออกในการแก้ปัญหาได้ ที่สำคัญอยากให้นึกถึงพ่อหลวงของเราให้มากๆ หากเราทะเลาะกันพ่อหลวงของเราจะทุกข์ขนาดไหน และจะพูดได้อย่างไรว่าบ้านเมืองเราสงบสุข ด้านพระโพธินันทมุนี วัดป่าพุทธคยา ประเทศอินเดีย กล่าวว่า ประเทศชาติของเราที่เกิดปัญหาทุกวันนี้เกิดจากการขาดสติ ขาดคุณธรรม ขาดเมตตาธรรม การแก้ปัญานี้ในฐานะชาวพุทธต้องนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ด้วยการสวดมนต์ เพราะปัจจุบันการแก้ปัญหาบ้านเมืองนั้นกฎหมายไม่มีความหมาย จึงมายึดเอาหลักธรรม เมตตาธรรมเป็นเครื่องแก้ปัญหา เราในฐานะพุทธบริษัทจึงมาร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศ ด้วยการร่วมเจริญพุทธมนต์เกิดมนต์ 3 ประการ ได้แก่ ประการแรก เกิดสติ ทำให้คนสร้างปัญหามีสติ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนทั่วประเทศมีสติ ประการที่ 2 เกิดคุณธรรม คนที่มีคุณธรรมจะคิด พูด ทำสิ่งใดย่อมทำด้วยความสงบ สำนึกความเป็นมนุษย์ สำนึกในชาติ ในแผ่นดิน สำนึกในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่าพระองค์ได้ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อพวกเรา ประการที่สาม เกิดเมตตาธรรมต่อกัน อย่างไรก็ตาม ธรรมทั้ง 3 ข้อจะเกิดขึ้นได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้สวดอย่างเดียว อยู่ที่ผู้ที่สร้างปัญหา จงใช้สติ คุณธรรม เมตตาธรรม "ความชนะที่ยิ่งใหญ่ในโลกมนุษย์นี้ ไม่มีความชนะที่ยิ่งใหญ่เท่ากับเรายอมแก้เพื่อความจริง ยอมแพ้เพื่อความสงบ เราชนะเพราะความทะลุดุดัน เราชนะเพราะเสียงข้างมาก เราชนะเพราะอำนาจ แต่เป็นความชนะที่ว่างเปล่า ก็ไม่สามารถจะก่อให้เกิดความสงบสุขได้ แต่ถ้าเรายอมแก้เพื่อให้ประเทศชาติชนะ ถ้าเรายอมแพ้เพื่อให้ความสงบสุขชนะ ถ้าเรายอมแพ้เพื่อให้สังคมอยู่ได้ เป็นเมตตาธรรมอย่างสูงจากท่าน อยากให้ผู้ที่สร้างปัญหาหยุดคิดสักขณะจิตหนึ่งว่าประเทศชาตินี้ต้องการอะไร ถ้าคนในชาติทั้งหมดที่ยกท่านขึ้น ที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีวันนี้เป็นนายกฯจากประชาชนยกให้ท่านเป็น ที่ท่านเป็นหัวหน้า กปปส.เวลานี้ก็เพราะประชาชนยกให้ท่านเป็น แต่พระไม่พูดการเมืองแต่ถ้าบ้านเมืองอยู่ไม่ได้ พระก็อยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นพระจึงขอแย้มนิดหนึ่งว่าที่ท่านเดินขบวนเป็นหมื่น เป็นพันได้เพราะประชาชน ที่ขึ้นอยู่บัลลังค์ก็เพราะประชาชน เพราะฉะนั้นขอให้ท่านสำนึกและมีเมตตาธรรมต่อมวลของประชาชนทั้งหมดว่าต้องการความสงบ"พระโพธินันทมุนี กล่าว