ควันไฟ"บึงสีไฟ" กระทบชีวิตชาวบ้าน
28 เม.ย. 2557

พิจิตร - ผู้ว่าฯ พิจิตร ตรวจไฟไหม้บึงสีไฟ ระดม ปภ.เขต 8 ระงับ เล็งขุดลอกบึงเป็นแบบก้างปลา หวังให้เรือบรรทุกเครื่องสูบน้ำไปดับไฟได้ พร้อมเร่งเติมน้ำเข้าบึง คาด 1 สัปดาห์ ควบคุมสถานการณ์ได้
ข่าว
28 เม.ย. 2557

พิจิตร - ผู้ว่าฯ พิจิตร ตรวจไฟไหม้บึงสีไฟ ระดม ปภ.เขต 8 ระงับ เล็งขุดลอกบึงเป็นแบบก้างปลา หวังให้เรือบรรทุกเครื่องสูบน้ำไปดับไฟได้ พร้อมเร่งเติมน้ำเข้าบึง คาด 1 สัปดาห์ ควบคุมสถานการณ์ได้
ขณะที่ร้านค้าต้องเพิ่มพัดลม บริการประชาชนไล่ควันไฟที่เข้ามานั่งรับประทานอาหารใช่วงกลางคืน ความคืบหน้าสถานการณ์ไฟไหม้ป่าสนุ่น ภายในบึงสีไฟ จ.พิจิตร จนเกิดหมอกกควันกระทบกับการดำเนินชีวิตของประชาชน หลายตำบลรวมถึงภายในเขตเทศบาลเมืองพิจิตร ล่าสุดไฟยังลุกลามโดยลุกไหม้เป็น 5 จุดใหญ่ทั่วพื้นที่กลางบึงสีไฟ และยังมีหมอกควันกระจายไปทั่วบริเวณ ล่าสุดนายสุรขัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยนายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นายก อบจ.พิจิตร ได้ลงพื้นที่ประเมิณสถานการณ์ หลังจากที่มีการใช้น้ำจากคลองชลประทานผันเข้าภายในบึงสีไฟเพื่อดับไฟที่ลุกลาม แต่ผู้ว่าฯ เกรงว่าจะล่าช้า จึงได้ระดมรถดับเพลิงจากศูนย์บรรเทาสารธณภัยเขต 8 กำแพงเพชร พร้อมรถดับเพลิง จาก อบต.และเทศบาลที่อยู่ใน จ.พิจิตรมาระดมดับไฟ เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางจังหวัดกำลังระดมคนและเครื่องมือทุกชนิดเท่าที่มีอยู่ ทั้งเดินเท้าเข้าไปดับไฟและรถดับเพลิง เครื่องสูบน้ำแบบหาบหาม แต่ปัญหาใหญ่ใหญ่ก็คือ บึงสีไฟมีพื้นที่กว้างเป็นป่าสนุ่น ที่มีความหนาจนคนไม่สามารถผ่านเข้าไปถึงได้ โดยในขณะนี้การดำเนินการจึงเหลือเพียงการเติมน้ำเข้าบึงสีไฟทางคลองชลประทานและให้น้ำไหลเข้าไปท่วมพื้นที่ที่เกิดไฟลุกไหม้และใช้อุปกรณ์ดับเพลิงระยะไกลเข้าไปทำการดับไฟ และทำหนังสือไฟยังศูนย์ฝนหลวง จังหวัดพิษณุโลกให้ช่วยมาทำฝนเทียมในเขตรอบๆบึงสีไฟด้วยแล้วและคงต้องใช้ระยะเวลาอีกสักระยะเชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาลที่อยู่ในโรงพยาบาลพิจิตร คนป่วย รวมถึงประชาชน อดทนกับปัญหาที่เกิดขึ้น โดยทางจังหวัดได้เร่งทำการแก้ไขอย่างเร่งด่วนแล้ว ส่วนกรณีประชาชนที่เข้าไปบุกรุกแล้วจุดไฟ หากเตือนแล้วยังไม่เชื่อก็คงต้องใช้มาตรการเด็ดขาด ด้วยการจับกุมเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างอีกต่อไป ทางด้านนายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร ได้นำเครื่องจักรหนักทั้งรถแบ็คโฮและรถตักล้อยาง มาทำการขุดล่องน้ำเป็นลักษณะก้างปลาเพื่อให้สามารถนำเรือบรรทุกเครื่องสูบน้ำไปดับไฟกลางบึงสีไฟและตามจุดต่าง ที่เกิดไฟลุกไหม้อีกทางหนึ่งด้วย แต่การแก้ไขยังไม่สามารถดำเนินการเสร็จสิ้นภายวันสองวันนี้ เนื่องจากบึงสีไฟมีพื้นที่กว้างและไฟก็ลุกลามหลายจุด นายชาติชาย กล่าวว่า จะใช้เครื่องจักรหนักทำการขุดลอกบึงให้เป็นรูปก้างปลาเพื่อให้สามารถน้ำเรือกู้ภัย บรรทุกเครื่องสูบน้ำ เข้าไปสูบน้ำ เพื่อดับไฟที่ลุกลามอยู่ในขณะนี้และในอนาคตยังสามารถเข้าไปถึงที่เกิดเหตุและแก้ปัญหา ได้ง่ายหากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมาอีก ทั้งนี้ ด้วยการบึงสีไฟ มีพื้นที่ประมาณ 5,390 ไร่ จึงทำให้การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณกลางบึง ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปดับได้ จึงได้มีการประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมรถดับเพลิงเข้ามาในพื้นที่เพื่อบรรเทาสาธารณการณ์ แต่ก็ไม่ได้ผล เนื่องจากชั้นใต้ดินของบึงสีไฟ มีสภาพร้อน เมื่อสามารถทำการดับชั้นบนได้ แต่ภายในยังมีความร้อนอยู่ จึงทำให้มีการปะทุอีกหลายครั้ง เบื้องต้นคาดว่าจะมีพื้นที่เสียหายไปแล้วกว่า 600 ไร่ แต่สิ่งที่ประชาชนเป็นห่วง คือเรื่องของระบบนิเวศที่ได้รับความเสียหาย กระนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา ทางจังหวัด จึงได้มีการประสานไปยังสำนักงานชลประทานจังหวัดพิจิตร ให้ประสานงานไปยังสำนักงานชลประทานจังหวัดพิษณุโลก ในการระบายน้ำเข้ายังพื้นที่บึงสีไฟเพื่อให้น้ำเป็นตัวช่วยในการดับไฟในชั้นใต้ดินเนื่องจากในช่วงของการเกิดเพลิงไหม้ บึงสีไฟมีประมาณน้ำแห้งขอดจึงทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ลงไปจับสัตว์น้ำและอาจจมีการจุดไฟ จนเป็นเหตุให้ไฟลุกลาม ยากต่อการควบคุม จึงต้องมีการเติมน้ำเข้าไปยังบึงสีไฟ โดยคาดว่าจะใช้เวลานานกว่า 1 สัปดาห์ จึงจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ด้านนายสมยศ แสงมณี ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ได้รับการประสานจากทางจังหวัด ให้ดำเนินการระบายน้ำจากจังหวัดพิษณุโลก ผ่านคลองชลประทานเข้าไปยังบึงสีไฟ เนื่องจากระดับน้ำของบึง แห้งขอด จึงทำให้ไม่สามารถดับไฟได้ เบื้องต้นมีการระบายน้ำเข้าไปในพื้นที่วันละ 1 แสนล้านลูกบาศก์เมตร โดยได้ดำเนินการแล้ว เป็นวันที่ 3 และมีการตั้งเป้าน้ำเข้าบึงสีไฟ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร ในช่วงเวลา 10 วัน โดยจะมีการประเมินสถานการณ์ทุกวัน แต่ทั้งนี้ทางชลประทานจังหวัด ยังไม่มั่นใจว่าการนำน้ำเข้าบึงสีไฟ ในครั้งนี้จะสามารถช่วยแก้ไข ปัญหาได้หรือไม่ เพราะขนาดของบึงมีความกว้างและมีสภาพบึง มีพื้นที่ลุ่ม พื้นที่ต่ำ จึงทำให้การเติมน้ำเข้าในครั้งนี้อาจจะไม่ทั่วถึง ทางสำนักงานชลประทานพิจิตร ก็จะยังคงดำเนินการทำตามแผน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ ขณะที่สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้และไม่สามารถดับได้ จากข้อมูลพบว่ามีการทับถมของเศษวัชพืชเป็นเวลานาน ประกอบกับสภาพของบึงมีปริมาณน้ำน้อย เมื่อมีการจุดชนวนไฟ จึงทำให้เกิดการลุกลามได้ง่าย แม้ว่า จะสามารถดับไฟบนชั้นผิดดินได้ แต่ไฟภายใต้การทับถมของวัชพืช ยังคงมีอยู่ จึงทำให้นำซึมซับเข้าพื้นที่ชั้นในไม่ได้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องระบายน้ำเข้าบึง เพื่อให้น้ำจากใต้ดินซึมไปยังส่วนของวัชพืชที่มีการทับถมกันอยู่ จึงจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ รวมทั้งในอนาคตจะมีการพูดคุย วางแผนในการเพิ่มช่องทางในการเปิดทางน้ำเข้าบึงสีไฟ ให้มากขึ้น เพื่อป้องกันการเกิดไฟไหม้ซ้ำอีก ขณะเดียวกันจากปัญหาดังกล่าวที่มีกลุ่มลอยตามกระแสลมเข้าไปเขตเทศบาลเมืองพิจิตร และชุมชนบริเวณรอบบึงสีไฟ ส่งลให้บรรดาผู้ประกอบการร้านก๋วยเตี๋ยวที่เปิดขายตอนกลางคืน ต้องนำพัดลมจำนวนหลายตัว มาทำการเปิดพัด ไล่กลุ่มควันไฟที่สร้างมลพิษทางอากาศและบริการให้กับลูกค้า ซึ่งจากผลกระทบกลุ่มควันไฟ จึงทำให้ยอดขายลดลง เนื่องจากประชาชนเลือกอยู่กับบ้าน โดยผู้ประกอบการร้านก๋วยเตี๋ยว ระบุว่า ควันไฟซึ่งวันนี้ มีลอยเข้ามาในเขตเทศบาลเมืองจำนวนมากกว่าทุกวัน บรรดาลูกค้าบ่นว่าแสบตาและหายใจไม่ค่อยออก ซึ่งจากผลกระทบทำให้ยอดจำหน่ายลดลงเนื่องจากประชาชนไม่ออกจากบ้าน โดยส่วนมากประชาชน จะซื้อใส่ห่อกับบ้านมากว่านั่งที่ร้าน หรับกลุ่มควันไฟจากการไหม้หญ้าในบึงสีไฟ ซึ่งลุกลามในพื้นที่ใกล้ในเขตชุมชนเทศบาลเมืองพิจิตร โรงพยาบาลพิจิตร ในช่วงเย็นและเวลากลางคืน เนื่องจากมีกระแสลมแรงและควันไฟ ก็จะปลิวไปสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านที่อยู่โดยรอบ สำหรับบึงสีไฟ เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ อันดับ 3 ของประเทศไทย รองจาก บึงบอระเพ็ด ทะเลสาบหนองหาน และกว๊านพะเยา ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งแรกของจังหวัดพิจิตร ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิจิตร อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดไปทางทิศตะวันตกเพียง 1 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับ 4 ตำบลในอำเภอเมืองพิจิตร ได้แก่ ต.ท่าหลวง ต.โรงช้าง ต.คลองคะเชนท์ และต.เมืองเก่า บึงมีความลึกเฉลี่ยประมาณ 1.5-2 เมตร ซึ่งถือว่าไม่ลึกมากหนักและถือเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา ปัจจุบันกรมประมงได้จัดทำเป็นแหล่งเพาะพันธุ์น้ำจืดที่ใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศได้มีการทดลองนำลูกปลาบึกมาเลี้ยงพบว่า มีการเจริญเติบโตดีนอกจากนั้นยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกตามธรรมชาติอีกหลายพันธุ์ จังหวัดได้ดำเนินการพัฒนาและประกาศเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ ทั้งสัตว์น้ำและนกเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมือง และชมพระอาทิตย์ตก กลางบึงสีไฟในยามเย็น
ข่าวล่าสุด