ภายในป่าหญ้าข้างสนามฟุตบอลดังกล่าวซึ่งเป็นพื้นที่ว่างเปล่าเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ ได้พบว่ามีคนลักลอบนำขยะเคมีบรรจุลักษณะเป็นน้ำและและครีมเหลวใส่ถุงพลาสติกสีฟ้ามาทิ้งไว้ในป่าหญ้านับร้อยถุง ซึ่งคาดว่าเคมีดังกล่าวน่าจะเป็นสารประเภทกัดกร่อน เนื่องจากต้นหญ้าโดยรอบของกองถุงเคมีที่มาทิ้งเป็นลอยหญ้าไหม้กลายเป็นสีดำ ส่วนต้นหญ้าใกล้เคียงแห้งตาย ใกล้กันยังได้พบกองเศษหนังสัตว์เน่า ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเพิ่งถูกนำมาทิ้งเมื่อช่วงกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมาจำนวน 1 กอง ส่งกลิ่นเหม็นจนแสบจมูกไปทั่วบริเวณ จึงได้รีบประมานเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบางปู มาดำเนินการเก็บขยะเคมีดังกล่าวไปตรวจสอบและทำลายอย่างถูกวิธี จากการสอบถามนางรัชกร เทาสุทธินันท์ อายุ 62 ปี ซึ่งมีบ้านพักอยู่ฝั่งตรงข้ามสนามฟุตบอลดังกล่าว ได้เล่าว่า เมื่อช่วงก่อนสงกรานต์ เวลาประมาณ 4-5 โมงเย็นในขณะนั่งขายของอยู่หน้าร้านได้พบเห็นชายฉกรรจ์จำนวน 2 คนได้ขับขี่รถยนต์กระบะสภาพเก่าภายในกระบะบรรทุกถุงพลาสติกสีฟ้าซึ่งไม่ทราบว่าภายในบรรจุอะไรวิ่งเข้าไปในสนามฟุบบอล พักใหญ่ก็วิ่งกลับออกมาด้วยความเร็วมุงหน้าออกไปทางปากซอย ตนก็ไม่ได้สนใจอะไร จนกระทั้งวันต่อมาก็ได้เห็นรถกระบะคันเดิมวิ่งเอาถุงพลาสติกประเภทเดียวกันเข้ามาในสนามฟุตบอลอีก ด้วยความสงสัยตนจึงได้เดินออกไปดูหน้าบ้านได้ชายทั้งสองกำลังช่วยกันโยนถุงดังกล่าวลงจากรถ ซึ่งตนก็ยังไม่ทราบว่าอะไร จนกระทั้งชายทั้งสองมาซื้อน้ำดื่มที่ร้าน ตนจึงได้บอกชายทั้งสองว่าเอาอะไรมาทิ้งให้เก็บกลับไปด้วยเพราะเดี๋ยวมาส่งกลิ่นเหม็นชาวบ้านจะเดือดร้อน พอมาวันที่สาม ชาวบ้านที่พักอยู่ในละแวกใกล้เคียง ต่างพากันเดินมาหาที่ของของกลิ่นเหม็นที่ฟุ้งกระจายเข้าไปในชุมชนจนกระทั้งมาพบว่ากลิ่นมาจากถุงเคมีที่ชายทั้งสองเอามาทิ้ง จนกระทั้งเมื่อเช้าวานนี้ตนได้ออกไปดูอีกครั้งพบว่ากองถุงที่ส่งกลิ่นเหม็นบางส่วนได้ถูกขนย้ายออกไปแล้ว แต่มาพบกองเศษหนังสัตว์เน่ามากองทิ้งเอาไว้อีก