นักประดาน้ำและเจ้าหน้าที่ได้นำร่างผู้เสียชีตอีก 13 รายกลับเข้าสู่ฝั่งแล้วในเช้าวันนี้ หลังจากที่พวกเขาได้ดำน้ำลงไปภายในเรือเฟอร์รี่ เซโวล ที่อัปปางลงในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา และสามารถทุบกระจก เพื่อเข้าไปยังจุดที่ผู้โดยสารอยู่กันได้แล้ว ในขณะที่ความหวังว่าจะพบผู้รอดชีวิตภายในเรือลำนี้ เริ่มเลือนหายลงทุกขณะ สำหรับรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุดในเวลานี้ อยู่ที่ 49 ราย สูญหาย 253 ราย และช่วยชีวิตขึ้นมาได้แล้ว 174 คน รวมมีผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 476 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียจากโรงแรนแดนวานใกล้กับกรุงโซล เมืองหลวงของประเทศ ขณะนี้ นักประดาน้ำ มุ่งการค้นหาไปที่ห้องของผู้โดยสารแต่ละห้องภายในเรือ แต่กระแสน้ำที่รุนแรง และทัศนวิสัยใต้น้ำที่ยังไม่ดีนัก ก็ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการดำน้ำค้นหา แต่พวกเขาก็ระบุว่า จะพยายามใช้ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่กระแสน้ำชะลอตัวลงนั้น รีบดำลงไปค้นหาต่อเนื่อง ด้านผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ยังอาจมีผู้รอดชีวิตหลงเหลือ หากพวกเขาสามารถเข้าไปยังจุดที่ได้มีการอัดอากาศเข้าไปภายใน 72 ชั่วโมงบรรดาครอบครัวของผู้โดยสารที่ยังคงสูญหาย จากเหตุเรือเฟอร์รี่ เซโวล อัปปาง ที่พักพิงอยู่ภายในโรงยิมในเมืองจินโด ต่างเรียกร้องให้รัฐบาลเกาหลีใต้ และเจ้าหน้าที่เร่งมือ และเพิ่มความพยายามในการค้นหาให้มากขึ้น รวมถึงเรียกร้องให้แจ้งข้อมูลที่แท้จริงกับประชาชน เพราะที่ผ่านมา มีการปรับตัวเลขจำนวนผู้โดยสารขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่หลายต่อหลายครั้งด้านรัฐบาลเกาหลีใต้กำลังพิจารณาว่าจะประกาศเป็นเขตภัยพิบัตฉุกเฉินพิเศษหรือไม่ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงได้เร็วขึ้น ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ 49 รายแล้ว จากการนำศพขึ้นมาจากเรือได้อีก 3 ราย ขณะที่การสอบสวนหาสาเหตุของการอัปปางของเรือลำนี้ ก็ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ได้จับกุมกัปตันเรือ ลี จุน ซ๊ก วัย 69 ปี และลูกเรืออีก 2 คน แล้วเมื่อวานนี้ โดยกัปตันถูกตั้ง 5 ข้อหาเช่น ละทิ้งหน้าที่ ประมาทเลินเล่อ ทำให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย ไม่พยายามขอความช่วยเหลือจากเรืออื่น และละเมิดกฎข้อบังคับด้านความปลอดภัยทางทะเล และข้อหาเหล่านี้จะสะท้อนถึงแนวทางการสอบสวนสู่การหาสาเหตุที่ทำให้เรืออัปปางขณะเดินทางออกจากเมืองอินชอนเพื่อไปยังเกาะเชจู โดยเรือล่มห่างจากชายฝั่งเกาะชินโดราว 20 กม และหากศาลตัดสินว่ากัปตันกระทำความผิดจริง อาจต้องโทษจำคุกนาน 5 ปี ซึ่งล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการได้เริ่มการสอบสวนพวกเขาแล้ว ซึ่งอาจใช้เวลาในการสอบสวนนานถึง 30 วัน