เผย ส่งคำฟ้องใบเหลือง "สุขุมพันธ์" ไปยังศาลอุทธรณ์กลางแล้ว ชี้ หากศาลรับ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. แถลงถึงภาพรวมการลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ว. ล่วงหน้า ทั้งในเขตเลือกตั้งและนอกเขตเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ที่ผ่านมาว่า การลงคะแนนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีผู้ออกมาคัดค้านหรือปิดหน่วยเลือกตั้งทั้ง 1,013 หน่วยทั่วประเทศ โดยการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขต ที่มีผู้ขอใช้สิทธิไว้ จำนวน 37,266 คน มีผู้ออกมาใช้สิทธิถึง 31,264 คน คิดเป็นร้อยละ 83.89 ส่วนการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง ที่มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิไว้จำนวน 2,121,818 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 73,155 คน คิดเป็นร้อยละ 3.45 ซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยมาก เนื่องจากผู้ที่ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง เมื่อมีการย้ายภูมิลำเนาแล้วไม่ได้แจ้งเปลี่ยนแปลง จึงเป็นปัญหาที่ กกต. ต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน เพราะเรื่องนี้ติดขัดข้อกฎหมายในมาตรา 97 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. โดย นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. ได้มอบหมายให้สำนักงานกกต. ยื่นแก้ไขกฎหมายดังกล่าวต่อรัฐสภาโดยเร็ว การเลือกตั้ง ส.ว. ในวันที่ 30 มี.ค. หากไม่มีเหตุแทรกซ่อนทางการเมืองหรือสภาพอากาศเชื่อว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิมากกว่าการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา อย่างน้อยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 แต่จะถึงร้อยละ 70 ตามที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่นั้น กกต. จะพยายามรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิให้มากที่สุด โดยในวันที่ 28 มี.ค. ทาง กศน. ได้ให้ความร่วมมือกับกกต.ในการช่วยรณรงค์ทั่วประเทศด้วย นายภุชงค์ กล่าว นายภุชงค์ กล่าวต่อว่า วันนี้ (24 มี.ค.) ในเวลา 15.00 น. กกต. จะประชุมร่วมกับคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมาย ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้บริหารสำนักงาน กกต. เพื่อประเมินสถานการณ์และหาแนวทางในการจัดการเลือกตั้งต่อไป หลังจากเมื่อวันที่ 21 มี.ค. ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะนำปัญหาข้อกฎหมายกรณีที่ผู้สมัครออกมาเรียกร้องขอเงินค่าสมัครคืน และกรณีการยื่นค้าใช้จ่ายในการหาเสียง โดยขณะนี้เรายังไม่ได้รับคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญ คงต้องรอให้คำวินิจฉัยกลางออกมาก่อน และจากการสอบถามไปยังเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนั้น ทราบว่าอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดส่ง อย่างไรก็ตามในการประชุมวันนี้คงยังไม่มีความชัดเจนอะไรออกมา เพราะมีกกต.เข้าร่วมประชุมเพียง 4 คน ดังนั้นจึงยังไม่มีกำหนดการเชิญพรรคการเมืองเข้ามาหารือ คงต้องรอถึงวันที่ 27 มี.ค. ที่ กกต.จะมาร่วมประชุมกันครบทั้ง 5 คนก่อน ส่วนจะนำแนวทางคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 49 มาพิจารณาเทียบเคียงหรือไม่นั้น เราก็ต้องนำคำวินิจฉัยของปี 49 มาประกอบการพิจารณา ถึงแม้คำวินิจฉัยจะเป็นคนละกรณีกัน ทั้งนี้ นายภุชงค์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ออกมาแถลงว่ามีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของ กกต. กว่า 1,000 ราย ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า ในวันที่ 27 มี.ค.นี้ กกต.จะมีการประชุมเพื่อพิจาณาเรื่องดังกล่าว โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ถือเป็นเจ้าพนักงานของรัฐหากละเลยการปฏิบัติหน้าที่ก็จะมีโทษร้ายแรงกว่าประชาชนทั่วไป แต่ถ้าหากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายก็จะได้รับการคุ้มครองตาม มาตรา 20 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง แม้จะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งหน้าที่รับผิดชอบแล้ว ก็ยังได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายดังกล่าวอยู่ นอกจากนี้ในที่ประชุมจะมีการพิจารณาถึงกรณีที่ กกต. ได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ขัดขวางการเลือกตั้ง ซึ่งมีกว่า 70 คดีด้วย เพราะขณะนี้การรวบรวมหลักฐานต่างๆสมบูรณ์แล้ว หากคดีใดที่สามารถฟ้องร้องได้ก็จะดำเนินคดีได้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการดำเนินการยื่นคำฟ้องไปยังศาลอุทธรณ์กลาง กรณีที่ กกต. มีมติสั่งให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ใหม่ (ใบเหลือง) ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพ นายภุชงค์ กล่าวว่า วันนี้ กกต.ได้ยื่นคำฟ้องดังกล่าวไปยังศาลอุทธรณ์กลางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากจะครบระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องคัดค้าน 1 ปี ในวันที่ 26 มี.ค. 57 โดยกระบวนการหลังจากนี้ศาลอุทธรณ์กลางต้องพิจารณาว่าจะรับคำฟ้องดังกล่าวไว้พิจารณาหรือไม่ ถ้าศาลรับ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามขั้นตอนแล้วเมื่อทางสำนักงานกกต.ได้ยื่นฟ้องแล้วทางศาลอุทธรณ์ก็จะมีคำสั่งรับคำฟ้องไว้ดำเนินการ จากนั้นจึงจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาว่าจะรับคำฟ้องดังกล่าวไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ ซึ่งตามระเบียบของศาลอุทธรณ์จะใช้เวลาประมาณ 3 วันนับแต่ได้รับคำฟ้องก็จะมีคำสั่งออกมาว่าจะรับคำฟ้องไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ หากรับก็จะมีหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งก็จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 239 ทันที