จากกรณีที่ คณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ทำหน้าที่ อ.ก.พ.กระทรวง มีมติปลดออกจากราชการ น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการสภาการศึกษา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตามผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง จากกรณีเอกสารจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์อาชีวศึกษา โครงการภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 (SP2) สูญหายและส่อว่าอาจมีความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง และเนื่องจากอยู่ระหว่างรัฐบาลรักษาการ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในฐานะผู้สั่งบรรจุแต่งตั้งตามมาตรา 57 ของพ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือนฯ จึงต้องขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยทางกกต. มีหนังสือ ลงวันที่ 17 มีนาคม 2557 แจ้งว่ากกต. มีมติเห็นชอบกรณีรมว.ศึกษาธิการ มีคำสั่งปลด น.ส.ศศิธารา ข้าราชการศธ. ออกจากราชการ ดังนั้น วันที่ 18 มีนาคม จึงได้ลงนามในหนังหนังสือเลขที่ สร.269/2557 เรื่องลงโทษปลดน.ส.ศศิธารา ออกจากราชการ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม เป็นต้นไป โดยผู้ถูกลงโทษสามารถอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง ปฏิบัติหน้าที่ขณะเดียวกัน ได้รายงานผลการลงโทษข้าราชการไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อขอให้นำความกราบบังคมทูล เพื่อให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้น.ส.ศศิธารา พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการสกศ. นับแต่วันที่รมว.ศึกษาธิการ มีคำสั่ง และมีหนังสือไปยังสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพื่อทราบและพิจารณาดำเนินการต่อไป ทั้งนี้คำสั่งดังกล่าวจะมีผลอย่างสมบูรณ์ เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงมา ซึ่งจะให้มีผลนับแต่วันที่รมว.ศึกษาธิการ ลงนามในคำสั่งปลดออกจากราชการ ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่นำหนังสือคำสั่งปลดน.ส.ศศิธารา ไปให้เจ้าตัวรับทราบที่สกศ. เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมาแล้ว แต่ไม่พบน.ส.ศศิธารา ฉะนั้น วันที่ 19 มีนาคม ทางเจ้าหน้าจะส่งหนังสือทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ตามสำเนาทะเบียนบ้าน รวมถึงแจ้งไปยังสำนักอำนวยการสกศ. ว่าคำสั่งปลดออกน.ส.ศศิธารา มีผลแล้ว น.ส.ศศิธารา จึงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเลขาธิการสกศ. ได้อีก ส่วน 2 คดี ทั้งเรื่องที่ถูกกล่าวหาว่าทำสัญญากำหนดค่าปรับในสัญญาที่แตกต่างกันบางฉบับกำหนดค่าปรับร้อยละ 0.02 บางฉบับ ร้อยละ 0.2 ทั้งที่เป็นการจัดซื้อในคราวเดียวกันทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง และเรื่องการมีพฤติการณ์ในการจัดซื้อครุภัณฑ์ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ครุภัณฑ์ที่จัดซื้อไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ กระบวนการจัดซื้อ เป็นต้นว่า การประกวดราคา การทำสัญญา และการตรวจรับครุภัณฑ์เป็นไปโดยมิชอบ อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ พบว่าเป็นความผิดมีโทษสูงกว่าคดีนี้ยังสามารถเปลี่ยนแปลงคำสั่งลงโทษใหม่ได้ ส่วนมติครั้งนี้จะเชื่อมโยงไปถึงคดีการทุจริต ต่าง ๆ หรือไม่นั้น เรื่องนี้ถือเป็น คำสั่งลงโทษข้าราชการภายในศธ. เป็นคนละกระบวนการกับการทุจริต แต่หากมีการขอข้อมูลมายังคณะกรรมการสอบสวน ก็ต้องดูข้อกฎหมายว่าสามารถให้ข้อมูลได้หรือไม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ศศิธารา ได้ยกเลิกกำหนดการ เป็นประธานเปิดการอบรม Training Workshop for Thai Education Staffs on ISCED 2011 and Education Statistics ซึ่งจัดขึ้นวันที่ 19 มีนาคม เวลา 9.00 น. จัดขึ้นที่โรงแรมสุโกศล อย่างกะทันหัน นอกจากนั้นมีรายงานข่าวว่า น.ส.ศศิธารา ได้ให้คนเข้ามาเก็บของใช้ส่วนตัวที่สกศ.ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม และไม่ได้เข้ามาทำงานที่สกศ. อีก ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อไปยังน.ส.ศศิธารา เพื่อสอบถามเรื่องดังกล่าว แต่ไม่สามารถติดต่อได้