วางบึ้มแสวงเครื่อง 2 ลูกซ้อน อีโอดีเก็บกู้ทัน
17 มี.ค. 2557 | wanchat

17 มี.ค.57 - ระทึก!! วางบึ้มแสวงเครื่อง 15 กก. ซุกถังดับเพลิง 2 ลูกซ้อน หน้าอัยการ-สถาบันฯตุลาการ ริมถ.รัชดา โชคช่วยอีโอดีเก็บกู้ทัน
ข่าว
17 มี.ค. 2557 | wanchat

17 มี.ค.57 - ระทึก!! วางบึ้มแสวงเครื่อง 15 กก. ซุกถังดับเพลิง 2 ลูกซ้อน หน้าอัยการ-สถาบันฯตุลาการ ริมถ.รัชดา โชคช่วยอีโอดีเก็บกู้ทัน
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 17 มีนาคม พ.ต.อ.ชาตรี กาญจนกันติ ผกก.สน.พหลโยธิน ได้รับแจ้งเหตุพบวัตถุระเบิดซุกซ่อนอยู่ในถังขยะ บนฟุตปาธริมถนนรัชดาภิเษก ตรงป้ายจุดจอดรถแท็กซี่อัจฉริยะ ด้านหน้าสำนักงานอัยการสูงสุด จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรนิตย์ พรหมบุตร ผบก.น.2 พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผู้กำกับกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่อีโอดี รวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน ที่เกิดเหตุพบถังขยะสีขาวของกทม.โดยมีถุงผ้าสีดำขนาดใหญ่อยู่ภายในถังขยะ เมื่อเปิดถุงผ้าสีดำออกพบนาฬิกาปลุกสีเขียว โดยมีสายไฟระโรงระยางพันติดกับนาฬิกา เจ้าหน้าที่จึงนำยางรถยนต์มาครอบล้อมรอบไว้ พร้อมทั้งปิดกั้นพื้นที่และปิดการจราจรถนนรัชดาบริเวณหน้าสำนักงานอัยการทุกช่องทาง จากนั้นเจ้าหน้าที่อีโอดีจึงได้สวมชุดกันระเบิดหรือบอมบ์สูท เพื่อเข้าไปตรวจสอบในระยะใกล้ จึงพบว่าระเบิดดังกล่าวเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่อง บรรจุใส่ในถังดับเพลิงสภาพเก่าซึ่งถูกลอกสีแดงออก จุดฉนวนด้วยนาฬิกาปลุกซึ่งวางไว้อยู่ด้านบนถังดับเพลิง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้ใช้ปืนแรงดันน้ำยิงทำลายตัวจุดชนวนระเบิด ก่อนทำการเก็บกู้ระเบิดดังกล่าวไปตรวจสอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีการตั้งระเบิดเวลาไว้ที่ประมาณ09.00 น. เศษ ท่ามกลางความสนใจของเจ้าหน้าที่อัยการและประชาชนบริเวณโดยรอบที่ยืนดูรอลุ้นเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าพบระเบิดอีก1 ลูก ที่บริเวณริมฟุตปาธ ด้านหน้าสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งห่างจากจุดแรกประมาณ 1 กิโลเมตร พ.ต.อ.กำธร พร้อมเจ้าหน้าที่อีโอดี จึงรีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ ถุงผ้าสีดำขนาดใหญ่ วางอยู่ริมรั้วของสถานบัน ใกล้กับตู้โทรศัพท์สาธารณะ เจ้าหน้าที่จึงได้ปิดกั้นพื้นที่ พร้อมทั้งสวมชุดบอมบ์สูทเพื่อเข้าไปตรวจสอบในระยะใกล้ จึงพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องในถังดับเพลิงคล้ายกับระเบิดจุดแรก โดยด้านบนถังดับเพลิงมีนาฬิกาปลุกสีเขียวยี่ห้อ mayata โดยมีถังน้ำแข็งแสตนเลทปิดคลุมนาฬิกาไว้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้ใช้ปืนแรงดันน้ำยิงทำลายตัวจุดชนวนระเบิด ก่อนทำการเก็บกู้ระเบิดดังกล่าวไปตรวจสอบ พร้อมกับเคลียพื้นที่และเปิดการจราจรเป็นปกติ โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการกู้ระเบิดทั้งสองจุดประมาณ2 ชั่วโมง ด้าน พ.ต.อ.กำธร เปิดเผยภายหลังว่า วัตถุระเบิดทั้งสองจุดดังกล่าวเป็นระเบิดแสวงเครื่องที่ใช้การจุดระเบิดด้วยนาฬิกาปลุกที่บรรจุอยู่ในถังดับเพลิงน้ำหนัก 15 กิโลกรัม สภาพใช้งานได้ โดยวัตถุระเบิดที่พบจุดหน้าสำนักงานอัยการและหน้าสถาบันฯ มีสภาพวัตถุระเบิดเหมือนกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่อีโอดีได้ใช้ปืนทำลายวงจรยิงทำลายตัวจุดชนวนระเบิดทั้งสองลูกเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแล้วก่อนทำการเก็บกู้ไป โดยถังดับเพลิงที่บรรจุดินระเบิดนั้นหากเกิดการระเบิดขึ้นก็จะมีรัศมีการทำลาย30-40 เมตร โดยหลังจากนี้จะนำซากวัตถุระเบิดไปตรวจสอบว่าตัวสารประกอบระเบิดมีส่วนผสมและองค์ประกอบอะไรบ้าง แต่เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นปุ๋ยยูเรียหรืออาจจะเป็นสารแอมโมเนียไนเตรด ซึ่งคงจะต้องนำระเบิดไปทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ขณะที่เบื้องต้นเท่าที่สังเกตรูปแบบลักษณะของการประกอบวัตถุระเบิดเหมือนกับการก่อเหตุในพื้นที่ 3จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งคาดว่าคนร้ายต้องมีความชำนาญด้านวัตถุระเบิดและมีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก เมื่อถามว่า วัตถุระเบิดที่พบหน้าสำนักงานอัยการสูงสุด หากเก็บกู้ทำลายไม่ทันก็จะเกิดระเบิดในเวลา09.00 น. ที่ตั้งไว้ แล้วจะเกิดความเสียหายใช่หรือไม่ พ.ต.อ.กำธร กล่าวว่า ตอนนี้ยังตรวจสอบไม่ได้ว่าลูกระเบิดได้มีการตั้งเวลาระเบิดไว้ที่เวลาเท่าใด เพราะในการใช้ปืนยิงวงจรทำลายระเบิดไปนั้น ทำให้ไม่สามารถรู้ได้ว่ามีการตั้งเวลาระเบิดไว้ที่เวลาเท่าใด แต่ยืนยันว่าหากไม่สามารถเก็บกู้วัตถุระเบิดทั้งสองลูกได้ทัน ก็พร้อมที่จะทำงานได้ตลอดเวลา โดยคนร้ายมุ่งหวังให้เกิดการระเบิดขึ้น ซึ่งการที่คนร้ายก่อเหตุวางระเบิดแสวงเครื่องในครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่มีการชุมนุมของกลุ่มกปปส. ส่วนจะเป็นกลุ่มเดียวกับที่เคยก่อเหตุระเบิดในพื้นที่ต่างๆหรือไม่นั้นยังไม่สามารถระบุได้ ด้านพล.ต.ต.สุรนิตย์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ทำลายตัวจุดชนวนระเบิดซึ่งนาฬิกาที่มีการตั้งเวลาไว้ถูกแรงดันจนแตกเสียหาย ทำให้ไม่สามารถดูได้ว่ามีการตั้งเวลาไว้ที่เท่าใด ขณะที่บริเวณด้านหน้าศาลยาวตลอดแนว มีกล้องวงจรปิดซึ่งเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะรวบรวมหลักฐานต่อไป ส่วนสาเหตุที่มีการวางระเบิดทั้ง 2 จุดนั้นขณะนี้ยังไม่ทราบและจะเกี่ยวกับเรื่องของการร่วมกับองค์กรอิสระการแก้ไขปัญหาประเทศหรือไม่ ก็ยังตอบไม่ได้ รวมทั้งยังไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุจะเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่ ซึ่งจะต้องตรวจสอบเพื่อหาคนร้ายว่าเป้าประสงค์ของการกระทำนั้นเพื่ออะไร สำหรับการตั้งจุดตรวจหรือ ว.43 เพื่อรักษาความปลอดภัยที่ผ่านมานั้น พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ผบ.ตร. ก็ได้กำหนดไว้ชัดเจนแล้ว อย่างไรก็ดี จากนี้จะเพิ่มสายตรวจ ขยายพื้นที่ตรวจสอบจากจุดตรวจให้มากขึ้นไปอีก ขณะที่นายนันทศักดิ์ พูลสุข โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากรองอธิบดีอัยการคดีพิเศษและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว แต่ว่าขณะนี้นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อัยการสูงสุด ได้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจประชุมที่ประเทศฝรั่งเศส ส่วนตนติดประชุมเรื่องยาเสพติดที่กรุงเวียงนา ประเทศออสเตรีย โดยเบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นการข่มขู่ แต่ไม่ทราบว่าสาเหตุเกิดจากเรื่องอะไร ซึ่งคงจะต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริงตามขั้นตอนต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจุดที่คนร้ายวางระเบิดแสวงเครื่องทั้งสองจุดดังกล่าวนั้น ไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารเฝ้าประจำการอยู่แต่อย่างใด ส่วนจุดที่วางระเบิดหน้าสำนักงานอัยการสูงสุดนั้น อยู่ห่างจากป้ายรถเมล์เพียงแค่ประมาณ 20 เมตรเท่านั้น ซึ่งถือว่ามีคนเดินพลุกพล่านเป็นอย่างมาก หากระเบิดแสวงเครื่องดังกล่าวได้เกิดการระเบิดขึ้นจริงๆ คาดว่าจะต้องเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก