"ยิ่งลักษณ์"ตรวจภัยแล้งอีสาน สั่งงดทำนาปรังเด็ดขาด
06 มี.ค. 2557 | wanchat

สกลนคร - นายกฯตรวจภัยแล้งสกลนคร ให้เพิ่มโครงการขุดลอกแหล่งน้ำขนาดกลาง และ เพิ่มสถานีสูบน้ำอีกกว่าพันแห่ง ขอเกษตรกรงดทำนาปรังเด็ดขาด หวั่นน้ำไม่พอใช้
ข่าว
06 มี.ค. 2557 | wanchat

สกลนคร - นายกฯตรวจภัยแล้งสกลนคร ให้เพิ่มโครงการขุดลอกแหล่งน้ำขนาดกลาง และ เพิ่มสถานีสูบน้ำอีกกว่าพันแห่ง ขอเกษตรกรงดทำนาปรังเด็ดขาด หวั่นน้ำไม่พอใช้
เมื่อเวลา 10.30 น วันที่ 6 มี.ค.57 ที่สนามบินค่ายกฤษ์สีวะรา อ.เมือง จ.สกลนคร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นตรวจสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดสกลนคร โดยมีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพีรพันธ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคณะ ลงพื้นที่จ.สกลนคร เพื่อรับฟังบรรยายสรุปและลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ภัยแล้ง โดยมีนายบุญส่ง เตชะมณีสถิต ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร , นายไพจิต ศรีวรขาน อดีต ส.ส.นครพนม ,นายนิยม เวชกามา อดีต ส.ส.สกลนคร พร้อมด้วยข้าราชการ ประชาชน ร่วมให้การต้อนรับ โดยได้มีการมอบผ้าขาวม้าและดอกกุหลาบสีแดงเพื่อเป็นกำลังใจให้นายกรัฐมนตรี ทั้งนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุม มอบหมายนโยบายและให้การช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยแล้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยได้แสดงความห่วงใยในสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีแนวโน้มภัยแล้งเป็นวงกว้างและวิกฤติมากขึ้นในช่วงฤดูร้อน โดยได้สั่งการให้คณะกรรมการบริหารจัดการระดับน้ำแหล่งน้ำตามธรรมชาติและอุทกภัย (กบอ.) ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ด้วยการสำรวจพื้นที่ประสบภัยแล้ง พื้นที่เสี่ยงภัย สถานการณ์น้ำและปริมาณการใช้น้ำของประชาชนในพื้นที่ เพื่อจัดโซนนิ่งพื้นที่ตามระดับความรุนแรงและกำหนดมาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมกับสถานการณ์ มุ่งเน้นการวางพื้นที่ โดยเฉพาะน้ำอุปโภค-บริโภคต้องเพียงพอต่อการใช้งาน จัดการหาถังน้ำซ่อมแซมภาชนะกักเก็บน้ำ ขุดลอกคูคลอง แผนจัดการบริหารน้ำและแจกจ่ายน้ำให้ทั่วถึงครอบคลุมจัดการฝนหลวงในช่วงภาวะอากาศเอื้ออำนวย เป่าล้างบ่อบาดาลใหม่ เพื่อเตรียมสำรองน้ำไว้ใช้ช่วงฤดูแล้ง ส่วนน้ำเพื่อการเกษตร ให้ส่งเสริมเกษตรกรปลูกพืชน้ำน้อย งดเว้นการทำนาปรังรอบ 2 ที่สำคัญให้วางแผนการใช้ประโยชน์จากน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด กำหนดมาตรการช่วยเหลือให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เน้นวางแผนบริหารจัดการน้ำทั่วถึงทุกพื้นที่พร้อมใช้ประโยชน์จากนั้นทุกแหล่งให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงระดมกำลังเจ้าหน้าที่ วัสดุอุปกรณ์แจกจ่ายน้ำบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า จะต้องมีการเพิ่มโครงการขุดลอกแหล่งน้ำขนาดกลาง ขึ้นมาอีก 331 แห่ง ขนาดเล็ก 5,000 แห่ง สถานีสูบน้ำ กว่า 1,000 แห่ง สำหรับแนวทางการเพิ่มพื้นที่น้ำของกรมชลประทาน (แก้มลิง) มีโครงการอีกกว่า 20 แห่ง ซึ่งจะเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำ กว่า 10,00 ไร่ ส่วนภาคอีสาน มีพื้นที่การเกษตร 105 ล้านไร่ เป็นพื้นที่เขตชลประทาน 10 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 6.3 ล้านไร่ สำหรับจังหวัดที่ประสบปัญหาภัยแล้งทั่วประเทศ มี 18 จังหวัด 82 อำเภอ 488 ตำบล 4105 หมู่บ้าน โดยกำชับให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ดูแลปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาโดยรวม ทั้งสกลนคร กาฬสินธุ์ นครพนม มุกดาหาร และ บึงกาฬ ที่กำลังประสบปัญหาภัยพิบัติแล้ง ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 7 จังหวัด ดูแลปัญหาความเดือดร้อนที่ประชาชนได้รับผลกระทบ พร้อมเน้นย้ำให้ประชาชนและเกษตรกรงดทำนาปรัง เนื่องจากสถานการณ์น้ำในเขื่อนมีแนวโน้มว่าไม่เพียงพอต่อภาคเกษตรกรรม จึงขอให้ไปแจ้งประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ให้ประหยัดการใช้น้ำ ในการมาตรวจพื้นที่สกลนคร และจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เพื่อดูแลสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ เป็นการหาทางป้องกันและแก้ไขปัญหา ให้เรียบร้อยเป็นไปตามแนวทางที่รัฐบาลได้กำหนดกรอบในการช่วยเหลือในด้านต่างๆ