เมื่อเวลา 09.00น.วันที่ 18 กพ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าหลังธนาคารออมสิน สาขา อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เปิดทำการ ปรากฎว่า ได้มีประชาชน นักเรียน ผู้ปกครอง ต่างทยอยเดินทางไปยืนอออยู่ที่ธนาคารจำนวนมาก เพื่อเบิกเงินและขอปิดบัญชีกับธนาคาร โดยตู้กดบัตรคิวที่เคยใช้ได้ตามปกติ แต่วันนี้ไม่สามารถใช้การได้ ซึ่งมีลักษณะเหมือนถูกตัดไฟ ทำให้ผู้ที่มาใช้บริการต้องแย่งเบียดเสียดชิงเข้าคิวกันเอง ขณะที่พนักงานธนาคารได้ชี้แจงกับประชาชนผู้ที่เข้ามาถอนเงินและปิดบัญชีว่า ช่วงเช้าวันนี้ผู้มาใช้บริการจะสามารถเบิกเงินสดได้เพียงรายละ 2,000 เท่านั้น เนื่องจากธนาคารมีเงินไม่เพียงพอ หากผู้ที่ต้องการเบิกตามจำนวนเต็มจะต้องรอในช่วงบ่าย เพราะทางธนาคารต้องรอรถขนเงินที่มาจากธนาคารออมสินสาขาเขต จ.สุราษฎร์ธานี ในช่วงบ่ายของวันนี้ ขณะเดียวกันชาวบ้านต่างตะโกนสวนไปว่า ช่วงบ่ายเวลากี่โมงขอให้บอกให้ชัดเจน แต่พนักงานธนาคารไม่สามารถให้คำตอบได้ สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก ต่างตะโกนด่าทอต่างๆ นาๆ และประณามผู้บริหารธนาคารที่ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวอย่างรุนแรง หลังจากที่ชาวบ้านได้ระบายความไม่พอใจต่อธนาคารแล้ว หลายคนได้แยกย้ายออกไปทำธุระ และมีจำนวนหนึ่งยังนั่งรอเพื่อเบิกเงินในตอนบ่ายตามที่ธนาคารนัดหมายว่าจะสามารถเบิกเงินได้ ส่วนที่ธนาคารออมสิน สาขาละแม อ.ละแม จ.ชุมพร จากการสังเกตุการณ์พบว่า ตั้งแต่ช่วงเช้า ได้มีประชาชนจำนวนมาก เดินทางมายัง ธนาคารเพื่อขอถอนเงินและปิดบัญชีร่วม 1 พันราย จนทำให้มีชาวบ้านจำนวนมาก เข้าไปอยู่ ใน ที่ทำการธนาคารด้วยความชุลมุน จนกระทั่งในช่วงเวลา 10.30 น.เจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งว่า ไม่สามารถจ่ายเงินให้กับ ผู้ที่ต้องการถอนเงินจำนวนมากกว่า 1 หมื่นบาท เนื่องจากมีเงินสำรองในธนาคารไม่เพียงพอ จนสร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านอย่างมาก ทั้งนี้ธนาคารได้ออกบัตรคิว และให้ชาวบ้านเดินทางมารับเงินในช่วงบ่าย เพราะจะต้องส่ง จนท.ไปนำเงินสด จากสาขาอื่นมาสำรอง จนทำให้ชาวบ้านต้องนั่งรอทั้งภายในและนอกธนาคาร ขณะที่ตู้เอทีเอ็มก็ถูกผู้ใช้บริการถอนเงินจนเงินหมดตู้เอทีเอ็ม ในขณะที่ธนาคารได้ต่อรองจ่ายเป็นเช็คเงินสด แต่ชาวบ้านไม่พอใจ และ มีการโวยวาย จนธนาคารต้องขอกำลังตำรวจมารักษาความเรียบร้อย จนถึงเวลานี้ ในจ.ชุมพร ชาวบ้านยังเดินทางไปถอนเงิน ออกจากธนาคารออมสิน อย่างต่อเนื่อง นางวันทนีย ล้อมนวล อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 174 หมู่ที่ 1 ต.ทุ่งคาวัด อ.ละแม จ.ชุมพร อาชีพทำสวนยางพารา บอกว่า มาขอปิดบัญชี ที่มีอยู่ 3 แสนกว่าบาท เนื่องจากไม่พอใจที่ให้รัฐบาลกู้เงินจ่ายเงินจำนำข้าว ที่สำคัญกลัวว่าธนาคารจะล้ม แต่ก็ยังไม่ได้รับเงินสดจากธนาคารแต่อย่างใด