ชาวบ้านระนอง แห่ปิดบัญชี ธ.ออมสิน วุ่น
18 ก.พ. 2557 | wanchat

ระนอง 18 ก.พ.57 -ชาวบ้านระนอง แห่ปิดบัญชี ธ.ออมสิน วุ่นหลัง จนท.จ่ายแคชเชียเช็ค
ข่าว
18 ก.พ. 2557 | wanchat

ระนอง 18 ก.พ.57 -ชาวบ้านระนอง แห่ปิดบัญชี ธ.ออมสิน วุ่นหลัง จนท.จ่ายแคชเชียเช็ค
ระนอง-- บรรยากาศบริเวณหน้าธนาคารออมสินสาขาระนอง และอีก 3 สาขาใน จ.ระนอง ประกอบด้วย สาขาถนนเรืองราษฏร์,สาขา อ.สุขสำราญ และสาขา อ.กระบุรี พบมีชาวบ้านในพื้นที่ จ.ระนองซึ่งเป็นลูกค้าของธนาคารออมสินจำนวนมากได้เดินทางมายังธนาคารตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ก่อนที่ธนาคารจะเปิดทำการเพื่อรอคิวเข้าไปถอนเงินและปิดบัญชีหลังเกิดความไม่พอใจที่ธนาคารออมสิน ได้ปล่อยกู้ให้กับรัฐบาลนำไปจ่ายหนี้ให้กับชาวนาในโครงการรับจำนำข้าว นายจำรูญ จุลสวัสดี อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 149 ม.2 ต.หงาว อ.เมืองระนอง จ.ระนอง กล่าวว่า เป็นลูกค้าธนาคารออมสินสาขาระนองมานานกว่า 20 ปี เนื่องจากเห็นว่าเป็นธนาคารของรัฐบางมีความมั่นคง ทั้งยังต้องการสนับสนุนรัฐบาล แต่จากการที่รัฐบาลได้บีบบังคับ และกดดันให้ธนาคารออมสิน ปล่อยกู้ให้กับ ธ.ก.ส. เพื่อนำไปจ่ายหนี้ให้กับชาวนาซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องเพราะเงินฝากเป็นของประชาชนที่เก็บหอมออมริบมานาน เป็นทรัพย์สินส่วนตัวที่นำไปฝากไว้ไม่ได้ต้องการให้นำเงินส่วนนี้ไปจ่ายหนี้ให้กับใคร ซึ่งคนเป็นเจ้าของเงินที่ถือสมุดบัญชีเงินฝากต่างไม่เห๋็นด้วย จึงตัดสินใจเดินทางมาถอนเงินและปิดบัญชี แต่พบว่าน่าผิดหวังเมื่อธนาคารแจ้งว่าไม่มีเงินสดให้ต้องรอช่วงบ่ายเพราะเงินสดสำรองธนาคารออมสินสาขาระนองมีจำนวน 20 ล้านบาท เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2557 ที่ผ่านมา มีชาวบ้านระนองมาเบิกถอนหมด จึงไม่มีจ่ายในช่วงเช้าวันที่ 18 ก.พ. 2557 จนท.จ่ายเป็นแคมเชียเช็ค ทำให้ชาวบ้านไม่พอใจเพราะตอนมาฝากฝากเป็นเงินสด พอมาเบิกถอนกลับได้เป็นแคชเชียเช็ค จึงทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่มั่นใจและไม่พอใจเพิ่มขึ้นอีก นายบรรยง มีวิเศษ ผู้จัดการธนาคารออมสินสาขาระนอง กล่าวว่า ทาง จนท.ธนาคารทุกคนในแต่ละสาขา รวมทั้งตนได้พร้อมใจกันแต่งชุดดำเพิื่อแสดงความไม่เห็นด้วยที่มีการปล่อยกู้ในครั้งนี้เช่นกัน แต่ก็ให้ความมั่นใจกับลูกค้าทุกคนว่าไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินของธนาคารแต่ประการใด ส่วนเหตุที่ไม่มีเงินสดให้ในช่วงเช้าวันนี้ 18 ก.พ. 2557 เป็นเพราะต่้องรอให้ศูนย์ที่ จ.สุราษฏร์ธานีจัดส่งเงินสดซึ่งเป็นเงินสำรองมายังสาขากำหนดถึงในเวลา 13.00 น.วันนี้ 18 ก.พ. 2557 จำนวน 20 ล้านบาท ซึ่งลูกค้าก็สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ตามปกติ ภาพจากแฟ้ม