เนชั่นทีวี

ข่าว

"เอก"ระบุปะทะหลักสี่ คนมีอาวุธ 21 คน

05 ก.พ. 2557 | wanchat

"เอก"ระบุปะทะหลักสี่ คนมีอาวุธ 21 คน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 5 ก.พ.57 - พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.ระบุปะทะหลักสี่ คนมีอาวุธ 21 คน รู้ตัวแล้ว 3 จ่อขอหมายจับ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) - เมื่อเวลา วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.เปิดเผยความคืบหน้าคดีสำคัญเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมหลังประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ว่า คดีสำคัญๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมนั้นพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ตนเอง พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รองผบ.ตร. พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา สบ.10 พล.ต.ท.วินัย ทองสองผู้ช่วยผบ.ตร.มาควบคุมกำกับดูแลการสืบสวนสอบสวนคดีทั้งหมด ซึ่งคดีส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยได้แบ่งกลุ่มคดีสำคัญๆดังนี้ กลุ่มที่ 1คดีที่เกิดเหตุที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2556 รวมทั้งสิน 44 คดี คดีนี้ที่มีผู้เสียชีวิต 5 คดี จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว2 คดี เหลืออี 3 คดี ที่อยู่ในความสนใจของประชาชนคือคดีที่นักศึกษารามคำแหงถูกยิงเสียชีวิตบริเวณด้านหลังมหาวิทยาลัย คดีที่ผู้ชุมนุมกลุ่มนปช.เสียชีวิต 2 รายที่สนามรัชมังคลา ซึ่งทั้ง 3 คดีทาง ผบช.น.ได้มอบหมายให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 ผู้รับผิดชอบเร่งสืบสวนรายงานความคืบหน้า  พล.ต.อ.เอก กล่าวว่า กลุ่มที่ 2 คดีที่เกิดขึ้นที่สนามไทย-ญี่ปุ่นดินแดง ตั้งแต่วันที่มีการรับสมัครลงเลือกตั้ง คดีสำคัญที่ต้องเร่งรัด คือคดีที่ยิงด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ผบ.หมู่จร.ตลาดพลู เสียชีวิตขณะที่ปฏิบัติหน้าที่ และยิงนายวสุ สุฉันทบุตร ผู้ชุมนุมเสียชีวิต รวมทั้งคดีปาประทัดยักษ์ที่ สน.ดินแดง ซึ่งคดีปาประทัดยักษ์สามารถจับกุมตัวได้แล้วได้เร่งรัดส่งอัยการเพื่อฟ้องศาลต่อไป ส่วนคดียิงตำรวจและผู้ชุมนุมมีพยาน การพิสูจน์ ยืนยันวิถีกระสุน รวมทั้งการรวบรวมคลิปวิดีโอในโซเชียลมีเดียร์ ได้เร่งรัดการดำเนินคดีโดยตลอด คดีกกลุ่มที่ 3 เป็นคดีที่อุกอาจ ได้แก่คดีปาระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เหตุระเบิดที่ถนนบรรทัดทอง เหตุปาระเบิดบ้านบิดานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัติ และเหตุปาระเบิดที่วังสวนผักกาด ของม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริภัตร ผู้ว่ากทม. รวมทั้งคดีที่มีคนร้ายนำระเบิดไปแขวนไว้ที่บ้านนาย นายราเชน ตระกูลเวียง แกนนำกปปส.นนทบุรี ที่นำคดีระเบิดทั้งหมดมาอยู่ในกลุ่มเดียวกันเพราะมีความเชื่อมโยงกัน อย่างคดีปาระเบิดบ้านบิดานายอภิสิทธิ์ กับคดีระเบิดที่วังสวนผักกาด เป็นระเบิดชนิดเดียวกัน แผนประทุษกรรมใกล้เคียงกัน คนขว้างระเบิดน่าจะเป็นคนร้านกลุ่มเดียวกัน ซึ่งทั้งสองจุดได้ขอหมายจับต่อศาลตามภาพวงจรปิดแต่ภาพไม่ชัด ศาลจึงให้ไปสอบสวนให้ระบุคนร้ายให้ชัดเจรก่อน  พล.ต.อ.เอก กล่าวอีกว่า ส่วนคดีระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและที่ถนนบรรทัดทอง ก็มีความเชื่อมโยงกัน เนื่องจากระเบิดเป็นชนิดเดียวกัน แผนประทุษกรรมใกล้เคียงกันอุกอาจปาระเบิดท่ามกลางผู้ชุมนุมในเวลากลางวัน และการสืบสวนเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน ส่วนความคืบหน้าในการสืบสวนคดี ระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยนั้นได้ขอหมายจับตามภาพวงจรปิดไปแล้ว อยู่ระหว่างการสืบสวนเร่งรัดเพื่อยืนยันตัวบุคคลในภาพว่าชื่อ นามสกุล อะไร เราจะยังได้ตรวจดีเอ็นเอจากเสื้อและหมวกที่พยานยืนยันว่าคนร้ายสวมใส่ในวันเกิดเหตุเก็บไว้แล้วหากได้ตัวคนร้ายก็สามารถตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบยืนยันได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเชื่อว่าจะใช้เวลาอีกไม่กี่วันในการดำเนินการ เบื้องต้นบุคคลที่พิสูจน์ทราบเป็นคนไทย 1 คน ไม่ใช่ตำรวจทหาร ส่วนคนร้ายที่เหลือก็อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ ขอชี้แจงว่าถึงจะมีคลิป มีภาพชัดเจนมีการเปรียบเทียบชื่อในโซเชียลมีเดียร์แต่ขบวนการของตำรวจจะต้องมีการพิสูจน์ทราบที่ชัดเจน ยืนยันได้อย่างแน่นอน พล.ต.อ.เอก กล่าวด้วยว่า คดีกลุ่มที่ 4 คดียิงนายสุทิน ธราทินแกนนำกปท.ที่หน่วยเลือกตั้งวัดศรีเอี่ยม อยู่ระหว่างการนำคลิปวิดิโอที่ได้จากพี่น้องประชาชนซึ่งส่งมาเป็นจำนวนมาก มาตรวจพิสูจน์ เพื่อยืนยันถึงจุดที่เกิดเหตุ ใครเกี่ยวข้องบ้าง ใครเป็นคนยิงในวันนั้น ใครอยู่บนรถบ้าง มารวมกับรายงานเบื้องต้นในการพิสูจน์ศพ จะได้นำมาทำภาพจำลองที่เกิดเหตุ บางคครั้งก็ต้องอาศัยหลักฐานทางนิติวิทยาศสตร์มายืนยัน ส่วนการสืบสวนสอบสวนทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ รอง ผบช.น.มาดูแลการสอบสวน ส่วนการสืบสวนได้ระดมตำรวจที่มีความรู้ความสารถเร่งคลี่คลายคดี เพื่อพิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่มาก่อเหตุรวมทั้งยานพาหนะ ยืนยันมาการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง  รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า คดีกลุ่มที่ 5 คดีปะทะกันที่แยกหลักสี่ คดีนี้ใกล้เคียงกับเหตุการณ์ที่วัดศรีเอียม เป็นการใช้อสวุธปืนยิงต่อสู้กัน จากการรายงานเบื้องต้น จากผลการตรวจที่เกิดเหตุและนำคลิปวิดิโอและภาพถ่ายต่างๆ ซึ่งมีเพิ่มเติมมาเรื่อยๆในโซเชียลมีเดียร์จากการแกะรอยจากภาพที่ชัดเจนพบว่ามีการพกอาวุธ ถืออาวุธและกำลังใช้อาวุธ ทั้งหมด 21 คน พิสูจน์ทราบตัวบุคคลแล้ว 3 คน อยู่ระหว่างการดำเนินการออกหมายจับ  นอกจากนั้นก็เร่งรัดติดตามรถที่คาดว่าเป็นรถขนอาวุธ ซึ่งได้มอบหมายให้พล.ต.ท.วินัย ไปติดตามตรวจยึดมาตรวจสอบ “คดีที่สำคัญๆที่เกิดขึ้น ผบ.ตร.ได้ลงมาเร่วรัดด้วยตนเอง ประชุมติดตามความคืบหน้าทุกสัปดาห์ ที่ผ่านมาได้ประชุมไปแล้ว 1 ครั้ง จะประชุมครั้งที่ 2 ในวันพรุ่งนี้เวลา 19.00 น.ให้ผู้รับผิดชอบมารายงานความคืบหน้า ผมเองได้ดูสำนวนคดีให้มีความสมบูรณ์ อย่างเหตุที่ถนนบรรทัดทอง มีแกนนำกปปส.ที่เป็นผู้เสียหายยังไม่มาให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยืนยันว่าตำรวจทุกนายตั้งใจคลี่คลายคดี ทำหน้าที่ของตำรวจให้ดีที่สุดเพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินดคี” รอง ผบ.ตร.กล่าว

ข่าวล่าสุด