วอนรัฐบาลเห็นใจเร่งจ่ายเงินเพื่อคลายความเดือดร้อน พร้อมยันจะไม่นำข้าวเข้าร่วมโครงการฯ อีกหวั่นซ้ำรอย วันนี้ (4 ก.พ. 57) ชาวนา บ้านใหม่ หมู่ 4 ต.สวายจีก อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เกือบทั้งหมู่บ้านกว่า 20 ครัวเรือน ที่ยังไม่ได้รับเงินในโครงการรับจำนำข้าวจากรัฐบาล ตั้งแต่ 2 - 4 เดือน กำลังประสบปัญหาเดือดร้อนหนักไม่มีเงินใช้จ่ายในครอบครัว ซ้ำยังมีหนี้สินรุมเร้า ต้องออกหาทำงานรับจ้างทั่วไป ทั้งเป็นลูกจ้างตามร้านจำหน่ายต้นไม้ รับจ้างตัดอ้อย และก่อสร้าง ตามสถานที่ต่างๆ เพื่อหาเงินไปใช้จ่ายในครอบครัว ให้ลูกไปโรงเรียน และส่งดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับนายทุนที่กู้ยืมมาใช้จ่ายช่วงที่ยังไม่ได้รับเงิน โดยได้ค่าจ้างเฉลี่ยวันละ 200 - 220 บาท บางครอบครัวต้องออกไปทำงานรับจ้างทั้งสามี ภรรยา ถึงแม้จะอายุมากแล้วก็ตาม จากผลกระทบดังกล่าว จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินที่ยังติดค้างให้กับชาวนาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนโดยเร็วด้วย เพราะสิ้นเดือนมีนาคม นี้ หากไม่มีเงินไปชำระหนี้ให้กับ ธกส.ก็จะถูกปรับดอกเบี้ย นางสำริด เร่รัมย์ อายุ 47 ปี และนางแสวง กริดรัมย์ อายุ 56 ปี ชาวนาบ้านใหม่ ต.สวายจีก บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ได้นำข้าวเปลือกไปเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลตั้งแต่เดือนธันวาคม 2556 จนถึงขณะนี้ผ่านมากว่า 2 เดือนแล้วแต่ยังไม่ได้รับเงิน ทำให้ไม่มีเงินใช้จ่ายในครอบครัว เพราะเงินจากการทำนาถือเป็นรายได้หลักที่ใช้จุนเจือในครอบครัว ดังนั้นจึงต้องออกหาทำงานรับจ้างทั่วไป เพื่อหาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว และให้ลูกไปโรงเรียน บางรายต้องไปรับจ้างเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายค่ารถเกี่ยว และค่าจ้างเก็บเกี่ยวข้าวที่ติดค้างไว้ จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งนำเงินมาจ่ายโดยเร็วด้วย ทั้งนี้ชาวนายังยืนยันว่าในฤดูกาลผลิตหน้าจะไม่นำข้าวเข้าร่วมโครงการรับจำนำอีก เพราะเกรงจะได้รับเงินล่าช้าทำให้เดือดร้อนอย่างเช่นปีนี้อีก แต่จะเลือกนำไปขายให้กับโรงสีข้าวแทนถึงแม้จะได้ราคาต่ำก็ตาม