เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจาก เจ้าหน้าที่ของโรงแรมแกรนด์วโรรสพาเลส ว่าพบกระเป๋าต้องสงสัยวางอยู่หน้าโรงแรม จึงรายงานให้กับผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อจะเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบกระเป๋าสีดำ ภายในบรรจุวัตถุสี่เหลี่ยม มีถ่านไฟฉาย และสายไฟ จึงได้มีการประสานไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อทำการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการตรวจสอบ ทั้งนี้ที่เกิดเหตุ พ.ต.อ.อักษร วงศ์ใหญ่ ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบวัตถุดังกล่าวด้วย และในเวลาต่อมา พล.ต.ต.กริช กิตติลือ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมสั่งการให้มีการเข้มงวดในการตรวจสอบวัตถุต้องส่งสัย และประสานงานไปยังหน่วยเก็บกู้ระเบิด ตำรวจภูธร ภาค 5 จากการสอบถามนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มรักษ์เชียงใหม่ 51 เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ของโรงแรมได้พบกระเป๋าต้องสงสัย และพบว่าภายในกระเป๋ามีวัตถุคล้ายระเบิด จึงได้มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ พร้อมระบุว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่มาเวลาประมาณ 01.23 น. ได้มีคนร้ายไม่ทราบฝ่าย มาวางระเบิดที่บริเวณด้านหน้าโรงแรม เบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะเป็น เอ็ม 26 จนกระทั่งช่วงเช้า เจ้าหน้าที่พบกระเป๋าต้องสงสัยดังกล่าว คาดว่าน่าจะเป็นคนคนเดียวกัน ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพได้ทั้งสองจุด โดยหลังจากนี้จะมีการมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อนำไปตรวจสอบหาคนร้ายต่อไป ส่วนเรื่องของการข่มขู่ครั้งนี้คาดว่าน่าจะมาจากเรื่องของการเมือง ซึ่งก่อนหน้านี้ ตนเองได้รับแจ้งจากนายทหารที่นับถือว่า จะมีบุคคลไม่หวังดีมุ่งหมายจะเอาชีวิต จึงได้มีการสั่งการให้มีการเข้มงวดในการดูแลสถานที่ รวมทั้งในช่วงบ่ายวันนี้ ทางกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ได้มีการประกาศรวมพล เพื่อจะไปตรวจสอบการเลือกตั้งตามจุดต่างๆด้วย และเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายมุ่งหมายจะเอาชีวิต อย่างแน่นอน ด้านพล.ต.ต.กริช กล่าวว่า จากการได้รับรายงานนั้น ได้มีการสั่งให้ชุดเก็บกู้ระเบิดของตรวจภูธรภาค 5 เข้ามาดำเนินการตรวจสอบ และจากการทำลายล้างพบว่า วัตถุดังกล่าว เป็นระเบิดแสวงเครื่องทีเอนที ขนาด 1 ส่วน 4 จำนวน 2 ก้อนประกบกัน รวมน้ำหนัก ครึ่งปอนด์ ภายในมีการต่อวงจรครบ แต่ยังขาดตัวจุดประทุ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้จึงได้มีการตัดสินใจใช้ปีดกระสุนน้ำเข้าไปทำลาย เพื่อตัดวงจรการทำงาน เพื่อความปลอดภัย ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคาดว่าน่าจะมีผู้ไม่หวังดี ต้องการข่มขู่แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 และคาดว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง แต่น่าจะเกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ขณะเดียวกันทางกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 จะมีการวางมาตรการคุมเข้มบริเวณโรงแรมอย่างเข้มงวด เพื่อความปลอดภัยของมวลชน