สธ.เฝ้าระวังเหตุรุนแรง ก่อนเลือกตั้ง
21 ม.ค. 2557 | wanchat

21 มกราคม - สธ. เฝ้าระวังเหตุรุนแรงก่อนเลือกตั้ง พร้อมประสานงาน สธ.ส่วนหน้า ร่วมกับ 18 จว.พื้นที่เสี่ยง รับมือเหตุฉุกเฉิน
ข่าว
21 ม.ค. 2557 | wanchat

21 มกราคม - สธ. เฝ้าระวังเหตุรุนแรงก่อนเลือกตั้ง พร้อมประสานงาน สธ.ส่วนหน้า ร่วมกับ 18 จว.พื้นที่เสี่ยง รับมือเหตุฉุกเฉิน
เผยจากการติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชม. พบทะเลาะกันเองเจ็บ 1 ราย ขณะที่ผู้บาดเจ็บวิกฤติ ทั้ง 5 ราย อาการปลอดภัยแล้ว สรุปยอดสะสมจากชุมนุมทางการเมือง เจ็บ 272 ราย ยังคงรักษาตัวที่ รพ. 25 ราย เสียชีวิต 4 ราย วันนี้(21 ม.ค.) ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงการสาธารณสุข(สธ.) ประชุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีการชุมนุมทางการเมือง ร่วมกับ ศูนย์ปฏิบัติการณ์ สธ.ส่วนหน้า และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.) 18 จังหวัดเสี่ยงทั่วประเทศไทย ได้แก่ จังหวัดยะลา สงขลา กระบี่ พังงา ภูเก็ต สตูล นครศรีธรรมราช ตรัง ชุมพร นราธิวาส พิจิตร บุรีรัมย์ ราชบุรี และนนทบุรี เพื่อเตรียมพร้อมรับมือการให้บริการทางการแพทย์ กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินและสถานการณ์รุนแรง ว่า จากกรณีชุมนุมทางการเมือง ซึ่งมีแนวโน้มว่าอาจเกิดเหตุรุนแรงมาขึ้นในช่วงก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 2 ก.พ. 2557 จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่จัดบริการทุกหน่วยงานอย่างเต็มกำลัง ทั้งการรักษา การป้องกัน และการควบคุมโรค โดยขอให้ทำงานหนักขึ้นและดูแลประชาชนทุกคนตามหน้าที่ของตนเอง สำหรับกรณีบุคลากรทางการแพทย์เดินขบวนขับไล่รัฐบาลรักษาการ และปรากฏว่ามีการชูป้ายข้อความว่าหนีคนไข้มาไล่รัฐบาลนั้น นพ.ณรงค์ กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าทุกคนมีสิทธิแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ซึ่งขึ้นอยู่กับวิจารณญาณส่วนบุคคล แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าบุคลาการทางการแพทย์ คงไม่ได้ทิ้งคนไข้เพื่อมาเดินขบวนดังกล่าว ขณะที่ นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิชย์ ผอ.ศูนย์ สธ.ส่วนหน้า รายงานว่าการเคลื่อนมวลชนของกลุ่ม กปปส.ไปปิดธนาคารออมสิน ธนาคารเอ็กซิมแบงค์ และทีมเคลื่อนที่เร็วของ คปท.ไปตรวจสอบสถานที่ราชการว่ามีข้าราชการไปทำงานหรือไม่นั้น พบว่าไม่มีเหตุความรุนแรงตลอดช่วงวันไปจนถึงการเคลื่อนขบวนของกลุ่มเครือข่ายเสื้อกราวด์เมื่อช่วงเย็นก็เป็นไปด้วยความสงบ แต่เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. มีรถกระบะขับฝ่าด่านการ์ด กปปส.ที่บริเวณอนุสาวรีย์และยิงปืนเข้าไป แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เมื่อเวลา 23.00 น. เกิดมีเสียงดังคล้ายระเบิดที่ถนนอังรีดูนัง 5 ลูก และที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ 2 ลูก และเวลาประมาณ 03.20 น. มีเสียงดังคล้ายระเบิดที่ชิโนทัย แยกอโศกเพชร แต่ไม่มีรายงานพบผู้บาดเจ็บแต่อย่างใด ส่วนวันนี้มีการประเมินสถานการณ์ซึ่งจะมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วของ คปท.จะเข้าไปตรวจสอบส่วนราชการ แจ้งวัฒนะมวลชนปิดทีโอที สวมลุมพินีเดินไปสีลม ตรอกจันทร์ที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ตลอดช่วงวันที่ 20 ม.ค.พบมีเหตุการณ์ทะเลาะกันเองที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 1 รายมีแผลที่บริเวณใบหน้า ต้องส่งตัวไปเย็บแผลที่รพ.ราชวิถี และกลับบ้านได้แล้ว ขณะที่ผู้บาดเจ็บที่อาการอยู่ในขั้นวิกฤตที่ยังษาตัวใน รพ.ราชวิถี 4 ราย และรพ.พระมงกุฎ 1 รายนั้น ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว ดังนั้นจึงสรุปยอดผู้บาดเจ็บสะสมจากเหตุชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค.2556 จนถึงวันนี้มีผู้บาดเจ็บแล้วทั้งสิ้น 272 ราย ยังเหลือนอนรักษาตัวที่ รพ.ทั้งสิ้น 25 ราย เสียชีวิตสะสม 4 ราย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 18 จังหวัดที่มีการเฝ้าระวังเหตุการณ์รุนแรงนั้นพบว่ากลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ได้เดินทางไปปิดสถานที่ราชการการ โดยในส่วนของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุขอำเภอก็ถูกร้องขอให้ปิดทำการด้วยนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ให้ความร่วมมือในการปิดอาคารในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้นยังสามารถทำงานได้ตามปกติ และไม่พบว่ามีเหตุรุนแรงแต่อย่างใด มีเพียงสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุงเท่านั้นที่ต้องย้ายสถานที่ปฏิบัติงานไปที่รพ.พัทลุงแทน ด้าน พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากการติดตามความเครียดของประชาชน ซึ่งเป็นผลมาจากการชุมนุมทางการเมือง พบว่า ในช่วงนี้ความเครียดมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยเกิดจากปัจจัยสำคัญ คือ การไม่สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้พื้นที่ชุมนุม เนื่องจากไม่สามารถเดินทางตามเส้นทางเดิม ขณะเดียวกันการรับข่าวสารการเมืองที่เพิ่มมากขึ้น ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ในส่วนของความรุนแรงที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงหลัง ก็ทำให้ประชาชนเกิดความเครียดสูงตามไปด้วย ทั้งนี้สิ่งสำคัญที่อยากแจ้งไปยังประชาชน เพื่อลดระดับความเครียดก็คือ ระบบครอบครัวซึ่งถือว่าอยู่ใกล้ชิดกันมากที่สุด เพราะแม้ว่าบางครอบครัวอาจมีความเห็นทางการเมืองไม่ตรงกัน แต่ก็ขอให้รักษาความสัมพันธ์ที่ดีตรงนี้เอาไว้ โดยเชื่อว่าความสัมพันธ์ในครอบครัวดี ก็จะช่วยให้ความสัมพันธ์ในภาคใหญ่ดีขึ้นตามไปด้วย