เมื่อเวลา 11.00น. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะกำกับดูแลศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยศอ.รส.) ได้แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ภายหลังจากประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเร้นท์กับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มมกปปส.ว่า การที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. และกลุ่มผู้ชุมนุมไปปิดสถานที่ราชการและที่ทำงานของกระทรวงต่างๆเพื่อไม่ให้ข้าราชการไปปฏิบัติหน้าที่ได้ และเรีกร้องให้หยุดการทำงาน ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นคือประชาชนโดยตรงที่ไม่สามารถไปสามารถรับบริการจากหน่วยงานราชการได้ อาทิ การที่ประชาชนต้องทำพาสปอต หรือหนังสือเดินทางเพื่อไปทำธุระ ทำธุรกิจ หรือเยี่ยมญาติในต่างประเทศก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากการชุมนุมของ "นายพุทธอิสระ" ทำการปิดการกรมกงสุลถนนแจ้งวัฒนะ ที่ทุกวันจะให้บริการประชาชนในการทำหนังสือเดินทางวันละ 4 พันเล่ม แต่ขณะนี้สถานที่ดังกล่าวถูกปิดมา 4 วัน เท่ากับว่ามีประชาชนไม่สามารถทำหนังสือเดินทางประมาณ 1.6 หมื่นคน " จึงขอให้นายสุเทพสั่งการให้นายพุทธอิสระ ให้เปิดการกรมการกงสุลเพื่อให้บริการประชาชนชนเป็นการด่วน เพราะประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของนายสุเทพ นอกเหนือจากการทำให้การจราติดขัด การเดินทางไม่ได้รับความสะดวก"นายสุรพงษ์ กล่าว รองนายกฯ กล่าวอีกว่า การชุมนุมของกลุ่มนายสุเทพยังทำให้การหาเลี้ยงชีพของประชาชนเริ่มฝืดเคือง เศรษฐกิจในครัวเรือนได้รับความลำบาก จึงหวังว่านายสุเทพและแกนนำจะทบทวนพฤติกรรมกลุ่มตนเองที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนอย่างถ้วนหน้าในขณะนี้ จากนั้นนายสุรพงษ์ ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงการประชุมคอนเฟอเร้นท์กับผบ.ตร.ว่า เท่าที่สามารถเปิดเผยได้ ตนได้รับรายงานว่าการติดตามตัวนายสุเทพเมื่อวานนี้(15ม.ค.)มีขบวนรถนายสุเทพ 8 คัน มีการ์ดประมาณ 40 คน และนายสุเทพไปพักโรงแรมใกล้กับสี่แยกราชประสงค์ ซึ่งนายสุเทพเข้าไปแล้วไม่ได้ออกจากโรงแรม แต่ก็จะติดตามต่อไป โดยคณะทำงานของศอ.รส.มีร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง เป็นผู้ดูแลและประสานกับทางตำรวจ รองนายกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่มีการจับกุมนายทหารเรือนั้น ก็ทราบว่ามาจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ ซึ่งได้ข้อมูลว่ามารับจ็อบเป็นพิเศษเพื่อมาทำหน้าที่เป็นการ์ดของผู้ชุมนุม อย่างไรก็ตามต้องให้หน่วยงานต้นสังกัดรายงานชี้แจงศอ.รส.ต่อไป ทั้งนี้มีการประสานให้พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้ตรวจสอบไปยังต้นสังกัดของนายทหารคนดังกล่าวที่ถูกจับกุม ถึงแม้จะเป็นการนอกเวลาราชการ แต่พบว่ามีการใช้อาวุธของทางราชการพกตัดตัวมาด้วย ส่วนจะมีจำนวนทหารมารับจ็อบมาน้อยแค่ไหน ทางตำรวจจะเป็นผู้ให้รายละเอียด และขอให้ต้นสังกัดมารายงานให้ศอ.รส.ทราบ เมื่อถามว่ารัฐบาลจะใช้วิธีการจับกุมนายสุเทพเป็นทางออกในการแก้ปัญหาหรือไม่ นายสุรพงงษ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ แต่นายสุเทพมีข้อหากบฎและมีหมายจับก็ต้องดำเนินการไปตามนั้น ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการก็ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่ที่ถามว่ามีหมายจับและรู้ที่พักของนายสุเทพแล้วทำไมยังไม่ดำเนินการจับกุม ก็ต้องเรียนว่าตำรวจต้องดูจังหวะและเวลาที่เหมาะสม หากเข้าไปจับกุมในกลุ่มผู้ชุมนุมก็ไม่เกิดผลดี อีกทั้งการ์ดที่คอยดูแลก็มีความเข้มแข็งมาก เมื่อถามว่าจะถึงขั้นต้องวิสามัญฆาตกรรมหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทำตามขั้นตอน หากการ์ดไม่ใช้อาวุธต่อสู้ก็ไม่มีปัญหา เมื่อถามว่ารัฐมนตรีต่างๆได้เตรียมตัวอย่างไรบ้างหลังมีการประกาศจับตัวและต่างฝ่ายต่างประกาศจับตัวซึ่งกันและกัน นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ขอย้อนถามกลับไปว่า คนที่เป็นกบฎจะมาจับคนดีๆได้อย่าง เพราะไม่มีประเทศไหนเขาทำ มีประเทศไทยเพียงประเทศเดียว สำหรับตนไม่ได้กังวลไม่ได้กังวลในเรื่องนี้ ส่วนเหตุการณ์ที่มีการปาระเบิดใส่บ้านของแกนนำกปปส.รวมทั้งบ้านนายอภิสิทธิ์ได้มีการรายงานข้อเท็จจริงอย่างไรบ้าง รองนายกฯ เจ้าหน้าที่ก็ตรวจสอบแต่สำหรับตนเห็นว่านักการเมืองก็มีการสร้างสถานการณ์ให้เป็นประเด็นขึ้นมาเพื่อประโยชน์ในการชุมนุม แต่ขณะนี้ทราบว่าได้มีการตั้งจุดตรวจร่วมระหว่างการ์ดกปปส.และเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดูแลความปลอดภัยก็เชื่อว่าเหตุการณ์จะบรรเทาลง ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี่ในหลายพื้นที่ไม่น่าจะใช่กลุ่มเดียวกัน เพราะใช้อาวุธคนละชนิดกัน เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการทำหนังสือพร้อมพยานหลักฐานกรณีความเกี่ยวโยงของนายอภิสิทธิ์กับกลุ่มผู้ชุมนุมไปถึงเลขาธิการสหประชาชาติ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ได้รวบรวมข้อมูลภาพถ่าย และหลักฐานต่างๆที่นายอภิสิทธิ์ได้ขึ้นเวทีปราศัยของกลุ่มกปปส. รวมทั้งอดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ อดีตนายกฯ และบุคคลต่างๆที่ไปร่วมชุมนุม และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างการชุมนุม และจากนี้จะส่งถึงเลขาฯยูเอ็นอย่างเป็นทางการเมือง