จากกรณีพบมีกระทิง 18 ตัวตายในพื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าบริเวณป่าสงวนแห่งชาติกุย บุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (โครงการกุญชร) ในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งขณะนี้ยังต้องรอผลการตรวจสอบหาสาเหตุการตายของกระทิง ซึ่งคาดว่าอาจจะเลื่อนผลการตรวจสอบเป็นปลายเดือม.ค.นั้น นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช ประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อติดตามหาสาเหตุปัญหาการตายกระทิงกุยบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ผลการตรวจสอบในห้องปฎิบัติการของสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ ที่ตรวจหาสาเหตุการตายของกระทิงทั้ง 18 ตัวได้เริ่มมีผลออก มาแล้วบางส่วน แต่ยังไม่ครบทั้งหมดเนื่องจากบางตัวอย่างจากซากกระทิงที่เก็บไปไม่สมบูรณ์ เพราะค่อนข้างเน่ามาก ดังนั้นจึงส่งทีมสัตวแพทย์กรมปศุสัตว์ และของกรมอุทยานฯ จำนวน 4 ทีมลงเก็บชิ้นส่วนซาก และกระดูกไขสันหลังของกระทิงในบางตัวเพิ่มเติมระหว่างวันที่ 9-10ม.ค.นี้ โดยจะเร่งตรวจสอบและราย งานผลให้สาธารณชนทราบโดยเร็วที่สุด เมื่อถามว่ามีข่าวลือว่ามีผลตรวจกระทิงเป็นโรคระ บาดสัตว์ชนิดที่ร้ายแรงในกลุ่มสัตว์กีบ จริงหรือไม่ นายธีรภัทร กล่าวว่า ขณะนี้มีหลายโรคระบาดในสัตว์ที่เป็นกลุ่มเฝ้าระวังอยู่ แต่ยังคงไม่ฟันธงว่าเป็นโรคอะไร โดยผลอย่างเป็นทางการต้องรอให้กรมปศุสัตว์รายงานมา ยังกรมอุทยาน และคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อติดตามหาสาเหตุปัญหาการตายกระทิง ที่จะร่วมกันแถลงผลอย่างเป็นทางการ โดยไม่อยากให้ฟังจากข่าวลือ หรือบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง เพราะยังยืนยันว่าตอนนี้ต้องรอผลแลปอย่างเป็นทางการ " ขณะนี้ขอให้รอผลแลปจากกรมปศุสัตว์อย่างเป็นทางการก่อน จึงจะสรุปสาเหตุการตายของกระทิงทั้ง 18 ตัวแต่ยอมรับว่ามีผลแลปออกมาบางส่วนแล้ว แต่ไม่ใช่คำตอบการตายของทุกตัว ดังนั้นจึงต้องเก็บรายละเอียดจากซากส่งตรวจเพิ่ม ขณะเดียวกันตอนนี้ได้ประสานขอยานบินอากาศยานไร้คนขับ จากมหาวิท ยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) มาช่วยบินสำรวจกระทิง ช้างป่าและสัตว์ในป่ากุยบุรี เพื่อดูว่ามีอาการปกติ หรือผิดปกติหรือไม่ อย่างไร" นายธีรภัทร ระบุ ด้านนายสัตวแพทย์ทฤษดี ชาวสวนเจริญ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยถึงผลการตรวจตัวอย่างเนื้อเยื่อที่เก็บจากซากกระทิงที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีว่า เนื่องจากว่า กระทิงตายมาตั้งแต่วัน 2 ธ.ค.56และหลังจากนั้นก็ได้ทยอยตายมาเรื่อย ๆ ทางเจ้าหน้าที่ได้ทยอยเข้าไปเก็บตัวอย่าง แต่เป็นซากกระทิงที่เน่าแล้ว แต่ก็อาศัยดูจากชิ้นส่วนที่เหลือในร่างกายอย่างเช่น กระเพาะอาหาร เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นพบว่ามี 1 ตัวอย่างจากกระทิงตัวที่ 17 ที่มีเชื้อแบคทีเรีย Clostridium Novyi ซึ่งพบอยู่ในดินทั่วไป แต่ยังไม่สามารถสรุปว่าเป็นสาเหตุโดยตรงหรือไม่ ทั้งนี้ โดยเชื้อแบคทีเรียนี้จะสร้างพิษและเข้าสู่กระแสโลหิตและทำให้เสียชีวิตได้เช่นเดียวกัน แต่ก็จะสรุปทีเดียวไม่ได้ว่าเป็นสาเหตุที่แท้จริงหรือไม่ เพราะเป็นเชื้อที่มีอยู่ทั่วไป เรายังระบุไม่ได้ว่าเป็นสาเหตุการตายของกระทิง จนกว่าเราจะได้ไปเก็บตัวอย่างจากซากกระทิงที่ตายใหม่หรือเนื้อเยื่อสด ค่อนข้างที่ชัดเจนมากกว่า เพราะนอกจากดูเชื้อแล้วยังต้องพิษของสารพิษที่มีผลต่ออวัยวะภายในอีกด้วย ตอนนี้เราดูไม่ได้ เพราะเรามีแต่เชื้อ แต่อวัยวะภายในมันจะบอกว่า พิษไปทำลายตับ ไปทำลายเยื้อบุ ซึ่งดูไม่ได้ เพราะมันเปื่อยเน่าไปหมดแล้ว เราต้องได้ตัวอย่างใหม่ที่ไม่ใช่สัตว์เน่าเปื่อย จะต้องชันสูตรซากจากสัตว์ที่ไม่เน่า แต่ซากกระทิงที่พบมันเน่า และไม่มีซากอื่นที่ยังไม่เน่ามายืนยันประกอบ ขณะนี้ยังไม่สรุปว่าเป็นโรคระบาด เพราะไม่พบเชื้อที่เป็นโรคระบาดเลย อย่างเช่นโรคคอบวม และโรคแอนแทรกซ์ ที่พูดกันโดยเฉพาะโรคแอนแทรกซ์ ยิ่งไม่มีทาง เพราะหากป่วยด้วยโรคแอนแทรกซ์จะมีเลือดออกตามรูทวาร จะเปิดหมด เลือดจะออกมาและเลือดไม่แข็งตัว นอกจากนี้ยังพบไม่ได้ว่าตายเฉียบพลันทันทีหรือไม่ เพราะพบแค่ตัวอย่างเดียว รวมทั้งยังไม่พบการปนเปื้อนของสารเคมีจากตัวอย่างที่ตรวจ ดังนั้นจึงต้องเก็บตัวอย่างเพ่ิมเติม และยังไม่สรุปสาเหตุการตายได้ ต้องรออีกสักระยะหนึ่ง" อธิบดีกรมปศุสัตว์ ระบุ