จากการติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ พบว่าอ่างเก็บน้ำหลายแห่งยังคงเสี่ยงที่จะประสบกับปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะเขื่อนลำปาว ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ เนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่ไหลเข้าอ่างในช่วงหน้าฝนที่ผ่านมา มีปริมาณน้อยต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยมาก ทำให้เขื่อนลำปาวสามารถส่งน้ำให้กับเกษตรกรเพื่อปลูกพืชฤดูแล้งได้เพียง 300 ล้านลบ.ม.เนื้อที่ 180,000 ไร่เท่านั้น จากพื้นที่ชลประทานทั้งหมด 306,963 ไร่ แต่จากข้อมูลการสำรวจของเจ้าหน้าที่พบว่า ล่าสุดเกษตรกรเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง โดยเฉพาะการทำนาปรังมากเกือบถึง 100 % หรือประมาณกว่า 300,000 ไร่ ซึ่งเสี่ยงต่อการที่จะประสบปัญหาภัยแล้ง พืชผลเสียหาย นายปิยปัญญา ภู่ขวัญเมือง ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนลำปาวปีนี้ส่อที่จะกระทบต่อภาคการเกษตร โดยเฉพาะการเพาะปลูกข้าว เนื่องจากปริมาณน้ำขณะนี้เหลืออยู่เพียง 895 ล้านลบ.ม.หรือ 45.20 % จากระดับกักเก็บ 1,980 ล้าน ลบ.ม.ซึ่งถือว่าน้ำไม่เพียงพอต่อฤดูกาลทำนาปรังในเขตพื้นที่ชลประทานเขื่อนลำปาว ที่มีอยู่ทั้งหมด 306,963 ไร่ โดยทางเขื่อนสามารถส่งน้ำให้กับเกษตรกรเพื่อปลูกพืชฤดูแล้งได้เพียง 300 ล้านลบ.ม.ซึ่งจะสามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรกรหน้าแล้งได้ 180,000 ไร่ แต่เนื่องจากผลของการขยายพื้นที่ฝืนเพาะปลูกพืชฤดูแล้งและทำนาปรังของเกษตรกรในปัจจุบันมากเกือบ 100 % หรือประมาณกว่า 300,000 ไร่ จึงเกรงว่าจะกระทบต่อระบบเพาะปลูก ระบบน้ำอุปโภค บริโภคได้ เพราะจากสภาพอากาศที่แปรปรวนผิดปกติอาจจะทำให้เกิดปัญหาฝนแล้งเหมือนกับปี 2556 ที่ผ่านมา ทั้งนี้จึงอยากแนะนำให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนจากการทำนาปรังและปลูกพืชต่างๆมาเป็นการปลูกพืชระยะสั้นที่ใช้น้ำน้อยและได้ผลผลิตเร็วแทน โดยเฉพาะถั่ว อย่างไรก็ตามเขื่อนลำปาวยืนยันว่าจะทำการสำรองน้ำไว้เพื่อใช้ในการอุปโภค บริโภคตลอดฤดูแล้ง และจะกักเก็บน้ำไว้เพื่อให้เกษตรกรตกกล้าในฤดูทำนาปีได้อย่างแน่นอน สำหรับเกษตรกรภาคการประมง ทั้งผู้เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลากระชัง ขอให้ติดตามข่าวสารสถานการณ์จากเขื่อนลำปาวอย่างต่อเนื่องเป็นระยะด้วยภาพจากแฟ้ม