เมื่อเวลา 11.35 น. ที่ใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสศาลาแดง หน้าอาคารสีลม คอมเพล็กซ์ ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ได้นัดรวมพลชุมนุมเป่านกหวีดสนับสนุนการปฏิรูปประเทศไทยและเชิญชวนประชาชนร่วมกับกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ต่อต้านรัฐบาลในการปิดกรุงเทพฯวันที่ 13 ม.ค. โดยกลุ่มมวลชนได้เริ่มทยอยเข้ามาจับจองพื้นที่เพื่อร่วมทำกิจกรรมที่เชิงบันไดอาคารสีลม คอมเพล็กซ์ตั้งแต่เวลา 11.00 น. โดยมีรถ 6 ล้อติดเครื่องขยายเสียงจอดริมฟุตบาทเพื่อปราศรัยเชิญชวนประชาชนมาร่วมชัทดาวน์กรุงเทพฯ นายสมเกียรติ หอมละออ ประธานชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ปราศรัยว่า ประเทศต้องมีการปฏิรูปขนาดใหญ่เพื่อให้นักการเมืองทุจริตออกไป เพราะประเทศชาติเสียหาย ทั้งโครงการจำนำข้าวสร้างความเสียหายหลายแสนล้านบาท ดังนั้นถ้าไม่มีการปฏิรูปประเทศจะเดินไปสู่ความหายนะ ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็พยายามจะเข็นการเลือกตั้ง 2 ก.พ.ให้เกิดขึ้น เพื่อจะหาข้ออ้างมายกตัวเองให้พ้นผิด โดยใช้เสียงข้างมากอย่างที่เคยทำมาตลอด ชมรมฯจึงเห็นว่าต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง เพื่อให้ประเทศเดินหน้าโดยปราศจากคอรัปชั่น จากนั้นนายสมเกียรติ อ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 14/2556 ตอนหนึ่ง หัวข้อ "ร่วมสนับสนุนการเดินหน้าปฏิรูปการเมือง และปฏิเสธการเลือกตั้งระบอบทักษิณ" ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาแม้ประเทศไทยจะได้ผ่านการปฏิรูปทางการเมืองมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังมีกระบวนการหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง สร้างความเสียหายให้กับประเทศ จนเป็นเหตุให้มวลมหาประชาชนได้ออกมาแสดงความเห็นทางการเมืองกันมากมายทั่วประเทศ ชมรมนักธุรกิจจึงขอแถลงจุดยืนปฏิเสธการเลือกตั้งระบอบทักษิณที่รัฐบาลชินวัตรกำลังพยายามผลักดัน และสนับสนุนให้สังคมไทยได้นำปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศ มาหาทางออกอย่างเป็นรูปธรรมโดยมีการปฏิรูปเพิ่มเติม โดยเบื้องต้นชมรมฯขอเสนอแนวทางการปฏิรูปด้านการเมืองในบางประเด็น ดังนี้ 1.เปิดเผยงบประมาณที่จะต้องใช้รองรับนโยบายต่าง ๆ เพื่อควบคุมกำกับไม่ให้พรรคการเมืองหาเสียง โดยไม่รับผิดชอบต่อการสร้างภาระหนี้ให้กับประชาชน พรรคการเมืองจะต้องนำเสนอภาระหนี้จากการขาดดุลงบประมาณจากโครงการต่าง ๆ รวมกัน และระบุในการหาเสียงด้วย โดยรัฐบาลจะไม่สามารถก่อหนี้ได้เกินกว่าที่ได้เปิดเผยไว้ตอนหาเสียง 2.โครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดินต้องมีการกระจายอำนาจโดยการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด และมีการแบ่งสรรงบประมาณให้เป็นอำนาจของจังหวัด 3.กระบวนการยุติธรรมและการป้องกันการทุจริต เพื่อแก้ไขการทำปิดกฎหมายโดยใช้ตัวแทนเชิดหรือนิมินี 4.ศาลสื่อมวลชนในช่วงการเลือกตั้ง การเผยแพร่ข้อมูลเท็จผ่านสื่อสารมวลชน เป็นเหตุของความแตกแยก และเมื่อผ่านสื่อย่อมสร้างความแตกแยกในแผ่นดินเพียงคดีหมิ่นประมาท จึงควรมีกระบวนการเร่งวินิจฉัยให้โอกาสผู้เสียหายตอบโต้ โดยหากศาลตัดสินว่าข้อมูลที่เสนอเป็นเท็จ สื่อสารมวลชนนั้นจะต้องนำข้อเท็จจริงกลับไปเผยแพร่เพื่อสร้างความเข้าใจต่อความจริงที่ถูกต้อง 5.การหาเสียงเลือกตั้งพรรคการเมืองจะต้องเสนอผู้ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และ 6.แก้ปัญหาพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ด้านนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก ประชาธิปัตย์ ปราศรัยว่า 2 - 3 วันที่ผ่านมารัฐบาลดิ้นมากผิดปกติ เหมือนปลาช่อนโดนทุบหัว เพราะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.ประกาศชัทดาวน์กรุงเทพฯได้สร้างความตื่นตัวให้หลายคน ตอนนี้ทุกคนเตรียมพร้อมวันที่ 13 ม.ค.ในการชัทดาวน์กรุงเทพฯ จึงต้องเรียกร้องรัฐบาลจากคนที่ออกมาหลายล้านคน ซึ่งเชื่อว่าวันที่ 13 ม.ค.จะมีคนออกมาร่วมเป็นสิบล้านคน นอกจากนี้ นโยบายทักษิณคิด เพื่อไทยทำยังทำให้ชาวนาลำบาก มีการโกงต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไม่มีใครได้ 15,000 บาทที่โฆษณาไว้ และยังมีชาวนารอเงินจำนำข้าวมาหลายเดือนแล้ว เพราะเอาเงินหลายแสนล้านไปปู้ยี่ปู้ยำจนไม่มีเงินเหลือให้ชาวนา โดยวันพรุ่งนี้ตนได้รับแจ้งมาว่าชาวนา 5 จังหวัดภาคเหนือตอนล่างประกอบด้วย จ.นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย และกำแพงเพชร จะรวมตัวประท้วงรัฐบาลให้เร่งจ่ายเงินรับจำนำข้าวที่รอมากว่า 5 เดือนโดยการรวมตัวที่สี่แยกปลวกสูง จ.พิจิตร หากไม่มีความคืบหน้าจะปิดถนนสายหลักจากพิษณุโลกไปนครสวรรค์ "รัฐบาลจะปลุกระดมให้มวลชนตำรวจมาสู้กับพวกเรา เป็นไพ่ใบสุดท้ายที่รัฐบาลทิ้งผิด ถ้าทำเมื่อไหร่ก็เจ๊งเมื่อนั้น เพราะว่ารัฐบาลคิดผิดแล้ว ดังนั้น 13 ม.ค. เก้า โมงเช้าเป็นเหมือนเป็นการผ่าตัดใหญ่ จะเจ็บเล็กน้อย 3-5 วันจากนั้นประเทศจะเป็นของประชาชน"นพ.วรงค์ กล่าว จากนั้นมีการแจกสติ๊กเกอร์ขนาด 30 คูณ 50 เซนติเมตร พิมพ์อาทิ ข้อความ "ถูกจับได้ว่าร่วมกันโกง ลงเลือกตั้งไม่ใช่คำตอบเว้ย ! จำนำข้าวขาดทุน 4 แสนล้านด้วยหนี้ลูกหลาน โกงล้างผลาญดันบอกว่าเป็นบุญคณตระกูลชิน !" เพื่อประท้วงโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล ก่อนจะสิ้นสุดการจัดกิจกรรมในเวลา 13.35 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกิจกรรมเป่านกหวีดครั้งต่อไปชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย จะจัดกิจกรรมอีก 2 ครั้งวันที่ 8 ม.ค. เวลา 11.30-13.30 น. บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอโศก และในวันที่ 10 ม.ค. จะมีการนัดรวมตัวที่ถนนเยาวราช