เนชั่นทีวี

ข่าว

"นายกฯ"ชี้ พรก.ฉุนเฉิน จะเป็นทางเลือกสุดท้าย

06 ม.ค. 2557 | wanchat

"นายกฯ"ชี้ พรก.ฉุนเฉิน จะเป็นทางเลือกสุดท้าย

"นายกฯ"ชี้พรก.ฉุนเฉินจะเป็นทางเลือกสุดท้าย เชื่อถ้าใช้สถานการณ์รุนแรงขึ้น วอนอย่าตัดน้ำตัดไฟบ้านเพราะเป็นการละเมิดสิทธิ์ หวังทุกฝ่ายร่วมเวทีปฏิรูป

สุวรรณภูมิ--6ม.ค.2557--เมื่อเวลา 11.00น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มกปปส.เตรียม "ชัตดาวน์กทม." ว่า ตนมีความเป็นห่วงในสถานการณ์ดังกล่าว เนื่องจากความเชื่อมั่นทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าไม่แก้ปัญหาโดยสันติวิธี เหตุการณ์ก็อาจจะบานปลาย ตนอยากขอร้องผู้ชุมนุมว่าหากแสดงออกซึ่งการชุมนุมแล้วขอร้องว่าอย่าปิดสถานที่ราชการ ไม่ต้องการให้สถานที่ราชการถูกปิดหรือตัดน้ำ/ไฟ เพราะจะทำให้การบริหารประเทศเดินหน้าไปลำบาก  น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวอีกว่า วันนี้รัฐบาลได้ยุบสภาแล้ว ก็เพราะต้องการให้หาทางออกเพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้โดยไม่กระทบต่อเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันเราจะเห็นว่าหลายประเทศเริ่มมีการส่งสัญญาณเตือน ดังนั้นหากอนาคตเราไม่นำไปสู่การเลือกตั้ง ก็น่าเป็นห่วงสิ่ง ที่น่าเป็นห่วงคือเรื่องการเดินหน้าต่อการดำเนินการลงทุน การที่ภาครัฐจะสนับสนุนภาคเอกชน ให้เกิดความมั่นใจในการลงทุนคงจะทำได้ยากมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในปี2557  ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลมีแผนดูแลความสงบอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า การวางกำลังกำลังเจ้าหน้าที่ใช้วิธีการบูรณาการจากทางตำรวจและทหารร่วมกัน และเน้นการดูแลปกป้องกรุงเทพมหานคร ไม่ได้เน้นที่จะทำให้ประชาชนก้าวไปสู่ความรุนแรง ได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายใช้ความละมุนละม่อมและดูแลความปลอดภัยอย่างสันติ โดยเฉพาะในการปกป้องสถานที่ราชการ รวมถึงสนามบินสุวรรณภูมิที่ตนเดินทางมาาตรวจเยี่ยมในวันนี้ ก็เพราะไม่ต้องการให้การจราจรถูกปิด เพราะหากนักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางในไฟล์ทต่างๆได้ก็น่าเป็นห่วง ขอความกรุณาให้เปิดเส้นทาการคมนาคม สถานที่ทำงานของราชการ เอกชนต่างๆ ให้สามารถเดินไป ทำงานได้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยินดีอำนวยความสะดวกให้ผู้ชุมนุมแสดงออกทางการเมือง เมื่อถามถึงแนวโน้มประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน(พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) นายกฯ กล่าวว่า ขอเรียนว่าได้มีการหารือกันว่าหากจะออกพรก.ฉุกเฉินแล้วจะได้คำตอบอะไร ซึ่งได้คำตอบว่าเป็นการใช้กฎหมายที่แรงขึ้น นั่นคือการนำไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น รัฐบาลจึงพยายามแก้ปัญหาด้วยความละมุนละม่อม อดทน อดกลั้น ซึ่งเห็นใจทุกๆฝ่าย ทุกวันนี้เราใช้ความอดทนเพื่อไม่ให้เกิดการการระทบหรือเผชิญหน้า เมื่อถามว่าแต่ถ้าสถานการณ์เพิ่มความรุนแรงขึ้นหากจำเป็นต้องประกาศใช้จะต้องใช้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า "นั่นเป็นทางเลือกสุดท้าย แต่ขอเรียนว่า "จะพยายามไม่ใช้" ก็จะเห็นมาแล้วว่ารัฐบาลนี้ไม่มีการยกระดับมาใช้พรก.ฉุกเฉิน แต่เราใช้การบูรณาการเจ้าหน้าที่ ในการอำนวยความสะดวก และที่สำคัญเราต้องปกป้องพระนครมากกว่า แต่การจะยกระดับทางรัฐเกรงว่าจะทำให้ประชาชนเดือดร้อน " "ดังนั้น ณ เวลานี้ขอยืนยันว่ายังใช้พรบ.ความมั่นคงอยู่ค่ะ"นายกฯ กล่าว  เมื่อถามถึงกรณีที่ผู้ชุมนุมประกาศไปปิดล้อมตัดน้ำตัดไฟบ้านนายกฯและรัฐมนตรีคนอื่นๆ นายกฯกล่าวว่า หากทำอย่างนั้นจริงถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ตนเองคงไม่สามารถพูดอะไรได้ คงต้องอยู่ที่ประชาชนและสังคม แต่ก็ขอให้เห็นใจ การตัดน้ำตัดไฟที่บ้านไม่ได้ทำให้การทำงานต่างๆเปลี่ยนแปลงไป เพราะเราทุกคนมีหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ ครม.ก็ต้องทำงาน แต่ถ้าทำแบบนั้นอาจมีความรุนแรงอาจจะกระทบกระทั่งกัน ซึ่งไม่มีใครต้องการเห็นเหตุการณ์เช่นนั้น ดังนั้นจึงขอความกรุณาและความร่วมมือ แล้วหันมาทางออกร่วมกันโดยการเปิดเวทีปฏิรูปประเทศ มาเสนอแนะความเห็นร่วมกันว่าต้องการให้รัฐบาลทำอย่างไร การแก้ไขความเห็นต่างในอดีตควรมาแก้ไขในสภาปฏิรูป ซึ่งตนพยายามเดินสายอธิบายกับสื่อมวลชนในเรื่องสภาปฏิรูปประเทศ เป็นการให้ข้อมูลให้กระจ่างมากขึ้นในบางประเด็นที่ยังมีการถกเถียงกันอยู่  "แต่รัฐบาลไม่ได้นำข้อมูลมาโน้มน้าวในการตัดสินใจ ยืนยันว่าต้องการให้เวทีปฏิรูปฯ เป็นเวทีกลางที่รวมทุกภาคส่วนทั้งรัฐบาล เอกชน ประชาชน สังคม หน่วยงานภาครัฐ เข้ามาร่วมกันเพราะประเทศไทยไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง"นายกฯ กล่าว

ข่าวล่าสุด