2 แนวทางเลือกตั้งของ กกต.
03 ม.ค. 2557 | wanchat

3 มกราคม - ที่ประชุม กกต. ได้มีการเสนอข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายกรณี 28 เขตเลือกตั้งใน8 จังหวัดภาคใต้ โดยมีข้อเสนอแนวทางการดำเนินการเป็น 2 แนวทาง
ข่าว
03 ม.ค. 2557 | wanchat

3 มกราคม - ที่ประชุม กกต. ได้มีการเสนอข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายกรณี 28 เขตเลือกตั้งใน8 จังหวัดภาคใต้ โดยมีข้อเสนอแนวทางการดำเนินการเป็น 2 แนวทาง
3 ม.ค.57 - รายงานข่าวแจ้งว่าในการประชุม กกต.วานนี้(2 ม.ค.) ทางสำนักงานได้มีการเสนอข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายกรณี 28 เขตเลือกตั้งใน8 จังหวัดภาคใต้ไม่มีผู้สมัครว่ากกต.ควรจะดำเนินการอย่างไร โดยมีข้อเสนอเป็น 2 แนวทาง คือ แนวทางที่ 1 ยึดข้อกฎหมายเคร่งครัดเห็นว่า กกต ไม่สามารถเปิดรับสมัครเพิ่มเติม หรือขยายวันรับสมัครได้ เพราะเปิดการรับสมัครครบทั้ง 5 วันและมีการปิดรับสมัครไปแล้ว หากดำเนินการจะกระทบต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งที่ได้วางไว้ เช่น หากเปิดรับสมัครเพิ่มเติม ก็ต้องขยายเวลาในการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครและการประกาศรายชื่อผู้สมัครของผู้อำนวยการประจำเขตเลือกตั้ง การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่ตามแผนงานแล้วภายในวันที่ 11 ม.ค. กกต.ต้องนำส่งรายชื่อผู้สมัครพร้อมหมายเลขให้กับกระทรวงการต่างประเทศที่จะต้องจัดส่งทางไปรษณีย์ไปให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในต่างประเทศ ซึ่งหากกกต.เลือกแนวทางนี้เดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง ทั้งวันเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตจังหวัด นอกเขตจังหวัดวันที่ 26 ม.ค. และวันเลือกตั้ง 2 ก.พ. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็จะใช้สิทธิเลือกตั้งเฉพาะระบบบัญชีรายชื่อ หลังจากนั้นจึงจะเสนอต่อรัฐบาลให้พิจารณาถึงปัญหาว่าผลของการเลือกตั้ง 2 ก.พ.ยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งรัฐบาลอาจจะออกพ.ร.ฎ.ขยายวันเลือกตั้งเฉพาะใน 28 เขตเลือกตั้ง โดยใช้เหตุผลว่าการเลือกตั้งตามพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง 2 ก.พ.มีผลไม่สมบูรณ์ โดยทางสำนักงานประเมินแล้วว่าหากกกต.ยึดหลักนี้ แม้กกต.จะเผชิญกับการถูกฟ้องร้องดำเนินคดี แต่ก็จะเจ็บตัวน้อยที่สุดเพราะถือว่าได้ตีความกฎหมายอย่างเคร่งครัด แนวทางที่ 2 เปิดรับสมัครเพิ่มเติม โดยตีความว่ามาตรา 7 ของพ.ร.บ.เลือกตั้งส.ส. เปิดช่องไว้ว่าการสมัครรับเลือกตั้ง ต้องกำหนดวันรับสมัครไม่น้อยกว่า 5 วัน ดังนั้น กกต.สามารถใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 236 ประกอบมาตรา 5 ของระเบียบการเลือกตั้งส.ส. ที่ให้กกต.ออกประกาศหรือวางระเบียบกำหนดการทั้งหลายอันจำเป็น เปิดรับสมัครเพิ่มเติมได้จาก 5 วันดังกล่าว โดยอาจจะเปิดเพิ่ม 2-3 วัน ซึ่งจะต้องทำเป็นประกาศกกต.และลงในราชกิจจานุเบกษา จากนั้นให้ผอ.กกต.เขตประกาศกำหนดสถานที่รับสมัครใหม่ซึ่งตามมาตรา 36 ของพ.ร.บ.เลือกตั้งส.ส. กำหนดเพียงให้ผู้สมัครต้องยื่นใบสมัครต่อผอ.กกต.เขต ณ.สถานที่ที่ผอ.กกต.เขต กำหนดเท่านั้น จึงเป็นการเปิดช่องให้ผอ.กกต.เขต 28 เขตเลือกตั้งภาคใต้ สามารถกำหนดสถานที่รับสมัครนอกเขตเลือกตั้งได้ เหมือนเช่นที่กรุงเทพมหานครในอาคารจอดรถโดยสารประจำทางภายในศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะเป็นสถานที่รับสมัครส.ส.กรุงเทพมหานครทั้ง 33 เขตเลือกตั้ง จากนั้นกกต.ก็จะใช้อำนาจตามมาตรา 9 พ.ร.บ.เลือกตั้งส.ส. ในการย่นขยายระยะเวลาในเรื่องของการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครและการประกาศรายชื่อผู้สมัคร และประสานกระทรวงต่างประเทศในการย่นเวลาการจัดส่งบัญชีรายชื่อผู้สมัคร เป็นต้น แต่ทั้งนี้แนวทางนี้แม้จะทำให้การเลือกตั้งเดินหน้าไปได้ โดยสามารถทำให้ผู้ที่ประสงค์จะลงสมัครแล้วไม่สามารถสมัครได้และไปแจ้งความไว้รวม 123 คนลงยื่นลงสมัครได้ ทำให้วันเลือกตั้งล่วงหน้า และวันเลือกตั้ง ไม่มีปัญหาว่าไม่มีผู้สมัครให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปใช้สิทธิเลือก และแม้หากวันเลือกตั้งถูกปิดล้อมจนไม่สามารถลงคะแนนเลือกตั้งได้ กกต. ประจำเขตเลือกตั้งก็สามารถสั่งเลื่อนการลงคะแนนได้ แต่ก็จะทำให้กกต.เสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จงใจเอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือไม่ เพราะกฎหมายไม่ได้เขียนไว้อย่างชัดเจนให้ทำได้ โดยการย่นขยายเวลาในการดดำเนินการซึ่งกำหนดไว้มาตรา 9 ของพ.ร.บ.เลือกตั้งนั้น ก็ถูกกำหนดไว้ให้ใช้เฉพาะกรณีกกต.สั่งจัดการเลือกตั้งใหม่เท่านั้น ซึ่งในอดีตกกต.เคยใช้ในกรณีเลือกตั้งซ่อมส.ว. นครสวรรค์ เมื่อปี 2552 แทนนางอรพินท์ มั่นศิลป์ ที่พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากขณะนั้นเมื่อพ.ร.ฎ.เลือกตั้งซ่อมลงมา ระยะเวลาที่เหลือจนถึงวันเลือกตั้ง 11 ต.ค. 52 มีอยู่เพียง 20 วันเท่านั้น จึงทำให้กกต.ต้องออกประกาศย่นขยายระยะเวลา หรืองดเว้นการดำเนินการในบางกรณี ซึ่งเป็นการย่นระยะเวลาการจัดการเลือกตั้งทั้งกระบวนการ ดังนั้นการที่กกต.จะนำมาตราดังกล่าวมาใช้กับการย่นระยะเวลาในการดำเนินการจัดการเลือกตั้งทั่วไป น่าจะเป็นการตีความอย่างกว้างเกินไป