🇮🇱 [ปิดน่านฟ้า ส่งเครื่องบินรบ และคำยกย่อง "วีรบุรุษ"]
ช่วงเกิดเหตุ อิสราเอลปิดน่านฟ้าพร้อมส่งเครื่องบินรบขึ้นสกัดกั้น นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู เรียกประชุมฉุกเฉินด้านความมั่นคงกับอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีกลาโหม และประกาศในเวลาต่อมาว่า ผู้ก่อเหตุถูกจับกุมแล้ว และ "กำลังถูกสอบสวน"
ยังมีผู้กล้าอีกคน คือช่างประปาชาวอิสราเอลชื่อ ยานิฟ ฮายูน ที่เนทันยาฮูยกย่องให้เป็น "วีรบุรุษ" และเข้าสวมกอดตอนเขาเดินทางถึงสนามบิน Ben-Gurion ตอนนั้นเขายังสวมเสื้อยืดที่เปรอะเลือด เนทันยาฮูบอกเขาว่า "สิ่งที่คุณทำลงไปนั้น เหลือเชื่อจริงๆ"
ช่างประปาคนหนึ่งเข้าไปในห้องนักบินได้อย่างไร และเขาทำอะไรบ้าง?
🔧 [เสี้ยววินาทีในห้องนักบิน ตามคำเล่าของ ยานิฟ ฮายูน]
ฮายูนเล่าให้เนทันยาฮูฟังว่า กัปตันที่ถูกแทงอยู่ใกล้ประตูมาก ทำให้เปิดประตูได้ยาก แต่ก่อนหมดสติ กัปตันก็เปิดประตูได้สำเร็จ
"ตอนที่ผมเข้าไป ผมเห็นผู้ก่อเหตุอยู่ตรงแผงควบคุม ระหว่างที่นั่งนักบินทั้งสองฝั่ง แต่ไม่มีนักบินนั่งอยู่ที่เบาะเลย คนหนึ่งล้มลงไปกองกับพื้น ส่วนอีกคนอยู่ตรงแผงควบคุม แล้วก็มีอีกคนหนึ่งเข้ามาพร้อมกับผม ผมจึงคว้าตัวผู้ก่อเหตุ ล็อกคอ แล้วลากเขาออกมาข้างนอกเป็นอันดับแรก"
ฮายูนบอกว่า ผู้ก่อเหตุ "พยายามทำลายแผงควบคุม เพื่อทำให้เครื่องบินใช้งานไม่ได้" เขาจึงตะโกนขอความช่วยเหลือจาก "ชาวอิสราเอลที่อยู่บนเครื่องบินด้วยกัน" และพวกเขาช่วยกัน "กดตัวผู้ก่อเหตุไว้เพื่อควบคุมสถานการณ์" ก่อนที่เขาจะดึงคันบังคับเครื่องบิน
เมื่อเนทันยาฮูถามว่ารู้ได้อย่างไรว่าต้องทำอย่างไร เขาตอบว่าเรียนรู้มาจากรายการโทรทัศน์ "Air Disasters" (Air Crash Investigation) ซึ่งนำเสนอเรื่องราววิกฤตการณ์ทางการบินครั้งสำคัญต่างๆ
เรื่องจบแค่นี้หรือยัง? ยังมีเบื้องหลังที่น่าสนใจอีกมาก
- 📌 ข้อมูลเพิ่มเติมที่ต้องรู้
- ผู้โดยสารชาวอิสราเอลคนหนึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์ และช่วยห้ามเลือดให้กัปตันที่ถูกแทง ปัจจุบันกัปตันมีอาการคงที่และพักรักษาตัวอยู่ในซาอุดีอาระเบีย
- ผู้โดยสารที่เข้าควบคุมสถานการณ์ได้ ต่างยกย่องกัปตันชาวอินเดียที่ฝืนเปิดประตูห้องนักบินให้พวกเขาเข้าไปช่วย ทั้งที่ตนเองบาดเจ็บ
- หลังใช้เวลา 6 ชั่วโมงที่ทาบุก เครื่องบินลำที่สองของ Flydubai ซึ่งมีลูกเรือชุดใหม่ และได้รับอนุมัติเป็นพิเศษจากหน่วยข่าวกรองมอสสาด (Mossad) ก็เดินทางเข้าไปรับผู้โดยสารชาวอิสราเอลกลับประเทศ
🤔 [ทำไมการรับตัวกลับจึงล่าช้า?]
ความล่าช้าเกิดจากทางการซาอุดีอาระเบียไม่อนุญาตให้เครื่องบินของกองทัพอากาศอิสราเอล หรือเครื่องบินพาณิชย์ของสายการบิน El Al เข้าไปรับผู้โดยสาร เนื่องจากเกรงว่านายกรัฐมนตรีอิสราเอลจะใช้เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องมือหาเสียงเลือกตั้ง และสร้างภาพลักษณ์เรื่องการปรับความสัมพันธ์ให้เป็นปกติ
ซาอุดีอาระเบียยืนยันว่า "อิสราเอลจำเป็นต้องเข้าใจว่า การปรับความสัมพันธ์ให้เป็นปกตินั้นไม่สามารถใช้วิธีบังคับกันได้" แม้อิสราเอลจะส่งเครื่องบินที่ไม่มีสัญลักษณ์ไปรับก็ตาม
ความล่าช้ายังเกิดขึ้นเมื่อผู้โดยสารชาวอิสราเอลปฏิเสธที่จะขึ้นเครื่องบินลำใหม่ของ Flydubai โดยยืนกรานว่าจะเดินทางด้วยเครื่องบินของอิสราเอลเท่านั้น ในที่สุดพวกเขาก็ยอมจำนน เมื่อได้รับแจ้งว่านี่เป็นทางเลือกเดียวที่จะได้รับการช่วยเหลือ
แล้วผู้ก่อเหตุทำเพียงลำพัง หรือมีใครอยู่เบื้องหลัง?
🔍 [ผู้ก่อเหตุทำคนเดียวหรือไม่?]
แหล่งข่าวหลายแห่งยืนยันว่า หน่วยมอสสาด หน่วยชินเบท กองทัพอิสราเอล และกระทรวงคมนาคม เชื่อว่าผู้ก่อการร้ายลงมือเพียงลำพัง ไม่ได้อยู่ภายใต้คำสั่งของอิหร่านหรือกลุ่มก่อการร้ายอื่นใด
💭 [มองไปข้างหน้า]
เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นสองด้านของมนุษย์ คือคนหนึ่งที่ลงมือก่อเหตุร้าย กับอีกหลายคนที่ลุกขึ้นช่วยกัน ทั้งกัปตันที่ฝืนเปิดประตูทั้งที่บาดเจ็บ นักบินที่ไม่ได้อยู่ในเวลางาน ผู้โดยสารที่ปฐมพยาบาล และช่างประปาที่ลงมือโดยไม่ลังเล
คำถามที่น่าคิดต่อคือ สายการบินและหน่วยงานด้านความปลอดภัยควรทบทวนอะไรบ้าง เพื่อไม่ให้ผู้โดยสารต้องกลายเป็นด่านสุดท้ายแบบนี้อีก
แล้วคุณล่ะคิดว่าอย่างไร? ถ้าอยู่บนเครื่องลำนั้น คุณจะทำอะไรได้บ้าง?