เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY : เพนตากอนทุ่ม 24 ล้านเหรียญ ดึงหุ่นยนต์รบ ‘แกร่งที่สุดในโลก’ ติดอาวุธทัพสหรัฐฯ ท้าชนจีน

26 เม.ย. 2569

STORY : เพนตากอนทุ่ม 24 ล้านเหรียญ ดึงหุ่นยนต์รบ ‘แกร่งที่สุดในโลก’ ติดอาวุธทัพสหรัฐฯ ท้าชนจีน

อนาคตทางการทหารของสหรัฐอเมริกากำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อสมรภูมิรบยุคใหม่ไม่ได้วัดกันเพียงแค่จำนวนกำลังพล แต่คือการตัดสินกันด้วยขีดความสามารถของเทคโนโลยีขั้นสูง

ล่าสุดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ได้ขยับหมากตาสำคัญเพื่อชิงความได้เปรียบเหนือกองทัพจีน ด้วยการทุ่มงบประมาณมหาศาลจัดซื้อ "หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์" ที่ได้รับการขนานนามว่าแข็งแกร่งที่สุดในโลกมาประจำการ

 

Nation STORY เจาะลึกอาวุธลับชิ้นใหม่ของเพนตากอน ที่ไม่ได้มีดีแค่สมรรถนะเชิงวิศวกรรม แต่ยังมีเบื้องหลังที่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ความมั่นคงระดับสูงของตระกูลผู้นำสหรัฐฯ อย่างลึกซึ้ง

 

🔵 [Startup ดาวรุ่ง กับแรงสนับสนุนจากตระกูล ‘ทรัมป์’]

 

ดีลประวัติศาสตร์ที่สร้างความฮือฮาในวงการเทคโนโลยีป้องกันประเทศครั้งนี้ ตกเป็นของ "Foundation Future Industries" บริษัทสตาร์ตอัปด้านหุ่นยนต์ที่คว้าสัญญามูลค่า 24 ล้านดอลลาร์จากเพนตากอนไปครอง ความน่าสนใจคือบริษัทนี้ได้รับการสนับสนุนโดยตรงจาก อีริค ทรัมป์ ลูกชายคนโตของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

 

โดยมี สันเขต พาทัค (Sankaet Pathak) CEO และหัวหน้าที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ของอีริค เป็นแม่ทัพหลักในการขับเคลื่อน พาทัคประกาศอย่างมั่นใจว่า หุ่นยนต์รุ่นใหม่ในรหัส "Phantom 2" จะก้าวขึ้นเป็นหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ทรงพลังและแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา

 

🔵 [‘Phantom’ อาวุธลับพลิกโฉมสมรภูมิภาคพื้นดิน]

 

สัญญานี้มีเป้าหมายชัดเจนในการทดสอบการใช้งานหุ่นยนต์สำหรับภารกิจหนักทางการทหาร หุ่นยนต์ซีรีส์ "Phantom" ถูกออกแบบมาเพื่อรับหน้าที่ในแนวหน้าสุดอันตราย ทั้งการบุกทะลวงฐานที่มั่นของศัตรู และภารกิจกู้ภัยในพื้นที่เสี่ยงเพื่อรักษาชีวิตทหารอเมริกัน

ปัจจุบันจีนกำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์รบในลักษณะเดียวกันอย่างเข้มข้น แม้สหรัฐฯ จะยังคงครองความเป็นเจ้ามหาอำนาจทางอากาศ แต่สัญญานี้คือการอุดช่องโหว่เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการรบภาคพื้นดิน สอดรับกับวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ภายใต้นโยบาย "America First" ที่ต้องการชนะการแข่งขันทางเทคโนโลยีเหนือคู่แข่งทุกราย

 

🔵 [สเปกเหนือชั้น: เมื่อเครื่องจักรมีสมรรถนะเทียบชั้น "หน่วยรบพิเศษ"]

 

ข้อมูลศักยภาพของหุ่นยนต์รุ่น Phantom 1 เผยให้เห็นน้ำหนักตัวที่ 176 ปอนด์ (ประมาณ 79 กิโลกรัม) ซึ่งเป็นน้ำหนักที่ใกล้เคียงกับ ทหารหน่วยรบพิเศษที่ติดตั้งอุปกรณ์ครบมือ พร้อมความสามารถในการเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 1.7 เมตรต่อวินาที

 

จุดเด่นสำคัญคือการออกแบบโครงสร้างที่เน้นความแข็งแกร่งสูงสุด ควบคู่ไปกับการเคลื่อนไหวที่ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ เทคโนโลยีล่าสุดได้ขจัดความรู้สึกแข็งทื่อแบบเครื่องจักรออกไป ทำให้หุ่นยนต์สามารถหลอมรวมเข้ากับการปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมจริงได้อย่างไร้รอยต่อ

 

ขณะนี้ Phantom 2 กำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการพัฒนาและเตรียมเปิดตัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งจะเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปถึงกองทัพจีนโดยตรง นอกจากมิติความมั่นคงแล้ว บริษัทยังมองไกลถึงการนำหุ่นยนต์สายถึกเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมพลเรือน ทั้งงานก่อสร้างขนาดใหญ่และการบรรเทาสาธารณภัยในอนาคตอันใกล้นี้

📌 [ก้าวข้ามขีดจำกัด สู่ยุคสงครามไซเบอร์เนติกส์]

 

การลงทุนครั้งนี้คือเครื่องยืนยันว่า สหรัฐฯ พร้อมเดินหน้าเต็มกำลังเพื่อรักษาตำแหน่งเบอร์หนึ่งของโลกในทุกสมรภูมิ การก้าวเข้าสู่ยุคที่หุ่นยนต์รบมีสมรรถนะเทียบเท่าหรือเหนือกว่ามนุษย์ในสนามรบภาคพื้นดิน คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะเปลี่ยนนิยามของการปฏิบัติการทางทหารไปตลอดกาล และเป็นการตอกย้ำว่าในโลกยุคใหม่ ผู้ที่ครองเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดเท่านั้น คือผู้ที่จะเป็นผู้ชนะที่แท้จริง